‘เรืองไกร’ ร้อง กกต.สอบ ‘พิธา’ 4 ปม พูดเรื่องงานศพพ่อ ปัดสกัดก้าวไกล เจ้าตัวเริ่มเอง

28.04.23 | 15:04 น.

‘เรืองไกร’ จับโป๊ะ ‘พิธา’ ปมดราม่างานศพพ่อ ร้อง กกต.สอบเข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้ง ยันไม่ใช่เกมสกัด ‘ก้าวไกล’ ชี้ถ้าไม่พูดเองคงไม่มาร้องสอบ

เมื่อวันที่​ 28 เมษายน ที่สำนักงาน​คณะกรรมการ​การ​เลือกตั้ง​ (กกต.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เดินทางมายื่นหลักฐานต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบกรณีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ผ่ายรายการ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ถึงการร่วมงานศพคุณพ่อในช่วงรัฐประหาร​ เมื่อปี​ 2549

นายเรืองไกรกล่าวว่า จำเป็นต้องมายื่นร้องเรียนเพราะกรณีดังกล่าวเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2561 มาตรา 73 (5) และต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะเกี่ยวข้องกับมิติทางการเมืองที่หาเสียง ทั้งที่ขณะนี้ก็อยู่ในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี แต่กลับมีคำพูดให้เกิดประเด็นทางสังคม

นายเรืองไกร​กล่าวว่า​ เมื่อนำบทสัมภาษณ์ในรายการของนายสรยุทธไปเทียบกับรายการของ นางสุริวิภา​ กุลตังวัฒนา​ หรือหนูแหม่ม ​ที่นายพิธา​ได้ให้สัมภาษ​ณ์เมื่อปี 2552 นายพิธาก็ได้ออกมาบอกว่าเป็นข้อเท็จจริงทั้งคู่

นายเรืองไกร​กล่าวด้วยว่า​ จึงต้องยื่นร้องต่อ กกต.ซึ่งมีทั้งสิ้น 4 ประเด็น ประเด็นแรก นายพิธาอ้างว่า นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย เป็นเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) ซึ่งความจริงแล้วขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีของ นายทักษิณ ชินวัตร ประเด็นที่สอง นายพิธาบอกว่าคุณพ่อเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2549 ขณะที่นายพิธาได้โชว์ภาพกระดานงานศพ กำหนดจัดงานตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2549 โดยมีเจ้าภาพเป็นภรรยาและบุตร

Advertisement

นายเรืองไกร​กล่าวว่า​ ประเด็นที่สาม นายพิธาบอกว่าตนทำงานเป็นข้าราชการการเมือง ช่วยงาน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ในสมัยรัฐบาลของนายทักษิณ แต่นายพิธาชี้แจงว่าขณะนั้นตนเรียนหนังสือที่บอสตัน ทำให้ข้อมูลไม่ตรงกัน และ ประเด็นที่สี่ นายพิธาบอกว่าถูกอายัดเงินในบัญชี 2-3 เดือน และไม่สามารถนำเงินมาจัดงานศพคุณพ่อได้ แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น เพราะการควบคุมบัญชีต้องผ่านคำสั่งของ คมช. โดยขณะนั้นตนเองทำงานอยู่ที่ สตง.ไม่เคยเห็นรายชื่อของนายพิธาเข้าข่ายโครงการที่จะต้องตรวจสอบ

พร้อมกันนี้ นายเรืองไกรยังได้ยกคำวินิจฉัยของ กกต.เรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบลท่าแลง เขตเลือกตั้งที่ 1 และเขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ว่ามีการหาเสียงอันเป็นเท็จ ต้องถูกดำเนินคดี

“หากตรวจสอบคนอื่นได้ตนเองก็ต้องตรวจสอบได้เช่นกัน ในฐานะเป็นบุคคลสาธารณะ กกต.ต้องรีบดำเนินการ พรรคที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยต้องตรวจสอบกันเอง เรื่องแบบนี้ทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ขอให้ตรงไปตรงมา ผมอยู่การเมืองมาเคยตรวจสอบแล้วทุกฝ่าย” นายเรืองไกร​กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ได้เป็นการสกัดกระแสของพรรคก้าวไกลที่กระแสความนิยมกำลังนำอยู่ขณะนี้ใช่หรือไม่ นายเรืองไกรกล่าวว่า ไม่ได้ห่วงเรื่องกระแส ถ้านายพิธาไม่ได้พูดกับนายสรยุทธวันนั้นก็ไม่เกิดประเด็น พอเห็นที่นายพิธามาแก้ต่างด้วยภาพในโทรศัพท์มือถือและอ้างข่าว ตนจึงนำข่าวมายันกลับว่าสิ่งที่พูดข้อเท็จจริง อะไรใช่หรือไม่ใช่ กกต.คงเรียกมาสอบ ซึ่งหลักฐานเอกสารตนไม่ได้แต่งเติมข้อความที่เป็นเท็จแต่อย่างใด ว่ากันไปตามระบบ ใครทำผิดทำพลาดอะไรก็ต้องยอมรับกติกาสังคม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง