หน้าแรก การเมือง มาร์คบุกเพชรบ...

มาร์คบุกเพชรบูรณ์ ขอเสียงโหวตปชป. ดันน้ำดีเข้าสภา การันตีไม่มีลุง-ไม่มีเสี่ยคุมพรรค

28.04.23 | 18:24 น.

“อภิสิทธิ์” ลุยปราศรัยที่เพชรบูรณ์ การันตี “ยุพราช”  ผู้สมัครเพชรบูรณ์ เขต 3 มีคุณภาพ ขอเสียงโหวตปาร์ตี้ลิสต์ ดันคนน้ำดีเข้าสภา การันตีไม่มีลุง-ไม่มีเสี่ยคุมพรรค 

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่จ.เพชรบูรณ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ อ.หล่มเก่า อ.หล่มสัก และอ.เขาค้อ ช่วยหาเสียงให้ นายยุพราช บัวอินทร์ ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมเปิดเวทีปราศรัยรวม 4 จุด โดยมีชาวเพชรบูรณ์ มารับฟังการปราศรัย พร้อมต้อนรับนายอภิสิทธิ์กันอย่างคับคั่ง โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ไม่ได้มาหาเสียงให้ตัวเอง แต่มาขอบคุณพี่น้องประชาชน ที่เป็นกำลังใจให้พรรคประชาธิปัตย์ ให้กับตนเอง และนายยุพราชมาอย่างยาวนาน นักการเมืองอย่างตน อย่างนายยุพราช ไม่มีเงินหรืออิทธิพลใดๆ ได้เป็นส.ส. ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชน จึงเป็นเหตุผลที่แม้ว่าตนเองไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ แต่มาด้วยความที่นึกถึงพี่น้องประชาชน ที่ทำให้เราได้มีโอกาส รวมทั้งสำนึกในบุญคุณและการสนับสนุนที่มีให้ตลอดมา

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงนายยุพราชว่า รู้จักนายยุพราชมามากกว่า 10 ปี เห็นแววน่าจะเป็นผู้แทนราษฎร เพราะมีความตั้งใจ ที่เป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนและเมื่อนายยุพราชได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎร ได้ติดตาม ดูการทำงานก็เห็นว่า นายยุพราชเป็นคนสม่ำเสมอ ไม่ทิ้งพื้นที่ ไม่ใช่แค่การลงพื้นที่ เพื่อหาคะแนนเสียงเพียงอย่างเดียว แต่ลงพื้นที่เพื่อรับทราบปัญหาของประชาชนเพื่อไปรายงานให้ที่ประชุมพรรคฟัง และไปตั้งคำถามในสภา เพื่อหาทางช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งนายยุพราชเป็นผู้แทนที่มีคุณภาพอีกคนหนึ่ง ที่ตนเองพร้อมให้การสนับสนุน

“เลือกตั้งครั้งที่แล้วผิดพลาดทางเทคนิคอย่างไงไม่ทราบ บังเอิญนายยุพราชไม่ได้เข้าสภา แต่ผมในฐานะหัวหน้าพรรคคนไม่ได้เข้าสภาถือว่า เป็นบททดสอบสำคัญ ผมเจอมาเยอะ นักการเมืองเวลาไม่ได้เข้าสภาเกิดอาการทิ้งพื้นที่ แต่ยุพราชไม่ใช่ เกิดปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมยุพราชมาช่วยเหลือ เจอวิกฤตโควิดไม่ได้หนีไปไหน แม้จะไม่ได้เป็นผู้แทนก็ยังมาดูแลพี่น้อง ปัญหายาสูบ ปัญหาอะไรต่างๆ ถ้าเป็นปัญหาของพี่น้องในเขตนี้ ยุพราชไม่มีตำแหน่ง ก็ลุยหาทางช่วยเหลือ เพราะฉะนั้นผมมาที่นี่ กล้าจะบอกว่า คนแบบนี้แหละต้องกลับเข้าไปอยู่ในสภา” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เลือกตั้งครั้งนี้ตนไปมาทั่วประเทศ ถือว่าศึกหนักทั้งนั้น แข่งขันกันดุเดือด หลายพรรคการเมือง บางพรรคการเมือง ทุ่มไม่อั้น หากอยากได้ผู้แทนคนจน ผู้แทนที่พร้อมเป็นปากเสียงให้กับประชาชน เอาปัญหาของเราไปพูดในสภาเพื่อหาทางแก้ไข ต้องเลือกเบอร์ 9 นายยุพราช” อดีตหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าว และว่า บัตรใบสีเขียวเป็นบัตรที่เลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งคนคุณภาพทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นนายชวน หลีกภัย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อยู่บนบัญชีรายชื่อของพรรคประชาธิปัตย์ หากเลือกกันน้อย หลายคนจะไม่ได้เข้าสภา และประชาธิปัตย์ก็จะขาดกำลังสำคัญในการเดินหน้าทำงานให้กับประชาชน และเหตุผลที่ต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนพรรคอื่น เพราะไม่มีลุง ไม่มีเสี่ย ไม่มีใครเป็นเจ้าของ แต่สมาชิกพรรคคือคนกำหนดทิศทาง สามารถโต้เถียง เสนอแนะการทำงานได้ทุกคน

Advertisement

“แต่หลายพรรคการเมือง หากเจ้าของสั่งห้ามพูดให้ปฏิบัติตามเพียงอย่างเดียว ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ไม่เป็นเช่นนั้น และการโต้เถียงที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ก็ไม่โกรธเคืองกัน เพราะทราบดีว่า เป็นการโต้เถียงบนพื้นฐานที่ต้องการทำเพื่อประชาชน จึงทำให้นโยบายของพรรคเองไม่เหมือนกับของพรรคอื่น และไม่เคยทำนโยบายกันตอนเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นการลด แลก แจก แถม เพื่อให้ได้คะแนนเสียงเพียงอย่างเดียว แต่พรรคประชาธิปัตย์ต้องการอยู่กับประชาชนและประเทศไทยตลอดไป ทำอะไรจึงต้องรับผิดชอบและยั่งยืน” อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนจบการปราศรัย มีประชาชนเขียนสอบถามนายอภิสิทธิ์ถึงกรณีที่บางพรรคการเมืองมีแนวคิดที่จะตัดหรือลดเงินบำนาญของข้าราชการบำนาญนั้น โดย นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้อยู่ในสภา แต่มีการอภิปรายในสภาโดยพรรคการเมืองหนึ่งบอกว่า งบประมาณที่ใช้ในการจ่ายเงินบำเหน็จ บำนาญข้าราชการมีจำนวนมาก และต่อไปก็จะมีเพิ่มมากขึ้น โดยเปรียบเทียบกับงบช้างป่วย ซึ่งตนเองไม่ทราบว่าจะตัดหรือไม่ตัด ไม่กล้ายืนยันแต่มีการพูดว่า จะปล่อยเป็นแบบนี้ต่อไปได้หรือ ซึ่งตนเองไม่ขอพูดอะไรมากไปกว่านี้ เพียงแค่ถ่ายทอดสิ่งที่ได้ยินมา แต่ก็บ่งบอกถึงความคิดของคนพูด

“แต่พรรคประชาธิปัตย์เอง เรื่องสิทธิของผู้สูงอายุ บำเหน็จ บำนาญ สวัสดิการรักพยาบาลและคนที่ไม่ได้โชคดีแบบข้าราชการ เราคิดถึงคนทุกกลุ่ม และเราไม่ได้มองว่า การใช้เงินงบประมาณจะคิดเหมือนเป็นเงินลงทุนแบบธุรกิจ คือคิดว่าเอาเงินใส่เพื่อหวังประโยชน์วันข้างหน้า หลายเรื่องใช่ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนถนน ลงทุนบ่อน้ำ หรือการศึกษาเราลงทุนเพื่อสร้างคนสำหรับอนาคต แต่หลายเรื่องคือการที่รัฐบาลต้องตอบแทนคนไทย เหมือนผู้สูงอายุที่เราได้เริ่มต้นทำสิ่งเหล่านี้มา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว