แฟลชสปีช : ที่จะเริ่มหลังเลือกตั้ง
แม้ผลการเลือกตั้งจะรู้กันเร็วสุดคือค่ำวันที่ 14 พฤษภาคม อีก 10 กว่าวันข้างหน้า
แต่ชั่วโมงนี้ชัดเจนแล้วว่า พรรคการเมืองสาย “สืบทอดอำนาจ” อย่าง “รวมไทยสร้างชาติ-ไทยภักดี” เลยถึงพรรค “แนวร่วมสืบทอดอำนาจ” อย่าง “พลังประชารัฐ-ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์-ชาติไทยพัฒนา และอีกสารพัดที่หวังแค่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในอำนาจ โดยเชื่อว่าจะหาวิธีอธิบายถึงการอ้างถึงประชาธิปไตยได้”
ไม่มีทางจะชนะการเลือกตั้งได้
เวทีที่อำนาจประชาชนเป็นผู้ตัดสิน จะชูมือให้ “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” โดยเฉพาะ “เพื่อไทยกับก้าวไกล” เป็นผู้ชนะอย่างไม่น่าจะมีอะไรมาทำให้พลิกเพี้ยนไปจากนี้อีกแล้ว โดยมีพรรคที่ยืนหยัดกับประชาธิปไตยอย่าง “เสรีรวมไทย-ไทยสร้างไทย-ประชาชาติ-เพื่อชาติ” พร้อมสนับสนุนทันทีหากได้รับสัญญาณขอกำลังเสริม
การเมืองที่วัดด้วยผลเลือกตั้ง ระหว่าง “ฝ่ายสืบทอดอำนาจ” กับ “ฟากประชาธิปไตย” การตัดสินเกิดขึ้นไปแล้วในใจประชาชน เพียงแค่รอเวลากาบัตรเพื่อยืนยันเอานั้น
แต่นั่นเป็น “เกมการเลือกตั้ง” ซึ่งเป็นแค่เริ่มต้นของ “เกมการเมือง” ที่รับรู้กันอยู่ว่าความหมายที่แท้จริงคือ “เกมการชิงอำนาจ”
เงื่อนไขของชัยชนะใน “เกมชิงอำนาจ” มีมากกว่า “ผลการเลือกตั้ง”
ถึงวันนี้มีการนำเสนอข้อมูลให้รับรู้กันโดยทั่วไปว่า มีการ “ดีไซน์กติกาและกลไกอำนาจ” อย่างสลับซับซ้อน ให้เป็นด่านที่ “ฝ่ายประชาธิปไตย” ต้องใช้ความสามารถในการฝ่าข้าม การก้าวขึ้นสู่แท่นสำหรับให้ผู้ชนะขึ้นไปยืนนั้น ต้องผ่านอีกสารพัดด่าน
ที่น่าหนักใจคือเป็นด่านเดียวกับที่จะส่งเสริม สนับสนุน และหาทางแก้ไขเยียวยา “ฝ่ายสืบทอดอำนาจ” จากผู้พ่ายแพ้ให้กลับพลิกผงาดมายืนบน “แท่นผู้ชนะ” ได้ด้วยสารพัดวิธี
สงครามใน “เกมอำนาจ” จะเริ่มหลังการเลือกตั้ง
อิทธิฤทธิ์ของกลไกอำนาจที่ดีไซน์ไว้อย่างสลับซับซ้อน และพร้อมจะแทรกแซงอำนาจประชาชน ขณะที่อำนาจประชาชนแทบไม่มีหนทางเข้าไปคัดคานอะไรได้เลย
นี่ต่างหากคือเงื่อนไขที่แท้จริงของ “ชัยชนะในเกมอำนาจ”
กลไกที่ผูกขาดผลประโยชน์ ผูกขาดอำนาจ ผูกขาดอภิสิทธิ์ของประเทศ คือแก่นแกนของเงื่อนไขกำหนดชัยชนะใน “เกมอำนาจ”
การต่อสู้ของ “ฟากประชาธิปไตย” ที่แม้ประชาชนจะเทการตัดสินใจให้ล้นหลาม และไม่มีทางที่จะพลิกเป็นอื่น
ทว่า “อำนาจประชาชน” ที่ถูกท้าทายด้วย “กลไกที่ดีไซน์มาเพื่ออำนาจผูกขาด” จะอาศัยอะไรสำหรับสู้เพื่อ “ชัยชนะในเกมอำนาจ”
ในความเป็นจริงที่ “คำประกาศยืนหยัด และยึดมั่นในอำนาจประชาชน” ยังเป็นแค่ “น้ำลายของนักการเมืองจำนวนมากที่ไม่เคยจริงใจกับการประกาศนั้น”
จะจัดการอย่างไรกับ “เกมอำนาจ หลังเลือกตั้ง” ที่ท้าทายอำนาจประชาชน
จึงชวนระทึกในการติดตามยิ่ง

