ข่าวคราวการฆ่าตัวตายในขณะนี้มีมากขึ้นและถี่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการมรณภาพของเจ้าคุณเสนาะ พระพรหมสุธี วัดสระเกศ ที่ผูกคอตายภายในกุฏิของตัวเอง การเสียชีวิตของ ร.ต.อ.ทวี หมื่นรักษ์ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง ที่ยิงตัวตายภายในที่พัก หรือ พ.ต.ท.จันทร์ ชัยสวัสดิ์ พนักงานสอบสวน สน.เทียนทะเล ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์และมีข้อสงสัยถึงเหตุการเสียชีวิตกันอยู่ หรือล่าสุดเกิดกรณีชายขอสาวกลับไปคบหาไม่ได้ จึงใช้อาวุธปืนยิงสาวเสียชีวิตและฆ่าตัวตายตามกลางห้างสรรพสินค้า รวมทั้งเหตุการณ์การฆ่าตัวตายอื่นๆ ที่เป็นข่าวและไม่เป็นข่าวอีกมาก
เหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะส่งสัญญาณความผิดปกติของสังคมไทยให้ปรากฏ เพราะตามธรรมชาติ ทุกชีวิตย่อมอยากมีชีวิตและกลัวตาย แต่เมื่อมีมนุษย์ยอมทำร้ายตัวเองให้ถึงชีวิต แสดงว่าต้องมีสาเหตุที่ทำให้คนคิดเช่นนั้น ในเบื้องต้นอาจพบเหตุจากโรครุมเร้า หรือเป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรง บางกรณีอาจพบว่าสาเหตุเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบที่ต้องการประชดคนที่ทำให้ตัวเองเสียใจ หรือเกิดจากความสิ้นหวังในการมีชีวิตอยู่
การพบเหตุเช่นนั้นดูจะไม่เพียงพอเสียแล้ว เพราะเมื่อเกิดการฆ่าตัวตายถี่ขึ้นและมากขึ้น แสดงว่าสังคมไทยมีความบกพร่องอะไรบางอย่าง จึงทำให้สังคมไทยไม่สามารถดึงให้คนที่ประสบปัญหาในจิตใจมีที่พึ่งพิง กระทั่งกลายเป็นความสิ้นหวังและฆ่าตัวตายในที่สุด ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือบุคคลที่เชี่ยวชาญในเรื่องนี้ควรช่วยหาวิธีป้องกันมิให้เหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้เกิดขึ้นได้ ทั้งการเสริมความเข้มแข็งในสถาบันครอบครัว เติมความสัมพันธ์ให้แก่พนักงานในองค์กร ทำให้ทุกคนสามารถหาที่พึ่งทางใจในยามไม่สงบ ทำให้จิตใจที่เปราะบางกลับคืนสู่ความเข้มแข็ง เพื่อให้กลับไปต่อสู้ความสิ้นหวัง เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้ต่อไป
เรื่องเช่นนี้อาจแลดูเหมือนเรื่องเก่า แต่หากปล่อยให้การฆ่าตัวตายมากขึ้นและถี่ขึ้น สังคมไทยทั้งหมดอาจได้รับผลกระทบ ยิ่งในสภาพบ้านเมืองและสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ยิ่งมีผลกระทบต่อสังคมในภาพรวมมากขึ้น เพราะสภาพปัจจุบันสุ่มเสี่ยงต่อการสิ้นหวัง ดังนั้นการสกัดเหตุปัจจัย รวมทั้งสร้างความเข้มแข็งทางสังคมจึงมีความสำคัญ
