หน้าแรก การเมือง ภท.เสวนานโยบา...

ภท.เสวนานโยบายคนพิการ ลั่นหลังเลือกตั้งชงคู่ กม. เข้าสภาฯ พร้อมประกาศนโยบาย 7 ข้อ

30.04.23 | 12:17 น.

ภท.เสวนานโยบายคนพิการ ลั่นหลังเลือกตั้งชงคู่ กม. เข้าสภาฯ พร้อมประกาศนโยบาย 7 ข้อ

เมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย น.ส.อนุสรี ทับสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ร่วมเสวนา “นโยบายการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิทธิของคนพิการ” โดยมีตัวแทนคนพิการจากหลายสาขาเข้าร่วมเสวนาพร้อมแสดงความเห็นด้วย

นายสรอรรถ กล่าวว่า พรรค ภท.พร้อมทำงานต่อไปหลังการเลือกตั้ง หากมีประเด็นอะไรที่เป็นประโยชน์ก็จะนำไปเป็นนโยบายของรัฐบาล เพื่อกำหนดแนวทางการช่วยเหลือให้ชัดเจนต่อไป ซึ่งขณะนี้มีรายงานของรัฐ และเอกชนยังไม่ปฏิบัติตามกฎหมายโดยเฉพาะการจ้างงาน ต้องทำให้เกิดความชัดเจน และหลังสภาผู้แทนราษฎรเปิด กฎหมายที่พรรคฯจะเสนอเข้าสภาฯ เป็นลำดับต้นๆ คือ การแก้ไข พ.ร.บ.การส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ 2550 แก้ไขเพิ่มเติม 2556 โดยเสนอควบคู่ไปกับพ.ร.บ.อากาศสะอาด

“มีประเด็นที่ต้องปรับปรุงอีกเยอะ รวมถึงปัญหาการใช้ชีวิตประจำวัน แม้กระทั่งการใช้ชีวิตของคนปกติที่มาเบียดบังในสิ่งที่ผู้พิการควรจะได้รับ เช่นบริการ BTS มีลิฟต์ให้ผู้พิการขึ้น แต่ไปทีไรก็เห็นคนปกติขึ้นกันเป็นแถว ส่วนผู้พิการจะต้องยืนรอ แม้กระทั่งการมีที่นั่งเฉพาะสำหรับผู้พิการ ก็จะเห็นคนหนุ่มสาวนั่ง ดังนั้นต้องปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจ เราต้องให้โอกาสกับผู้ที่เข้าไม่ถึงโอกาส ซึ่งประเทศไทยมีผู้พิการทั่วประเทศ 2 ล้านกว่าคน กว่าครึ่งหนึ่งเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นภาระค่อนข้างมาก จึงต้องผลักให้เป็นพลัง ที่ผ่านมาเชื่อว่านายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้า ภท.ดำเนินการอะไรเอาไว้ค่อนข้างเยอะพอสมควร เช่นช่วงเวลาให้ผู้พิการเข้ารับบริการก่อน” นายสรอรรถ กล่าว

ด้าน น.ส.อนุสรี กล่าวว่า การจัดเสวนาวันนี้เพื่อรับฟังความข้อเสนอ แนวคิด สภาพปัญหาต่างๆ จากตัวแทนคนพิการ องค์กรคนพิการ เพื่อทำการวิเคราะห์เป็นนโยบายส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิต และพิทักษ์สิทธิ์ของผู้พิการ ทำให้เกิดสิทธิที่เป็นรูปธรรมปฏิบัติได้จริง และผลักดันให้เป็นนโยบายสาธารณะสำหรับผู้พิการครอบคลุมด้านการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี เข้าถึงสิทธิสวัสดิการอย่างเท่าเทียมกัน  เพราะสิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนพลังการสงเคราะห์ทำให้คนเหล่านี้มีพลัง โดยปรับปรุงระเบียบกฎเกณฑ์การจ้างงานให้ดีขึ้น และจริงจัง มีบทบัญญัติบังคับชัดเจน เพราะกฎหมายกำหนดให้หน่วยงานรัฐ และเอกชน ต้องจ้างงานผู้พิการ 1 % แต่ปัจจุบันยังมีการจ้างงานไม่มาก เช่น หน่วยงานรัฐ มี 294 แห่ง แต่มีการจ้างงานเพียง 189 แห่ง รวมการจ้างงาน 17,513 คน เท่านั้น จึงจำเป็นต้องผลักดันการจ้างงานเพิ่มขึ้นอีกกว่า 14,183 คน หรือ 80.99%

Advertisement

น.ส.อนุสรี กล่าวต่อว่า พรรค ภท. ได้สำรวจความเห็นผู้พิการผ่านระบบออนไลน์ พบว่าผู้พิการไทยมีคุณภาพชีวิตที่มีสุขระดับปานกลาง 49.2% น้อยที่สุด 6.2% เมื่อถามถึงสิ่งที่สำคัญในการดำรงชีวิตของคนพิการในไทยพบว่า การเข้าถึงสภาพแวดล้อมทางกายภาพ การขนส่งสาธารณะ และข้อมูลข่าวสาร 30.8% การจัดสวัสดิกา รการจ้างงาน การไม่ถูกล่วงละเมิด หรือการเลือกปฏิบัติเข้าถึงการศึกษา และบริการสุขภาพ และเมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต หลังการเลือกตั้งปี 66 อย่างไรพบว่า ผู้พิการเชื่อว่าจะเหมือนเดิม 52.3% เชื่อว่าดีขึ้น 40% และเชื่อว่าแย่ลง 7.7%

ทั้งนี้ ในการเสวนาผู้พิการได้สะท้อนความเห็น และสิ่งที่อยากให้มีการผลักดัน อาทิ ให้เพิ่มเบี้ยผู้พิการเท่าเทียมกับเบี้ยผู้สูงอายุ, เพิ่มสิทธิ์ขึ้นรถเมล์ฟรี, การจ้างงานที่เป็นทางการ, การเข้าถึงเทคโนโลยีที่สะดวก, มีระบบการจัดทำบัตรผู้พิการที่สะดวก รวดเร็ว หรือให้ใช้ระบบการยืนยันตัวตน ผ่านแอพพลิเคชั่น, ตรากฏหมายขจัดการเลือกปฏิบัติ, มีสิทธิ์ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในรูปแบบออนไลน์, รวมสิทธิ์สวัสดิการด้านการแพทย์สำหรับผู้พิการของทั้ง 3 กองทุน คือระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบบประกันสังคม และสวัสดิการข้าราชการ เข้าด้วยกันเนื่องจากปัจจุบันในแต่ละกองทุนยังมีความแตกต่างกัน ขอให้มีสิทธิ์ในการเบิกจ่ายอุปกรณ์เสริมสำหรับผู้พิการที่มีคุณภาพ เป็นต้น

ภายหลังเสวนาเสร็จสิ้น น.ส.อนุสรี กล่าวสรุปนโยบายของ ภท.ที่จะทำเพื่อผู้พิการ 7 ข้อ คือ 1.เสนอแก้ไขพ.ร.บ.ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการ 2550 เน้น “สิทธิคนพิการ” แก้ไขตั้งแต่ระบบลงทะเบียน ระบบประเมินความพิการ กระบวนการมีบัตร สิทธิด้านการแพทย์ การรักษา การบำบัดฟื้นฟู และการเข้าถึงอุปกรณ์เพื่อการดำเนินชีวิตของผู้พิการ สิทธิการศึกษาไร้ข้อจำกัด 2.ส่งเสริมการจ้างงาน เพื่อให้สามารถเลี้ยงดูตัวเอง และครอบครัว และช่วยเหลือสังคมได้ โดยเฉพาะการจ้างงานโดยหน่วยงานของรัฐ วิสาหกิจ ที่ยังทำได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ส่งเสริมผู้มีความสามารถทางด้านดนตรี

3.ทำลายอุปสรรคในการเข้าถึงด้านกายภาพ และเทคโนโลยี 4.ปฏิรูปกองทุนส่งเสริมสุขภาพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ กู้ง่าย 5. คุ้มครองสวัสดิการผู้พิการ 6.การส่งเสริมอาชีพผู้พิการ และเพิ่มการจ้างงานในหน่วยงานภาครัฐ 10,000 อัตรา และ 7.ปรับเพิ่มวงเงินการกู้ยืมในกองทุนส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการ กรณีกู้รายบุคคล เพิ่มจาก 60,000 บาทเป็น 100,000 บาท และการกู้ยืมรายกลุ่มจากไม่เกิน 100,000 บาท ปรับเพิ่มเป็นไม่เกิน 2 ล้านบาท