หน้าแรก Election Slide ‘แคนดิเ...

‘แคนดิเดตนายกฯ-ตัวตึง’ พร้อมแล้ว ขึ้นเวทีดีเบตสงคราม 9 พรรค 2 พ.ค.

1.05.23 | 06:45 น.

‘แคนดิเดตนายกฯ-ตัวตึง’ พร้อมแล้ว ขึ้นเวทีดีเบตสงคราม 9 พรรค 2 พ.ค.

เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากโครงการ มติชน : เลือกตั้ง’66 บทใหม่ประเทศไทย เดินหน้าเปิดเวทีไฮไลต์ เริ่มจากเวทีแรก ย้ำจุดยืน ชูจุดขาย ประกาศจุดแข็ง เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2566 ต่อด้วย เวทีที่ 2 วิเคราะห์ เลือกตั้ง’66 ในวันที่ 20 มีนาคม 2566 เวทีที่ 3 ฟังเสียง New gen บทใหม่ประเทศไทย ในวันที่ 31 มีนาคม 2566 และเวทีที่ 4 เวทีเสียงประชาชน : นโยบายที่ใช่-สิ่งที่รัฐบาลใหม่ควรทำ ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวาง

มติชน เลือกตั้ง’66 บทใหม่ประเทศไทย เดินทางมาถึงเวทีที่ 5 ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จะเปิดเวทีให้กับ 9 พรรคการเมืองสำคัญ ระดมขุนพล-ขุนศึก-แม่ทัพ มาร่วมนำเสนอนโยบาย-ไม้เด็ด ประชันกันครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงเวลาโค้งสุดท้ายของสมรภูมิเลือกตั้ง 2566 นั่นคือ เวทีสงคราม 9 พรรค THE LAST WAR ซึ่งจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 2 พฤษภาคม 2566 เวลา 12.00-17.15 น. ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า สยามพารากอน ปทุมวัน กรุงเทพฯ

นับเป็นไฮไลต์ มติชน : เลือกตั้ง’66 บทใหม่ประเทศไทย ที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นการจัดเวทีร่วมกันเป็นครั้งแรก ระหว่างสื่อใหญ่ทั้งสองค่ายคือ เครือเดลินิวส์ และ เครือมติชน โดยจะได้พบกับขุนพลเลือดใหม่ (Young blood) ขุนศึกตัวตึง-ตัวเก๋า และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคการเมืองต่างๆ ที่จะมาประชันกันอย่างดุเดือดในสมรภูมิศึกเลือกตั้งครั้งสุดท้ายในครั้งนี้

สำหรับงานดีเบต สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) ที่จะขึ้นพูดเวทีขุนศึกตัวตึง-ตัวเก๋า ให้สัมภาษณ์ว่า จะขึ้นพูดชูถึงจุดขายและกลยุทธ์ความต่างของพรรค ชพก. คือพรรคเราไม่ได้ทำประชานิยม เราทำโอกาสนิยม โอกาสนิยมของพรรค ชพก.คือการเข้าไปรื้อโครงสร้าง อัตราดอกเบี้ย การยกเลิกแบล๊กลิสต์ และการเข้าไปรื้อโครงสร้างพลังงาน เพื่อให้ราคาสินค้าไม่แพงนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง พรรคเราจะอยู่ในสโคปของเรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก เป็นเศรษฐกิจเพื่อสร้างโอกาสให้กับคนไทย เน้นเรื่องการสร้างโอกาสเป็นหลัก

Advertisement

นายอรรถวิชช์กล่าวว่า เม็ดเงินส่วนมากนั้นพรรคอื่นจะใช้เงินเยอะ หลักๆ ของหลายพรรคจะเป็นเรื่องของการแจก แต่ของเราจะเป็นเรื่องการเข้าไปปรับโครงสร้างเป็นหลัก โครงสร้างพลังงานจะมีนโยบายในเรื่องของการกำหนดเพดานค่าการกลั่น รื้อระบบการคิดคำนวณค่า ft หากเป็นเรื่องของโครงสร้างทางการเงินจะเป็นเรื่องของการแก้กฎหมายให้ยกเลิกระบบแบล๊กลิสต์บูโร ทั้งนี้ จึงอยากฝากไปถึงแฟนคลับพรรค ชพก.ให้เข้ามารับชมและรับฟังการดีเบตเวทีของมติชนในวันที่ 2 พฤษภาคมนี้ อยากให้ทุกท่านมาชม โดยพรรคเรามีทั้ง นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค ผม และมีน้องใหม่อย่าง นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติพัฒนากล้า เขต 4 จ.สงขลา มาร่วมในงานนี้ด้วย

ขณะที่ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค ชพก.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค หนึ่งในผู้ที่จะขึ้นเวที สงคราม 9 พรรค เดอะ ลาสต์ วอร์ ของเครือมติชน ในวันที่ 2 พฤษภาคม ให้สัมภาษณ์ว่า พร้อมแล้วที่จะขึ้นเวทีโชว์วิสัยทัศน์และดีเบต ปัญหาต่างๆ ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม รวมถึงนำเสนอทางออกแก้ปัญหา พัฒนาประเทศตามแนวทางของพรรคชาติพัฒนากล้า โดยได้เตรียมข้อมูลอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ จะเน้นใช้ประสบการณ์ที่อยู่ในวงการการเมืองมายาวนาน ผ่านการแก้ปัญหาต่างๆ ผ่านการดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการหลายกระทรวง มาใช้ในการแก้ปัญหาของประเทศ

“ถึงเวลาแล้วที่ผมอยากพูดให้ชัดเจนว่า จะใช้ประสบการณ์ด้านการเมือง การบริหาร ที่มีอยู่ มาแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ กอบกู้วิกฤตปัญหาปากท้องของชาวบ้าน” นายสุวัจน์กล่าว

ด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงการสำรวจโพลมติชน-เดลินิวส์ ที่ผลออกมากระแสของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรค ก.ก.และพรรค ก.ก.มาแรงว่า พรรค ก.ก.ทำงานหนัก ผลสำรวจไม่หนีกันจาก 4 แหล่ง คือ 1.โพลจากสื่อมวลชน จากสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่ชี้ชัดว่าพรรค ก.ก.มีความนิยมเพิ่มขึ้น 2.โซเชียลมีเดียเอ็นเกจเมนต์ 3.เสียงจากผู้สมัคร มีคนมาพูดคุยกับผู้สมัครมากขึ้น และ 4.การใช้ตัวเองเป็นปรอท จากการที่เดินทางลงพื้นที่เยอะมาก เดินไปไหนมาไหนคนก็เข้ามาขอแผ่นพับ ขอถ่ายรูป และพูดคุยถึงนโยบาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าผลเลือกตั้งจะสอดรับกับผลโพล นายธนาธรกล่าวว่า คิดว่าบัตรเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ สอดคล้องแน่นอน ส่วนบัตรเลือก ส.ส.เขต อาจจะพูดได้ไม่เต็มปาก เพราะมีคะแนนนิยมเยอะ ไม่ได้หมายความว่าจะชนะเขต เชื่อว่าในส่วนบัญชีรายชื่อ ถ้าไม่อันดับ 1 ก็อันดับ 2 แน่นอน