‘โรม’ ตั้งทนายยื่นแถลงค้านไต่สวนมูลฟ้อง คดีถูก ส.ว.อุปกิตฟ้องหมิ่นอภิปราย จีนเทาเรียก 100 ล้าน

1.05.23 | 10:53 น.

‘โรม’ ตั้งทนายยื่นแถลงค้านไต่สวนมูลฟ้อง คดีถูก ส.ว.อุปกิตฟ้องหมิ่นอภิปราย จีนเทาเรียก 100 ล้าน

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องคดีนายอุปกิต ปาจรียางกูร สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ยื่นฟ้องนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในข้อหาหมิ่นประมาท เนื่องในการอภิปรายทั่วไป เพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี ในช่วงดึกของวันที่ 15 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยรังสิมันต์ได้อภิปรายในหัวข้อ เช็กบิลไทยดำ-จีนเทา มีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นประมาทนายอุปกิต เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท

ในวันนี้ นายรังสิมันต์ โรม เดินทางมาพร้อมทนายความเพื่อซักค้าน

นายรังสิมันต์กล่าวว่า วันนี้ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง ซึ่งวันนี้คงยังไม่ได้มีคำวินิจฉัย ซึ่งตั้งทนายความยื่นแถลงซักค้านในวันนี้ แต่เรื่องที่แปลกประหลาดคือคดีของนายอุปกิตกลับมีความล่าช้าไม่คืบหน้า แต่คดีของตนกลับไปเร็ว ทั้งที่ความเป็นจริงทางอัยการสูงสุดเคยนัดก่อนเดือน พ.ค.เสียด้วยซ้ำว่าคดีจะต้องมีคำสั่งเกี่ยวกับข้อหาสมคบยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งความจริงควรต้องแจ้งเพราะก่อนหน้านี้มีการแจ้งข้อหาฟอกเงินไปแล้ว ซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน แต่ที่มีการประวิงเวลาเพราะมีการไปร้องขอความเป็นธรรมว่ากรณีคล้ายกับ 80 กว่าบริษัทที่มาจากเงินเดียวกัน ซึ่งความจริง 80 กว่าบริษัท ถ้าผิดจริงสามารถดำเนินการที่หลังได้ ไม่ใช่ต้องเอาไปผูก ซึ่งการกระทำแบบนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้นายอุปกิตได้ดูคดีของตุน มิน ลัต ก่อนเพื่อทราบถึงแนวทางการสู้คดีชิงความได้เปรียบ ตนเชื่อว่าประวิงเวลาชัดเจน ซึ่งตนเข้าใจว่าพนักงานอัยการต้องให้ความเป็นธรรม แต่การให้ความเป็นธรรมจะต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง ว่าใครได้ประโยชน์

Advertisement

นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่ในการเปิดโปงในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึ่งในการทำหน้าที่อภิปรายไม่ไว้วางใจ หรืออภิปรายทั่วไป เป็นหน้าที่ที่ต้องบอกกับประชาชนและบอกกับสภาว่ารัฐบาลบริหารงานผิดพลาดอย่างไร รัฐบาลเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างไร ยืนยันว่าข้อเท็จจริงต่างๆ ไม่ได้สร้างขึ้นมาเอง และข้อเท็จจริงต่างๆ เป็นประโยชน์กับประชาชน พร้อมสู้เต็มที่

“ผมมั่นใจ และขอยืนยันว่า ในเนื้อหาสาระของผมในการทำหน้าที่ของผมมันเป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญมันเป็นการทำหน้าที่ตามกฏหมายมันเป็นการทำหน้าที่ที่ผมยืนยันว่าข้อเท็จจริงต่างๆ ผมไม่ได้สร้างขึ้นมาเองนะครับ และข้อเท็จจริงต่างๆ เป็นประโยชน์ต่อประชาชน หวังว่าคดีนี้จะได้รับการพิจารณาอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และสุดท้ายก็คงต้องตั้งคำถามไปถึงนายกฯเหมือนกัน เพราะนายกฯยังไม่เคยตอบคำถามเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ผมอยากให้นายกฯตอบคำถามเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เช่นกัน ตอบอย่างตรงไปตรงมา ก่อนหน้านี้เขาบอกเคยมีสัญญาเช่าก็อยากให้เอามาดูเหมือนกัน”

นายรังสิมันต์กล่าวย้ำว่า ในการทำหน้าที่ของตนทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ และก็จะเป็นบรรทัดฐานสำหรับการอภิปรายเช่นกันว่าการอภิปรายมันควรจะไปได้แค่ไหนสำหรับสังคมไทย เพราะต้องยอมรับว่าการทุจริตคอร์รัปชั่น ไม่สามารถทำโดยรัฐมนตรีคนเดียว แต่มันต้องอาศัยเครือข่าย และคนที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายปริญ เกษะศิริ ทนายความ ระบุว่า วันนี้ไม่มีความกังวล หรือหนักใจ เพราะนายรังสิมันต์ทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญกำหนด และวันนี้เป็นวันนัดไต่สวนมูลฟ้อง ก็จะยื่นคำแถลง เพื่อแถลงข้อเท็จจริง และข้อกฎหมายให้ศาลได้รับทราบว่าคดีนี้ไม่ควรจะมีมูล นอกจากนี้กฎหมายยังเปิดช่องให้สามารถแถลงถึงบุคคล เอกสาร วัตถุพยาน ให้ศาลทราบและเรียกมาเป็นพยานศาล ประกอบดุลพินิจในการสั่งคดี และเตรียมคำแถลงยื่นแล้ว จะขอเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นฝ่ายสืบสวนของนครบาลให้มาเป็นพยานที่ศาล อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลต่อไป

ต่อมาทนายโจทก์ จำเลย และทนายจำเลยมาศาล ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อ้างว่า โจทก์ติดประชุมคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ติดตาม และเสนอแนะด้านพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน ตามระเบียบวาระการประชุมครั้งที่ 14/2566วันที่ 1พ.ค.เวลา 09.00 น.ลงวันที่วันนี้ จำเลยและทนายจำเลยแถลงคัดค้าน อ้างว่าโจทก์เป็นผู้นัดวันไต่สวนมูลฟ้องเอง และ โจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่าในการประชุมคณะกรรมาธิการฯจะพิจารณาประชุมกันทุกวันจันทร์ จึงประวิงคดี ให้ชักช้า และขอให้ฝ่ายโจทก์ยื่นบันทึกวาระการประชุม

ทนายโจทก์แถลงว่า ในการนัดประชุมของคณะกรรมาธิการฯ เมื่อวันที่ 24 เม.ย.66 ซึ่งมิได้มีการกำหนดวาระการประชุมไว้ล่วงหน้า โจทก์จึงเพิ่งทราบว่ามีการประชุม จึงไม่สามารถ มาเบิกความต่อศาลในวันนี้ได้

พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า โจทก์ติดประชุมคณะกรรมาธิการฯซึ่งมิอาจทราบวันนัดล่วงหน้าได้ กรณีจึงเห็นควรให้โอกาสโจทก์สักครั้งในการนำพยานหลักฐานมาไต่สวนมูลฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิด หรือไม่ อนุญาตให้เลื่อนไปนัดไต่สวนมูลฟ้องใหม่ในวันที่ 26 มิ.ย.66 เวลา 09.00 น.ตามวันว่างของคู่ความ

กำชับโจทก์ให้เตรียมพยานมาศาลพร้อมที่จะไต่สวนในนัดหน้า มิฉะนั้นศาลมีคำสั่งตามที่ เห็นสมควร

ทนายจำเลยยื่นคำแถลงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา 165/2ขอให้หมายเรียก พ.ต.ท.มานะพงษ์ วงศ์พิวัฒน์ มาเบิกความต่อศาลถึง ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และให้หมายเรียกหนังสือชี้แจงขอพ.ต.ท.มานะพงษ์ ที่ยื่นต่อคณะกรรมการตุลาการ ศาลยุติธรรมและคำให้การของพ.ต.ท.มานะพงษ์ ชั้นสอบสวนข้อเท็จจริงของจเรตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หมายเรียก เป็นหมายศาล ยกเว้นหมายเรียกพ.ต.ท.มานะพงษ์รอไว้หมายเรียกเมื่อทราบกำหนด วันนัดไต่สวนพยานปากนี้