หน้าแรก การเมือง 14 จังหวัดใต้...

14 จังหวัดใต้ จี้ รัฐบาลใหม่ ลดค่าไฟฟ้าบ้าน เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

1.05.23 | 15:37 น.

14 จังหวัดใต้ จี้ รัฐบาลใหม่ ลดค่าไฟฟ้าบ้าน เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

14 จังหวัดภาคใต้ “จี้” รัฐบาลใหม่แก้ปัญหา 4 เรื่อง “ลดค่าไฟฟ้าบ้าน” หนุน ติดตั้ง Solar Rooftop เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ แก้ภาระหนี้สิน

วันที่ 1 พฤษภาคม ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ เปิดเผยว่าผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชน 14 จังหวัดในภาคใต้ 420 ตัวอย่าง ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือน เม.ย.66 ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน มี.ค.66

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า ปัจจัยบวกที่สำคัญ ได้แก่ การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีการร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนของแต่ละพื้นที่ในการจัดงานเทศกาลสงกรานต์อย่างเต็มรูปแบบ ภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การจัดแสดงดนตรี การเล่นน้ำสงกรานต์ และการจัดแสดงสินค้า

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า เทศกาลสงกรานต์มีความคึกคัก และมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก ทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยจำนวนมาก มีการประเมินการใช้จ่ายในการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้มากถึง 2.3 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก

Advertisement

ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง

“การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในเดือน เม.ย. มีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ทำให้การใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนเพิ่มขึ้น สินค้าจำนวนหนึ่งมีการปรับราคาขึ้นในช่วงสงกรานต์ โดยเฉพาะค่าอาหารได้ปรับราคาสูงขึ้น ผู้ประกอบการให้เหตุผลว่า ราคาวัตถุดิบมีการขยับสูงขึ้นตามสภาพอากาศที่ร้อนจัด เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรออกสู่ตลาดน้อยลง ทำให้ธุรกิจร้านอาหารมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น”

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า ค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ตู้แช่ เพื่อเก็บวัตถุดิบต่างๆ เนื่องจากอากาศที่ร้อนมาก ประชาชนส่วนหนึ่งมองว่าช่วงเดือน เม.ย.ค่าครองชีพสูงขึ้น และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอีก ในขณะที่รายได้ของประชาชนเท่าเดิม

ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่า ประชาชนที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลางจำเป็นต้องปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพื่อให้สามารถดำรงชีพอยู่ได้ มีความคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามาช่วยเพิ่มรายได้ และลดค่าใช้จ่ายของประชาชน เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ และไม่ก่อหนี้ครัวเรือนขึ้นอีก”

“ประชาชนภาคใต้มีความต้องการให้รัฐบาลใหม่ ช่วยแก้ปัญหาพลังงานอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาค่าไฟฟ้าในบ้านที่เพิ่มขึ้น ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนติดตั้งระบบไฟฟ้าบนหลังคาบ้าน (Solar Rooftop) เพื่อลดค่าไฟฟ้า และสามารถนำไฟฟ้าส่วนเกินขายคืนให้แก่ภาครัฐได้ คาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จำเป็นต้องเข้ามารีบแก้ไขค่าไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน อาทิ การลดค่าไฟฟ้า การลดค่า FT และการช่วยเหลือค่าไฟฟ้าแก่ประชาชน”

ผศ.ดร.นิวัฒน์กล่าวว่า ความต้องการของประชาชนต่อนโยบายด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อลดการปล่อยมลพิษของยานพาหนะ ปรับปรุงคุณภาพของรถโดยสารสาธารณะ และกำหนดค่าบริการที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้ประชาชนที่มีรายได้ต่ำ และรายได้ปานกลางสามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้มากขึ้น

“นโยบายด้านการเกษตร เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกต่ำ ราคาปุ๋ยและวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์มีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำให้บางช่วง เกษตรกรมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น รัฐบาลมีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรที่ยั่งยืน และให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้ ด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในการช่วยเพิ่มผลผลิตและสร้างมูลค่าให้กับสินค้าทางการเกษตร”

ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า นโยบายด้านแรงงานของพรรคการเมืองส่วนใหญ่เน้นเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งแข่งขันกันว่าพรรคใดจะเสนอค่าจ้างขั้นต่ำได้สูงกว่ากัน ประชาชนมองว่าการปรับค่าจ้างขั้นต่ำต้องสอดคล้องกับความสามารถของแรงงานในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจสามารถดำเนินธุรกิจได้ ภาครัฐควรส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการธุรกิจ SME และธุรกิจขนาดเล็ก วิสาหกิจชุมชน นำเครื่องจักรและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่มผลผลิต และลดความสูญเสียให้น้อยลง ส่งเสริมทางด้านการตลาด

“นโยบายของพรรคการเมืองควรพิจารณาการใช้งบประมาณของประเทศอย่างเหมาะสม และควรกำหนดนโยบายที่สามารถทำได้จริง และสามารถทำได้ทันที ไม่ให้เป็นเพียงนโยบายเพื่อหาเสียงเท่านั้น มีความคาดหวังว่านโยบายในการหาเสียงของพรรคการเมืองเมื่อดำเนินการแล้วจะไม่สร้างปัญหาใหม่ให้กับประเทศ”

ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า ประชาชนมีความกังวลต่อนโยบายของพรรคการเมืองที่ไม่เหมือนกัน พรรคการเมืองหลายพรรคร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล และจะใช้นโยบายของพรรคใดในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม ประชาชนภาคใต้คาดหวังว่า รัฐบาลใหม่จะนำนโยบายที่ให้ความสำคัญและเกิดประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ มากกว่ากลุ่มทุนและกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มพวกพ้อง และเครือญาติของนักการเมือง

“ประชาชนต้องการให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ การช่วยลดค่าไฟฟ้าและรักษาระดับราคาพลังงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม การช่วยเหลือภาระหนี้สินแก่กลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการขนาดเล็ก การเพิ่มเบี้ยยังชีพให้แก่ผู้สูงอายุ และการให้งบประมาณช่วยเหลือประชาชนในการนำพลังงานทดแทนเข้ามาใช้” ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าว