‘บิ๊กป้อม’ เก็บทุกเม็ด คอลคุยชาวมหาสารคามระหว่างเดินสายลงพื้นที่ภาคอีสาน ลั่น พปชร.เป็นรัฐบาลยกระดับ ‘อีสาน’ ทันที ชูรถไฟทางคู่บึงกาฬ-อู่ตะเภา ควบคู่สร้างงาน-การศึกษา
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม เพจเฟซบุ๊ก FC ลุงป้อม โพสต์คลิปวิดีโอคอลขณะ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) วิดีโอคอลพูดคุยกับประชาชนระหว่างลงพื้นที่หาเสียงในภาคอีสาน ก่อนกำหนดปราศรัยใหญ่ที่ จ.ร้อยเอ็ด
โดยช่วงหนึ่ง พล.อ.ประวิตรใช้เวลาวิดีโอคอลพูดคุยกับประชาชนใน จ.มหาสารคาม เพื่อทักทายและรับฟังปัญหาความเดือดร้อน โดยกล่าวผ่านวิดีโอคอลว่า “ทุกคนสบายดีนะครับ ขอฝากพรรคพลังประชารัฐและผู้สมัคร ส.ส.มหาสารคามของพรรคด้วย” ตัวแทนประชาชนหยอดคำหวานว่า “จะสบายกว่านี้หากได้ พล.อ.ประวิตรเป็นนายกฯคนที่ 30”

นอกจากนี้ ชาวมหาสารคามยังอวยพรให้ พล.อ.ประวิตรและพรรคพลังประชารัฐประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งที่กำลังมาถึง
“ขอให้ลุงป้อมโชคดี วันนี้ขอเรียกลุงป้อมว่าพี่ป้อม พวกเราชาวมหาสารคามขอเชียร์พี่ป้อม เบอร์ 37 และขอให้ได้เป็นนายกฯคนที่ 30 รวมทั้งพาคนไทยไปสู่ความสุขด้วย” ประชาชนรายหนึ่งกล่าว
ทันทีที่ได้ฟัง พล.อ.ประวิตรกล่าวขอบคุณด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
รายงานข่าวแจ้งว่า การลงพื้นที่หาเสียงภาคอีสานของ พล.อ.ประวิตร ที่ จ.ร้อยเอ็ด เป็นการลงพื้นที่ต่อจาก จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 30 เม.ย. โดย พล.อ.ประวิตรกล่าวกับประชาชนใน จ.ขอนแก่น ว่าหากได้เป็นรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐจะทำนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนทันที เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาทต่อเดือน พร้อมวงเงินประกันชีวิต 2 แสนบาท, เพิ่มงบกองทุนหมู่บ้านให้กองทุนละ 2 แสนบาท, ลดราคาน้ำมัน ราคาแก๊ส และค่าไฟฟ้าในทันที

นโยบายเพิ่มเงินในบัญชีของประชาชน อาทิ สวัสดิการผู้สูงอายุ 3 4 5 และ 6 7 8 โดยผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปได้รับ 3 พันบาท อายุ 70 ปีขึ้นไปได้รับ 4 พันบาท และอายุ 80 ปีขึ้นไป จะได้รับ 5 พันบาท, นโยบาย แม่ บุตร ธิดา ประชารัฐ มอบเงินให้ผู้ที่ตั้งครรภ์เดือนละ 1 หมื่นบาท เป็นเวลา 5 เดือนจนกว่าจะคลอด และเงินช่วยดูแลลูกอีกเดือนละ 3 พันบาทจนถึง 6 ขวบ, สนับสนุนเงินให้เกษตรกรทั่วประเทศ จำนวน 3 หมื่นบาท จำนวน 8 ล้านครอบครัว เพื่อแก้ปัญหาความยากจน
นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตรยังเน้นย้ำถึงนโยบายอีสานประชารัฐ ในการยกระดับการขนส่งคมนาคม และพัฒนาภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับระบบการศึกษาที่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ โดยจะเชื่อมทางรถไฟจากภาคอีสานและภาคตะวันออกให้เป็นรถไฟทางคู่ (บึงกาฬ-ท่าเรือแหลมฉบัง-ท่าเรือมาบตาพุด-สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง) ระยะทาง 480 กม. ที่จะเป็นการพัฒนาพื้นที่ 24 จังหวัดในภาคอีสานและภาคตะวันออก สอดรับกับโครงการอีอีซี ทั้งนี้ จะเริ่มสร้างเมื่อพรรคพลังประชารัฐได้เป็นรัฐบาล ซึ่งได้มีการสำรวจเส้นทางเรียบร้อยแล้ว

