‘สนธยา’ ชี้การเมืองครั้งนี้สู้กันรุนแรง ถูกฝ่ายตรงข้ามใส่ร้าย ลั่นเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ด้วยอนาคตลูกหลาน-ประเทศ

2.05.23 | 09:52 น.

“สนธยา” ชี้การเมืองครั้งนี้สู้กันรุนแรง ถูกฝ่ายตรงข้ามใส่ร้ายป้ายสี ลั่นเป็นเดิมพันครั้งใหญ่ด้วยอนาคตลูกหลาน-ประเทศ

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม นายสนธยา คุณปลื้ม แกนนำบ้านใหญ่เมืองชล พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเรื่อง “วัดใจ” โดยมีรายละเอียดว่า “การเลือกตั้งครั้งแรกในรอบหลายปีกำลังจะมาถึง แต่ก่อนจะถึงวันนั้นก็มีการหาเสียงที่ทำลายล้างกันอย่างถึงพริกถึงขิงเพื่อรักษาอำนาจ จึงเป็นเวลาเหมาะสมที่ผู้ลงคะแนนจะถามใจตัวเองว่าอยากให้ประเทศของเรา ครอบครัวของเราไปในหนทางแบบไหน

ผมเขียนบันทึกนี้ขึ้นมาเพราะเป็นครั้งแรกที่มีความพยายามโยงให้ผมไปเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ซึ่งไม่เป็นความจริงแน่นอน และจะไม่เกิดขึ้นทั้งในอดีต ปัจจุบันและในอนาคต

เป็นการสร้างข่าวในช่วงที่อีกไม่กี่วันจะเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนว่าผมจะดำเนินการทางกฎหมายกับการจงใจให้ร้ายอย่างไม่มีความละอายนี้

ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผมต้องย้อนกลับมาคิดถึงคำสอนของพ่อที่เตือนเสมอว่า การเลือกตั้งมีได้ทั้งแพ้และชนะ ถ้าเราทำดีที่สุด เมื่อเสนอตัวมาทำงานก็ต้องพอใจกับทุกเสียงที่ได้รับมา

Advertisement

ผมสงสัยว่าทำไมคนเราจะต้องชนะด้วยวิธีการที่สกปรกขนาดนี้ และทำไมต้องเอาความเป็นมนุษย์มาแลกกับชัยชนะ

ถ้าไม่ใช่เพื่อการแสวงหาประโยชน์

ถึงจะอยู่ในวงการเมืองมาพอสมควร ผมไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย หรือเป็นที่น่าสงสัยของสังคม แต่ในการเลือกตั้งครั้งนี้กลับเป็นครั้งแรกที่ผมเริ่มรู้สึกถึงการแข่งขันที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา

อาจเป็นเพราะเกิดความเห็นตรงกันว่าประเทศของเรามาถึงหัวเลี้ยวหัวต่อ ถึงทางแยก จึงเป็นเวลาที่พรรคการเมืองต่าง ๆจะพากันเสนอนโยบายของตัวให้ประชาชนได้รับทราบ ได้วิเคราะห์เป็นแนวทางการลงคะแนน

จึงเป็นสิ่งที่ดีมาก ที่ประชาชนจะได้รู้ว่าประเทศมีปัญหาอะไร และพรรคไหนที่มีประสบการณ์ที่ดี มีข้อเสนอที่ตรงใจที่สุด

แต่แล้ว ในความเป็นจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้นในชลบุรีของเรา เพราะผมได้เห็นแล้วว่ามีการวางแนวทางหาเสียงที่เน้นเรื่อง “ชังชาติ” ซึ่งเป็นวาทะกรรมที่ถูกใช้มานานเพื่อให้ร้ายคู่แข่งเพื่อการช่วงชิงอำนาจ

แม้กฎระเบียบของ กกต.จะห้ามการให้ร้ายป้ายสี ก็ดูจะไม่เป็นผล เพราะมีการใช้แนวทางสารพัดและกว้างขวางในการให้ร้ายกันอย่างแยบยล

อย่างไรก็ตาม ความเลวร้ายของการหาเสียงสกปรก จะไม่เกิดผลอะไรเพราะประชาชนสามารถรู้ทัน และจะเป็นผู้ชี้ขาดว่าจะเลือกเชื่อถือนโยบายของพรรคไหน

ไม่ให้สิ่งสกปรกมาครอบงำจิตใจ อย่าให้พฤติกรรมที่เลวร้ายเป็นที่ยอมรับได้ เพราะนั่นจะขยายความขัดแย้งในสังคมของเราจนหมดทางจะเยียวยา

การเลือกตั้งครั้งนี้จึงจำต้องวิเคราะห์ให้มาก เป็นเดิมพันครั้งใหญ่ ด้วยอนาคตของประเทศและลูกหลานของเราทุกคน”