เศรษฐา เป็นหวัดแต่ใจสู้ขึ้นเวที ท่ามะกา ย้ำแคนดิเดต 3 คน พร้อมเป็นนายก ฮือฮาเดินตลาดโต้รุ่งกลางเมืองกาญจน์
วันที่ 2 พ.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส. ที่ จ.กาญจนบุรี เมื่อเวลา 18.00 น. พรรคเพื่อไทย นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร นายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย นายจักรพงษ์ แสงมณี นายทะเบียนพรรคเพื่อไทย ที่เวทีปราศรัยใหญ่ที่โรงเรียนบ้านบึงวิทยา ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
โดยมี นางสาวพลอย ธนิกุล ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 3 เบอร์ 4 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 เบอร์ 1 นายชูศักดิ์ แม้นทิม ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 2 เบอร์ 7 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 เบอร์ 5 และ นายพนม โพธิ์แก้ว หรือ ส.จ.ไก่ ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 5 เบอร์ 5 พร้อมแกนนำพรรค ร่วมเวทีปราศรัย มีประชาชนกว่า 6,000 คน ร่วมฟังการปราศรัย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นายสุทิน คลังแสง อดีตประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน เปิดเวทีว่า “ไปทุกที่พี่น้องคนไทยตื่นตัว อีกไม่กี่วัน เราจะเปลี่ยนชีวิตตัวเอง ไม่ดักดาน เราต้องคิดดีๆ เลือกเที่ยวนี้คิดดี คิดละเอียด อย่ามักง่าย เห็นแก่หน้าคนนั้นคนนี้ กาผิดชีวิตเปลี่ยน พี่น้องท่ามะกามีเกษตรกรมาก ถ้าได้นายกโง่ก็จะแย่ ยิ่งทำยิ่งจน ถ้าได้นายกเก่งๆ นโยบายดี เราสบายเลย อย่างปี 44 เลือกปั๊บได้ นายกฯทักษิณ ชินวัตร ชีวิตดีขึ้น ชีวิตสบาย ยุคนั้นสบาย เสียดายพอเขาไล่นายกฯทักษิณได้อภิสิทธิ์ ชีวิตก็งั้นๆ เลือกใหม่ได้ยิ่งลักษณ์ ชีวิตเราก็ดีขึ้น อยู่ไปเขาก็ไล่ไปอีก เลือกได้ไอ้คนนี้ รัฐบาลประยุทธ์ดีมั้ยครับ หากเราได้นายกฯฉลาดเราโชคดี แต่ถ้าได้นายกฯโง่พวกเราก็ซวย คราวนี้อย่าเลือกง่ายๆ ท่ามะกามีแข่งกันสองคน มุมแดงกับมุมน้ำเงิน เลือกมุมแดงลูกหลานมีแท็บเล็ตไปโรงเรียน เลือกมุมน้ำเงินลูกหลานถือบ้องกัญชาไปโรงเรียน แบบนี้เอามั้ย” นายสุทิน คลังแสงกล่าว

ต่อจากนั้น นายเศรษฐา ซึ่งมีอาการป่วยเสียงแหบแห้ง แต่ยังขึ้นปราศรัยว่า ทราบว่าพี่น้องเองก็อยากพบ ผมเองก็อยากมาพูดคุย มาแนะนำมาเผยแพร่นโยบายดีๆ ของพรรคเพื่อไทย ให้พี่น้องชาวกาญจนบุรีได้รับทราบ
พี่น้องครับ การเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม จะเป็นวันประวัติศาสตร์เปลี่ยนประเทศไทย ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้ใส่ใจดูแลพี่น้องสมกับที่เขาควรจะทำในฐานะนายกรัฐมนตรี ค่าใช้จ่ายขึ้นรายได้ลด
นายเศรษฐากล่าวว่า วันที่ 14 พฤษภาคม จะเป็นวันประวัติศาสตร์ที่เราจะเปลี่ยนรัฐบาล ปัญหาของ พลเอกประยุทธ์ ไม่ใช่เรื่องรายได้ลด รายจ่ายเพิ่มอย่างเดียว เรื่องของยาเสพติดก็เป็นเรื่องใหญ่ ที่จริงแล้วรัฐบาลทหารเองก็พูดแต่เรื่องความมั่นคง ความมั่นคงเป็นแบบนี้ได้อย่างไร ลูกหลานติดยาบ้าเต็มบ้านเต็มเมือง แล้ววันนี้ยังมีหน้ามาบอกว่าจะปราบยาเสพติด มีเวลามา 4 ปีแล้ว แล้วยังปราบไม่ได้เลย ลูกหลานติดยาเต็มบ้านยาบ้าราคาถูก ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล เราจะเปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วยรักษาผู้ป่วยให้ดี ดูแลเขากลับคืนสู่สังคมให้อาชีพที่มีค่าที่เหมาะสม เป็นคนมีคุณค่าให้สังคมได้ แต่ในทางกลับกันผู้ค้ายาต้องถูกจัดการโดยเด็ดขาด

นายเศรษฐากล่าวว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล นายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคเพื่อไทยจะนั่งหัวโต๊ะจะนั่งเป็นเจ้าภาพ บริหารจัดการกระทรวงทั้งหลาย ลดขั้นตอนในการยึดทรัพย์เก็บสมบัติเหล่านี้มาเป็นทรัพย์สมบัติของแผ่นดินโดยเร็วที่สุด ราคาสินค้าเกษตร รายได้ของพี่น้องเกษตรกร ใครที่นี่เป็นหนี้ ประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรก ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเราพักหนี้ทั้งต้นทั้งดอก 3 ปี ค่าไฟลดทันที ไม่ใช่แต่ลดค่าใช้จ่ายอย่างเดียว นักวิชาการบอกพรรคเพื่อไทย นักการตลาดของพรรคเพื่อไทยเราจะทำให้รายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายในเวลา 4 ปี

นายเศรษฐากล่าวว่า พรรคเพื่อไทย มีนายกจะเป็นใครก็ตามที 1 ใน 3 ภารกิจอันใหญ่ คือเดินทางไปขายสินค้าของพี่น้องประชาชนทั่วโลก ถ้ามีความต้องการของสินค้ามากขึ้นเราก็ขายของได้มากขึ้น ราคาของสินค้าก็จะขึ้นไปโดยปริยาย ค่าปุ๋ยเคมี ตอนนี้ แพงมาก นักวิชาการด้านเกษตรของพรรคเพื่อไทย เราจะแนะนำให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งมีประสิทธิภาพเท่ากันแต่ราคาถูกกว่า ทำให้รายได้สุทธิเข้ากระเป๋า มากขึ้น
เรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นเรื่องสำคัญ เข้าใจว่าหลายๆ ท่านยังไม่มีสิทธิ์เป็นเจ้าของที่ดินมีโฉนด จะมีแค่ ส.ป.ก.กับ น.ส.3 นโยบายหลักของพรรคเพื่อไทย เราจะแจกโฉนด 50 ล้านไร่ให้ โฉนดเหล่านั้น สามารถเอาไปเป็นหลักทรัพย์ กู้สถาบันการเงินได้ ส่งมอบต่อให้ลูกหลานเป็นสมบัติเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกหลานเรา

“การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องคิดให้ดี เรามีบัตร 2 ใบ เลือก ส.ส.เขต กับเลือก ส.ส.พรรค ส.ส.เขตมีอยู่ 400 คน ส.ส.พรรคมีแค่ 100 คน เราจะตั้งใจเลือก 2 พรรคไม่ได้ ทั้งเขตและทั้งพรรคต้องเป็นของพรรคเพื่อไทยเท่านั้นครับพี่น้อง ผมเข้าใจว่าคู่แข่งเขตนี้ของคุณพลอยคือพรรคภูมิใจไทย จำเป็นอย่างยิ่ง พี่น้องครับ ที่เราต้องให้คนมีคุณภาพอย่างคุณพลอยเข้าสู่สภา คุณพลอยมีความเข้าใจเรื่องของคนรุ่นใหม่ มีความเข้าใจถึงปัญหายาเสพติด มีความเข้าใจถึงกัญชาทางการแพทย์ เราไม่เอากัญชาเสรีครับพี่น้อง เรายอมไม่ได้ที่พรรคอื่นเสนอกัญชาเสรี มันเป็นการมัวเมาประชาชนครับพี่น้อง”นายเศรษฐา กล่าว
หลังจากลงจากเวทีปราศรัยที่ อ.ท่ามะกา แล้ว คณะของ นายเศรษฐา พร้อม นายพานทองแท้ ได้เดินทางไปพบปะประชาชนที่สถานีขนส่งจังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 1 เบอร์ 1 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อดีตอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เขต 4 เบอร์ 5 ร่วมเวทีปราศรับย่อย ทีประชาชนกว่า 500 คนรอฟัง พร้อมแสดงความชื่นชม
โดยนายเศรษฐาได้เดินเท้าทักทายประชาขนที่ตลาดโต้รุ่ง ประชาชนให้การตอบรับขอจับมือถ่ายรูปอย่างคึกคัก ก่อนแวะรับประทานก๋วยเตี๋ยวบริเวณตลาดโต้รุ่ง ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร

