แม่ทัพก้าวไกล ลั่น เปลี่ยน ‘นายกฯโพล’ เป็นนายกฯตัวจริง กุนซือพท. ตอบปม 3 แคนดิเดต
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่ รอยัล พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้า สยามพารากอน เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ มติชนxเดลินิวส์ ร่วมจัดดีเบตเป็นครั้งแรกในเวที “สงคราม 9 พรรค THE LAST WAR”
ในตอนหนึ่ง บนเวที แม่ทัพ วิสัยทัศน์และสัญญาประชาคม” นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขอขอบคุณผู้อ่านของเดลินิวส์และมติชน ที่ให้ความไว้วางใจตนเป็นนายกฯ จากผลโพลที่โหวตให้ตนสองครั้งซ้อน ตนจึงขอให้เวทีนี้ประกาศความพร้อมของรัฐบาลก้าวไกล และประกาศความพร้อมของนายกฯ คือนายกฯ ตัวจริงที่ชื่อนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แน่นอนว่าถ้าจะเปลี่ยนจากนายกฯ โพลให้กลายมาเป็นนายกฯ ตัวจริง เราต้องแสดงให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าพรรคก้าวไกล พร้อมจะเป็นรัฐบาลชุดต่อไป ด้วยอุดมการณ์จากอดีตพรรคอนาคตใหม่ และประสบการณ์และประสิทธิภาพที่มี 4 ปีในสภาฯ ของพรรคก้าวไกล ตนจึงขอเสนอโรดแม็ปว่าเมื่อตนเดินเข้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อไหร่ วาระ 100 วันแรก วาระ 1 ปีแรก และวาระรัฐบาลสมัยแรกหน้าตาเป็นอย่างไร
นายพิธา กล่าวว่า ประเทศไทยจะเปลี่ยนไปอย่างไรภายใต้รัฐบาลก้าวไกล โดย 100 วันแรกเราเตรียมยุทธ์ศาสตร์การเมืองดี ปากท้องดี และมีอนาคต ช่วง 100 วันแรกจะไม่พึ่งงบประมาณ และการแก้ไขกฎหมาย ใน 1 ปีแรก เมื่อเรามีเวลาและงบประมาณ และการแก้ไขกฎหมาย ก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างได้มากขึ้น ส่วนรัฐบาลก้าวไกลสมัยแรกคือหน้าตาของประเทศไทยว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไร เมื่อท่านเลือกพรรคก้าวไกลวันที่ 14 พฤษภาคมนี้
ต่อมา คำถามแรกจากกองบรรณาธิการ ถามว่า จนถึงวันนี้ ขึ้นเวทีดีเบตไปแล้วกี่ครั้ง คิดว่ามากที่สุดหรือไม่ และจากผลโพลมติชน-เดลินิวส์ ทำให้มั่นใจมากยิ่งขึ้นหรือไม่
นายพิธา กล่าวว่า การขึ้นดีเบตมากที่สุดไม่สำคัญเท่าเหมาะที่สุด เพราะการที่เราจะบริหารแคมเปญเลือกตั้ง และการพบปะพี่น้องประชาชน ทำให้ชอบและเชื่อเราได้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการดีเบตอย่างเดียว เพราะเบสิกของการบริหารแคมเปญคือ ออนแอร์ ออนเน็ต ออนกราวน์ และออนไซต์ การที่มีพี่น้องประชาชนมาหาเรา แล้วถามว่านโยบายนี้ทำอย่างไร ไม่ใช่แค่การมาจับไม้จับมือและสนับสนุนอย่างเดียว มาพูดในสิ่งที่ทำให้พวกเขานอนไม่หลับ และมีกระดิ่งในใจเขาดัง เพราะมีพรรคการเมืองที่ใส่ใจเขาผ่าน 300 นโยบาย นี่ต่างหากคือสิ่งที่สำคัญ เรื่องโพลเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ไม่ใช่ทุกอย่าง

ส่วนคำถามที่สองจากกองบรรณาธิการ ถามว่า ถึงจุดนี้ยืนยันได้แล้วไหมว่า พร้อมเป็นนายกฯ และคิดว่าจะมีใครมาขวางเส้นทางของคุณและพรรคก้าวไกลหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ในเรื่องการจะมีใครมาขวางเส้นทางหรือไม่ เราตระหนักแต่ไม่ตระหนก เพราะเรารู้ดีว่า เมื่อเราจุดไฟในสายลมติดแล้ว เมื่อสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงมาแล้ว ผู้มีอำนาจและการเมืองแบบเก่าไม่สามาถที่จะจัดการเราได้ เขาจะสาดโคลนสกปรกมาให้เรา เขาจะเล่นวิชามารต่างๆ
มาจัดการเหมือนที่เขาเคยรังแกอดีตพรรคอนาคตใหม่ แต่เราจะสู้ด้วยความจริงใจ และสร้างสรรค์ ด้วยการเมืองแห่งความหวัง โคลนสาดโคลนไม่ช่วยอะไร ความมืดไล่ความมืดไม่ได้ ต้องเอาความสว่างไล่ความมืด ฉะนั้นเราต้องไม่หลงกล และเอาสมาธิไปทำงานในช่วงโค้งสุดท้าย เดินหน้าหาเสียงอย่างเต็มที่ เพื่อเตรียมความพร้อมของการเป็นนายกฯ เพราะตนเข้าใจคนวัยของคนที่เกิดมาก่อนตน และหลังตน รวมถึงเรื่องต่างประเทศ พื้นที่ชนบทในต่างจังหวัด ภาครัฐ ภาคเอกชน ทำให้ตนเป็นนายกฯ ได้
ด้าน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจและประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า การกำเนิดพรรคเกิดขึ้นจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย เพราะเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เมื่อเราเข้ามาเป็นรัฐบาลก็สามารถกู้วิกฤตได้ นอกจากนี้ ยังฝ่าวิกฤตสึนามิ จนกระทั่งมาเป็นรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เราก็ฝ่าวิกฤตน้ำท่วมได้ ครั้งนี้ในวันที่ 14 พฤษภาคมก็จะเป็นวันที่ทุกคนจะได้ออกมาใช้สิทธิที่เป็นประชาธิปไตย ที่จะมีอนาคตอย่างไรหรืออยู่กับสภาพเดิมที่เคยเป็นอยู่มาตลอด 9 ปี หรือจะเป็นทางเลือกใหม่ในการฝ่าวิกฤตที่เกิดขึ้นจากการรัฐประหาร
เป็นผลให้มีการสืบทอดอำนาจผ่านรัฐธรรมนูญปี 2560 มาได้ สำหรับยุทธศาสตร์ของพรรค พท.ที่จะทวงคืนประชาธิปไตยอย่างสันติวิธี คือฝ่ายประชาธิปไตยต้องเอาชนะเสียงให้ได้มากที่สุด เพื่อไปจัดตั้งรัฐบาลป้องกันเสียงข้างน้อย และให้พรรคการเมืองต่างๆ มารวมเสียงกันได้เพื่อขัดค้านเสียงของ ส.ว.ได้ ซึ่งก้าวสำคัญจะเกิดขึ้นได้ต้องมีนโยบายดีๆ ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม เราเชื่อว่าการต่อสู้ทางการเมืองที่แท้จริงเพื่อการแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ เราจึงเน้นการสร้างรายได้ให้คนทุกกลุ่ม ซึ่งแน่นอนว่าพลังของประชาชนต้องถูกปลดปล่อยให้มีเสรีภาพ
นพ.พรหมินทร์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม คิดว่าพี่น้องประชาชนสามารถสัมผัสได้ว่า ค่าครองชีพ ค่าใช้จ่าย รายได้ไม่เพียงพอกับการดำรงชีวิตอยู่ได้ ทำให้เกิดการสร้างหนี้ เบื้องต้นในการที่จะห้ามเลือดก็ต้องไปหยุดหนี้ โดยเรามีโครงการพักหนี้เกษตรกร 3 ปี เราจะปรับลดค่าพลังงานทันที ทุกเรื่องเรามีมาตรการชัดเจน เพราะเคยบริหารเรื่องเหล่านี้มาแล้ว และเราต้องปรับวิธีคิดจากการเกษตรดั้งเดิมเป็นการเกษตรก้าวหน้า สิ่งเหล่านี้เราทำด้วยตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ เราจะปลูกพืชที่เป็นอาหารสัตว์ ได้แก่ ข้าวโพดและถั่วเหลือง รวมถึงการเลี้ยงโคเพื่อส่งออก
เรามั่นใจว่าเราทำเรื่องเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ เราจะเปิดเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งเราจะแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค อนาคตของเด็กเราก็ต้องดูแล ทั้งเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา คนที่ถูกผลักออกจากระบบการศึกษา เราเสนอหลักสูตร Learn to Learn การแจกแท็บเล็ตฟรี นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องยาเสพติดก็ต้องถูกจัดการไปด้วย โดยเราจะจัดการอย่างเด็ดขาดในเรื่องของการยึดทรัพย์ เราจะทำให้ระบบราชการเป็นระบบดิจิทัล
นพ.พรหมินทร์ กล่าวต่อว่า ทุกคนคงเคยได้ยินว่าเราจะเติมเงินดิจิทัลวอลเล็ตหมื่นบาทให้คนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป เหตุผลสำคัญคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ ให้ใช้ภาย 6 เดือนในรัศมี 4 กก. นั่นคือการผลักประเทศไปข้างหน้า และใช้ระบบที่เป็นรัฐบาลที่จะโปร่งใสด้วยระบบดิจิทัล การคอร์รัปชั่นจะลดน้อยลง เพราะท่านสามารถตรวจสอบได้ว่าใบอนุญาตต่างๆ ได้รับการอนุมัติหรือไม่ เพราะอะไร และเชื่อว่าเราจะสร้างเศรษฐกิจได้อย่างมั่นคั่งและมั่นคงที่เท่าเทียมที่เป็นธรรม เราจะสร้างอนาคต และเราจะปิดสวิตซ์ส.ว.

