‘บิ๊กตู่’ ลั่น ถ้าไม่สู้ไม่มายืนตรงนี้ อ้อนชาวสุราษฎร์เลือกทั้งคน ทั้งพรรค ไปสานงานต่อ ยินดีที่จะทำงานหนัก ‘ฟุ้ง’ ทุกนโยบายทำได้ทันที ‘ย้ำ’ ต้องรัก สามัคคี จะปล่อยให้ประเทศขัดแย้งอีกไม่ได้แล้ว
จากนั้นเวลา 12.15 น. ที่ชุมชนตลาดพระแสง ต.ท่าดินแดง อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค และแคนดิเดตนายกฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พร้อมด้วย นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรค นายอนุชา บูรพชัยศรี รองหัวหน้าพรรค และคณะผู้บริหารพรรค ขึ้นรถแห่หาเสียง โดยมี นายชุมพล กาญจนะ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานีหลายสมัย ร่วมขึ้นรถแห่ เชิญชวนประชาชน มาเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยตลอดเส้นทาง ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศว่าไม่กลัวร้อนแต่พร้อมที่จะมาพบปะทำความเข้าใจกับประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี พร้อมได้นำเสนอนโยบายที่จะเดินหน้าทำต่อโดยย้ำถึงการให้ความเท่าเทียมกับประชาชนทุกกลุ่มทุกพื้นที่ พร้อมกล่าวขอบคุณ ทุกกำลังใจและผู้ที่สนับสนุนตนและพรรครวมไทยสร้างชาติ อีกทั้งตลอดเส้นทางพล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวขอโทษที่ได้ใช้เสียงดังในการหาเสียงในบทบาทของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ รวมทั้งบางช่วงอาจทำให้การจราจรติดขัดบ้างก็ต้องขออภัย

พล.อ.ประยุทธ์ปราศรัยฝากผู้สมัครของพรรครวมไทยสร้างชาติโดยย้ำให้เลือกทั้งพรรค และ ส.ส.เขต เพื่อที่จะได้กลับมาสานงานต่อที่ได้ทำไว้ให้กับประชาชน โดยช่วงหนึ่งระหว่างอยู่บนรถหาเสียงปราศรัยว่า “ขอให้ทุกคนช่วยกันเลือกทั้งพรรคและ ส.ส.เขต เพื่อที่จะได้เข้าไปทำงานต่อ แล้วทำอยู่ทำต่อและจะทำใหม่ ปัญหาจะต้องแก้ด้วยความต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาพืชผลทางการเกษตรของพี่น้องภาคใต้ ราคาปาล์มน้ำมันจะต้องดีขึ้น การท่องเที่ยวต่างๆ จะต้องฟื้นฟูให้ดีมากยิ่งขึ้น การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากจำเป็นต้องใช้เวลาบางอย่างไม่สามารถทำได้ภายในวันเดียวหรือปีเดียวกัน ดังนั้นเรายืนยันว่าจะทำหน้าที่ต่อและจะทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆ หลายอย่างก็ต้องอาศัยการเติบโตในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปเหมือนเด็กที่ค่อยเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ วันนี้มาขอกำลังใจทุกคนเพื่อให้ได้บริหารงานต่อเพื่อประเทศชาติ
“แรงเชียร์ให้ลุงตู่สู้ๆ ขอบอกได้เลยว่าถ้าไม่สู้จะมายืนอยู่ตรงนี้หรือ สัญญาว่าจะสู้ต่อไปและสู้เพื่อพวกเราทุกคน ทั้งนี้สถาบันครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดพ่อแม่พี่น้องลูกหลาน ต้องรักสามัคคี วันนี้อาจจะเสียงดังไปบ้างก็ต้องขอโทษด้วย ทุกอย่างเราจำเป็นต้องทำตามระเบียบและกฎหมาย ผมยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยรังเกียจใครรักและพร้อมดูแลทุกคน เพียงแต่บางเรื่องต้องใช้เวลาหลายปี เราจะต้องร่วมมือกันทำให้ประเทศเดินหน้าต่อไปให้ได้ประเทศไทยจะล่มสลายไม่ได้ ผมพร้อมที่จะดูแลประชาชนทุกช่วงวัยทุกคน และคงจะเห็นแล้วว่าตลอดแต่ปีที่ผ่านมาผมได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง วันนี้เราจะกลับมาพัฒนาสู่ฐานรากให้มากยิ่งขึ้น”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้คนไทยเราต้องเดินไปด้วยกัน ตนยืนยันว่าจะทำงานเพื่อประเทศชาติและพวกเราทุกคนดูแลคนทุกช่วงทุกวัย จะทำทุกอย่างเพื่อลูกหลานของเราทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคง จะเร่งแก้ไขปัญหาและเร่งหาเงินเข้าประเทศให้มากยิ่งขึ้น
“ประเทศชาติเราจะปล่อยให้เกิดความขัดแย้งอีกไม่ได้ เราต้องทำวันนี้เพื่อวันข้างหน้าไปด้วยกัน เราจะขัดแย้งกันอีกไม่ได้แล้ว แต่ผมคนเดียวคงทำอะไรไม่ได้จะต้องมี ส.ส. เข้ามาช่วย จึงต้องขอฝากกับทุกคนนะจ๊ะ นะจ๊ะ วันนี้ผมยินดีที่จะทำงานหนัก ขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ทุกคนอยากให้บ้านเมืองมีความสุขสงบอย่าปล่อยให้ใครมาสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นมาอีก วันนี้ทุกคนต้องรวมไทยสร้างชาติ ถ้าเราได้เป็นรัฐบาลก็จะสานงานต่อได้ทันที โดยไม่ต้องรออะไรอีก”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างขึ้นรถแห่หาเสียงที่อำเภอพระแสงได้มีฝนตกลงมาประปราย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า โชคดีมีน้ำฝนที่ตกลงมา ถือว่าเป็นการนำความร่มเย็นมาสู่ประเทศไทย ถ้าพวกเรามีความรักความสามัคคีและพร้อมใจกันร่วมมือเดินไปข้างหน้าทุกอย่างก็จะดีขึ้นอย่างแน่นอน ประเทศไทยไทยมีสิ่งต่างๆ ที่ดีงามอยู่มาก ก็ขอให้ทุกคนช่วยกันทำความดีเผื่อแผ่ แบ่งปัน ต้องดูแลซึ่งกันและกันพวกเราทุกคนพร้อมที่จะเข้ามาดูแล และยืนยันว่าวันนี้ตนยังแข็งแรงดี

“วันนี้ขอให้สถาบันชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ดูแลและคุ้มครองพวกเราทุกคน ทุกอย่างวันนี้คือประเทศไทย เราจะอยู่ร่วมกันได้ ด้วยความรักและสามัคคี เริ่มกันมาตั้งแต่ครอบครัวต้องมีความรักให้ซึ่งกันและกัน มีความผูกพัน นั่นคือรวมไทยสร้างชาติ ยืนยันว่าทุกนโยบายเราทำได้แน่นอน แผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ เราเป็นคนไทยด้วยกันต้องรักและสามัคคีจะมาโกรธกันทำหน้างอใส่กันไม่ได้ เราจะอยู่กันด้วยความขัดแย้งแบบเดิมอย่างนั้นหรือ ที่ผ่านมาเราขัดแย้งกันมานานแล้ว” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
จากนั้น ในช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมแกนนำ รทสช.เดินทางต่อไปที่อำเภอเวียงสระ อำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอเมือง เพื่อขึ้นรถแห่ปราศรัยขอคะแนนเสียงจากประชาชน ก่อนที่เวลา 18.00 น.จะขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่สนามข้างโรงแรมวังใต้ อำเภอเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี

