หน้าแรก การเมือง อ.ดนตรี ตัดเก...

อ.ดนตรี ตัดเกรดเพลงหาเสียง 6 พรรค ‘ลุงตู่’ ติดหูสุด ผิดหวังพท.ทุนต่ำ กก.แก้เกมดี-ภจท.แหวกแนว

3.05.23 | 17:42 น.
กุลธีร์ บรรจุแก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีสร้างสรรค์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 14 พฤษภาคม ที่กำลังจะถึงนี้ ทุกพรรคการเมืองต่างงัดไม้เด็ดด้านนโยบายและยุทธศาสตร์มากมาย ไม่เพียงเท่านั้น ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าเพลงทำให้ผู้คนจดจำง่าย

กุลธีร์ บรรจุแก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิชาดนตรีสร้างสรรค์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ให้สัมภาษณ์ ‘มติชน’ เกี่ยวกับเพลงหาเสียงของ 6 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์  โดยมองว่า การเลือกแนวเพลงเป็นการคาดหวังตลาด ถ้าสังเกตจาก ‘พรรคก้าวไกล’ ที่ในอดีตคือพรรคอนาคตใหม่ โทนเพลงจะเปลี่ยนไปจากการเลือกตั้งปี 62 ที่ตอนนั้นเพลงซีเรียสมากและมีลักษณะเป็นคนรุ่นใหม่เมือง สังเกตว่าพอมาตอนนี้พรรคก้าวไกลแก้เกมได้ดีด้วยการเปลี่ยนเป็น เพลงตื๊ด เป็นเพลงที่ค่อนข้างแมส (เป็นที่รู้จักในวงกว้าง)  พรรคก้าวไกลเคยมีภาพจำในลักษณะว่าเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่ในเมืองที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้เหมือนพรรคแมสขึ้นลักษณะของเพลงก็ตามกระแสที่ต้องการจะสื่อสารออกไป

เพลงของพรรคก้าวไกล เปิดหัวมาปุ๊บเริ่มเลยว่า “ต้องก้าวไกล” และจะเห็นว่าเนื้อหาในท่อนฮุกจะไม่ค่อยมีรายละเอียดเยอะ คีย์เวิร์ดหลักๆคือชื่อพรรค และเลือกมาเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลง (คลิกฟังเพลงก้าวไกลก้าวหน้า)

“พรรคก้าวไกลมีความแตกต่างจากทุกพรรคในท่อนเวิร์ส จะสังเกตว่าทุกพรรคการเมืองไม่พูดถึงปัญหาที่ผ่านมา มีพรรคก้าวไกลที่ใช้กลไกนี้ในการที่จะสร้างความรู้สึกแตกต่าง เขาใช้พื้นที่ในท่อนเวิร์สได้ฉลาดมากคือพรรณนาเรื่องที่มีปัญหา ด้านดนตรีเรียกว่าการสร้างเทนชั่น (Tension) ที่ฟังแล้วทำให้รู้สึกว่าชีวิตมันต้องได้รับการแก้ไข พอท่อนฮุกเหมือนตอบคำถามท่อนเวิร์สว่า ต้องก้าวไกล ซึ่งเป็นวิธีการที่ฉลาดมาก”

Advertisement

แต่อีกสิ่งที่สังเกตได้คือบางพรรคก็ย่ามใจ นั่นคือ ‘พรรคเพื่อไทย’ ที่ส่วนตัวแอบผิดหวังนิดหนึ่ง เพราะเพลงมีอาการลักษณะไม่ได้จริงจังกับมิติทางดนตรีมากเกินไป ใช้ต้นทุนในการผลิตเพลงต่ำกว่าเพลงอื่นๆ ดูไม่ค่อยมืออาชีพเท่าที่ควรจะเป็น ซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคใหญ่ ดนตรีควรจะจริงจังกว่านี้ พรรคประชาธิปัตย์ถือว่าเป็นพรรคที่ทำเพลงจริงจังมาก พรรคก้าวไกลก็ทำเพลงกึ่งอินดี้กึ่งรถแห่ซึ่งสามารถเป็นเพลงไวรัลในแอพพ์ติ๊กต่อกได้ (คลิกฟังเพลงเพื่อไทยแลนด์สไลด์) 

ส่วนเนื้อเพลงที่ร้องว่า “แลนด์สไลด์ เพื่อไทยทุกที่ ชีวิตดี๊ดี เพื่อคนไทยทุกคน” ในมิติของการแต่งเพลง อาจารย์ชี้ว่า ถ้าให้เกรดก็ได้อยู่ที่ B+ ถึง A เป็นเพลงที่คนจำได้แน่นอน ท่อนฮุกจดจำง่าย แต่ถ้ามองในมิติของโปรดักชั่นดนตรีคิดว่าเสียดายความที่เป็นพรรคใหญ่น่าจะมีศักยภาพที่จะทำเพลงให้ดีได้กว่านี้ และในท่อนฮุกจะใช้บันไดเสียงเมเจอร์เพื่อให้ขัดแย้งกับบันไดเสียงไมเนอร์ในท่อนเวิร์สเพื่อที่จะทำให้รู้สึกว่ามีความหวัง การใช้บันเสียงคนละโทนในเพลงเดียวกันก็เป็นวิธีการที่ทำให้คนฟังรู้สึกอินจากท่อนแรกที่ดูหม่นๆพอเข้าท่อนฮุกแล้วมีความหวังว่าเราต้องแลนด์สไลด์เพื่อชีวิตเราจะดีขึ้น

สำหรับ ‘พลังประชารัฐ’ ชื่อยาวแต่งเพลงยาก คอนเซ็ปต์ไม่ชัด เพลงคล้ายพี่เบิร์ด ธงไชย ยุค 90-รวมไทยสร้างชาติ เน้นจำง่าย สดใสซาบซ่า (คลิกฟังเพลงที่นี่)

“คิดว่าพรรคพลังประชารัฐด้วยพยางค์การออกเสียงของชื่อพรรคเขาที่เป็นปัญหาในตัวเองเพราะมีความยาว ในการแต่งเพลงก็จะแต่งออกมาค่อนข้างยาก ซึ่งคนแต่งก็ทำออกมาได้ดีแต่เนื้อหาของเพลงก็ยังไม่สามารถสร้างคอนเซ็ปต์อะไรได้ชัดเจนมากนัก มีคำว่า ใจบันดาลแรง และ ก้าวข้ามความขัดแย้ง อยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาต้องการนำเสนอ ในแง่ของดนตรีมีความใกล้เคียงกับเพลงพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ในยุค 90 พรรคนี้ปล่อยเพลงออกมาค่อนข้างเยอะ

ส่วนเพลงของพรรครวมไทยสร้างชาติ รู้สึกว่าเป็นเพลงที่ออกแบบได้ดีมาก เพราะจดจำง่าย “ลุงตู่ ลุงตู่อยู่ไหน อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่รวมไทยสร้างชาติ” จะสังเกตได้ว่าเป็นการใช้จังหวะทั่วไปของเพลงหาเสียง แต่วิธีการสร้างวลีเพลงให้คนจดจำได้นั้นฉลาดมาก และใช้บันไดเสียงเมเจอร์โดดๆเลย สดใส ซาบซ่า

ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ออกแบบดนตรีไม่เหมือนพรรคอื่น มีลักษณะเหมือนดนตรีสด ฟังแล้วไม่ได้เป็นดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ และเนื้อหาในท่อนฮุกบอกถึงความปรารถนาของตัวพรรคและตัวหัวหน้าพรรคอย่าง อนุทิน ชาญวีรกูล เองว่า ถ้าได้เป็นนายกฯประเทศคงจะพ้นทุกข์ พ้นภัย และวิธีการเล่าเรื่องในท่อนเวิร์สเป็นลักษณะของการทวงบุญคุณหรือเล่าคุณูปการที่ได้ทำมาตลอดว่ามีอะไรบ้าง” (คลิกฟังเพลง อนุทินพร้อมเป็น นายกรัฐมนตรี กาเบอร์ 7 เลือกพรรคภูมิใจไทย)

 

นักวิชาการด้านดนตรียังวิเคราะห์เพลง ‘เช้าวันใหม่’ ของ ‘ประชาธิปัตย์’ ว่า มีกลิ่นอายที่ได้รับอิทธิพลมาจากเพลง Dreamers ที่ร้องโดย จองกุก ศิลปินจากวงไอดอลชื่อดังอย่าง BTS ที่เป็นหนึ่งในเพลงประกอบการแข่งขันฟุตบอลโลก จะเห็นว่าโครงสร้างและลักษณะแนวดนตรีคล้ายกัน แต่วิธีการของพรรคคือสอดใส่เสียงดนตรีอีสานเข้าไป ส่วนของเนื้อหาก็เป็นอีกพรรคที่ไม่ได้บอกเล่าถึงปัญหา แต่เป็นการพูดถึงเช้าวันใหม่ และกลไกของคำว่าวันใหม่คือวิถีชีวิตของคนใต้ เพราะคนใต้ที่เป็นคนท้องถิ่นจริงๆก็เหมือนตื่นเช้ามากรีดยาง เป็นเหมือนการต้องการสื่อสารกับคนใต้จริงๆ (คลิกฟังเพลงเช้าวันใหม่)

ถามปิดท้ายว่า ‘เพลงของพรรคการเมืองไหน ‘ติดหู’ ที่สุด?

“ลุงตู่เนี่ย ติดหูสุดแล้วครับ มันฟังแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดด้วย ไม่ได้หงุดหงิดตัวเนื้อหานะ เอาออกจากหูไม่ได้ ลุงตู่ ลุงตู่อยู่ไหน เนี่ยผมร้องได้เลย คิดดูสิ มันเป๊ะมาก วิธีการแต่งเพลงของพรรคร่วมไทยสร้างชาติ”  กุลธีร์สรุป (คลิกฟังเพลง “ลุงตู่อยู่รวมไทยสร้างชาติ”)

อ่านเนื้อหาฉบับเต็มได้ใน คอลัมน์ประชาชื่น มติชนรายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคมนี้ หน้า 13.