‘เต้น’ ไม่กังวล ‘ครูแก้ว’ โร่แจ้งความหลังปราศรัยนครพนม บอก ยินดีรับผิดชอบสิ่งที่พูดไป ลั่น แค่พูดความจริงกับปชช.
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 พฤษภาคม ที่ลานตรงข้ามตลาดบางแค นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่ นายศุภชัย โพธิ์สุ ผู้สมัครส.ส.นครพนม เขต 2 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) แจ้งความดำเนินคดี นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย (พท.) และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย พร้อมแกนนำอีก 3 คนคือ นายจาตุรนค์ ฉายแสง, นายอดิศร เพียงเกษ, และนายณัฐวุฒิ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาใส่ร้าย และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จจากกรณีการปราศรัยบนเวทีที่จ.นครพนม เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมาว่า หากติดตามการปราศรัยของพรรค พท. มาตลอด สิ่งที่พูดวันนั้นไม่ได้ต่างจากที่พูดในเวทีอื่นๆ หลักคือเราไม่ยอมรับ ไม่เห็นด้วย และจะไม่ปล่อยผ่านให้บ้านเมืองมีกัญชาเสรี บ้องกัญชาไปอยู่ในมือลูกหลานเยาวชน ซึ่งขณะนี้ปรากฏรูปธรรมเป็นคลิปวิดีโอเป็นเหตุการณ์ต่างๆ ที่พบเห็นได้เป็นจำนวนมาก แต่หากกัญชาถูกใช้ทางการแพทย์และเป็นยา เราไม่ขัดข้อง นี่เป็นท่าทีตรงไปตรงมาและเราเชื่อว่าไม่ขัดต่อกฎหมาย ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ ร้ายบุคคลหรือพรรคการเมืองใดๆ
นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า การที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภท. หรือนายศุภชัยจะแจ้งความดำเนินคดีก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ แต่เราก็มีสิทธิ์ในการปกป้องตนเองเช่นกัน ขณะนี้ก็ได้ให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ หากต้องเป็นจำเลยต่อสู้คดี ก็ยินดีที่จะสู้ไปตามกระบวนการ แต่หากมีข้อกฎหมายที่จะสามารถปกป้องตนเองโดยการแจ้งความกลับหรือดำเนินคดีคืนก็ถือว่าเป็นสิทธิของพวกตนเช่นเดียวกัน พวกตนทั้ง 3 คนผ่านคดีมามาก ประเภทที่เอาบ้องกัญชามาเป็นปากกาเขียนฟ้องนั้น เราไม่มีความกังวล
นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า แต่นายเศรษฐา ซึ่งมาจากภาคธุรกิจไม่แน่ใจว่า คดีนี้อาจจะเป็นคดีแรกหรือไม่ แต่เบื้องต้นที่ตนทราบก็นายเศรษฐาไม่ได้มีความกังวลเช่นเดียวกัน เพราะมีเจตนาบริสุทธิ์ในการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ปกป้องอนาคตของลูกหลาน และไม่มีความต้องการที่จะไปเผชิญหน้ากับบุคคลใดๆ หรือเป็นปฏิปักษ์กับพรรคการเมืองใด แต่หากว่ามีประเด็นข้อกฎหมายเช่นนี้ก็ยินดีที่จะเผชิญหน้าและรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้พูดไป
เมื่อถามว่า อีกประเด็นที่เขามองว่าบิดเบือน คือ หากเลือกพรรค ภท. จะได้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ไม่ได้บิดเบือนให้ร้าย เพราะรูปธรรมมันชัดอยู่แล้ว เมื่อปี 62 ซึ่งนายอนุทินและสมาชิกพรรค ภท. หลายคน ปราศรัยให้คนเข้าใจว่า จะไม่สนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์และพวกในการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี แต่ถึงที่สุดก็เป็นลูกน้องเขามาแล้วสี่ปี ดังนั้น คราวนี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติที่เราจะพูดคุยความจริงกับประชาชน ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับการที่จะบอกว่าหากเลือก พท.จะจับมือกับพรรคการเมืองร่วมฝ่ายค้านเดิม ซึ่งไม่ใช่ข้อกล่าวหาแต่เป็นการบอกกล่าวกับประชาชน ไม่คิดในมุมกลับกันบ้างหรือ เพราะพรรคของพล.อ.ประยุทธ์ก็บอกว่าคะแนนนิยมของพล.อ.ประยุทธ์ดีวันดีคืน หากบอกว่าเลือกภท.ได้พล.อ.ประยุทธ์ก็อาจจะเป็นการหนุนเสริม คะแนนของ ภท.ด้วยซ้ำไป
เมื่อถามว่า จะเป็นปัญหาหรือไม่ที่มีการแจ้งความในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า การแจ้งความกันตั้งแต่โค้งแรกเพราะคอการเมืองมันเข้มข้นขึ้น พรรคการเมืองบางพรรคนักการเมืองบางคน ก็จะหน้ามืดพยายามใช้ข่าวการแจ้งความแก้เกี้ยวเพื่อรักษาคะแนนนิยมของตนเองไว้หรือไม่ ซึ่งอันนี้ต้องติดตามดูกันต่อไป เพราะเมื่อหากไปดูรายละเอียดที่ใช้แจ้งความ ก็ยังนึกไม่ออกว่าเป็นการหมิ่นประมาทหรือผิดกฎหมายอย่างไร เช่นกรณีของตน ถ้อยคำที่ใช้แจ้งความบอกว่าตนปราศรัยว่าจะไม่ถือบ้องกัญชาร่วมกับพรรค ภท. ซึ่งตนคิดว่าอันนี้น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องและตีให้ตายตนก็จะไม่มีวันพูดว่าตนพร้อมจะถือบ้องกัญชาร่วมกับพรรคการเมืองใดก็ตาม ซึ่งก็ตรงไปตรงมาเช่นนี้
ถามต่อว่า ทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็เตรียมที่จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาด้วยมีความกังวลอะไรหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เข้าใจว่าท่านก็ต้องรับทุกลูก เพราะท่านมีหน้าที่ใครไปยื่นร้องเรียนใครไปยื่นฟ้องท่านก็ต้องเอาไปพิจารณา ส่วนหากจะมีผลการพิจารณาอย่างไรก็ต้องดูกันต่อไป ถ้ามีการแจ้งมาที่พรรค พท.หรือพวกตอนทั้ง 4 คนให้ไปชี้แจงหรือให้แก้ข้อกล่าวหา นั่นก็เป็นกระบวนการที่เราต้องทำ
ถามอีกว่า หลังจากนี้ต้องมีการระมัดระวังในเรื่องของการปราศรัยหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า อะไรก็ตามที่เป็นการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน เราไม่กังวล และเชื่อว่า สิ่งที่เราพูดไปทุกประเด็นและทุกเวทียืนอยู่บนหลักการนี้ ดังนั้น ทุกอย่างก็จะเดินหน้าต่อไป เพิ่มเติมคือจะทำงานหนักขึ้นทุกวันจนถึงวันเลือกตั้ง
เมื่อถามว่า มองว่าหลังจากนี้จะมีการใช้เกมหรือแท็กติกนี้เพิ่มมากขึ้นในช่วงโค้งสุดท้ายหรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเดิมพันสำคัญระหว่างฝ่ายเสรีนิยมกับฝ่ายอนุรักษ์นิยม หากพล.อ.ประยุทธ์และพวกพ่ายแพ้ เท่ากับว่าระบบรัฐประหารในสังคมนี้พ่ายแพ้อย่างยับเยิน ถูกปฏิเสธจากประชาชนอย่างสิ้นเชิงตามไปด้วย ฉะนั้นเดิมพันของพวกเขาก็สูง แต่ที่สูงกว่าคือเดิมพันของประชาชน หากไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรัฐบาลได้ และยังปล่อยให้พล.อ.ประยุทธ์และพวกมีอำนาจต่อไป ความเจ็บปวด ความเสียหายที่เกิดขึ้นตลอด 9 ปีก็จะยังดำรงอยู่ และจะยิ่งมีแต่ความเสียหายมากขึ้น ซึ่งเราปล่อยต่อไปไม่ได้ ตนจึงพูดว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ให้โอกาสพรรค พท.อีกครั้งให้ได้ แต่ให้โอกาสพล.อ.ประยุทธ์และพวกอีกครั้งไม่ได้แล้ว จึงต้องเปลี่ยนแปลงโดยการนับหนึ่งจากเลือกรัฐบาล และหากจะเปลี่ยนรัฐบาลได้จริงก็ต้องเลือกพท.ให้แลนด์สไลด์
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- สหายแสง ขึ้นโรงพักดำเนินคดี ‘เศรษฐา-จาตุรนต์-อดิศร-เต้น’ ปราศรัยหมิ่นตัวเอง-ภท.
- ภูมิใจไทย ยืนยันเอาผิดเศรษฐา-พท. ปราศรัยบิดเบือน โทษสูงสุดถึงยุบพรรค
- ‘เศรษฐา’ ปลุกคนนครพนม กา พท.ทั้ง 2 ใบ ลั่นถ้าปันใจให้ภูมิใจไทย ‘ลุงตู่’ กลับมาแน่
- พท.เปิดเวทีนครพนม รุมถล่ม ภท.เละ ปลุกกาทั้ง 2 ใบ สหายแสงขอแบ่ง ก็อย่าไปยอม
- อนุทิน เขียน 7 ข้อ อัดกลับเศรษฐา ทำผิดกม.เลือกตั้ง ปราศรัยบิดเบือน เลือกภท.ได้ลุงตู่

