หน้าแรก การเมือง ทูตานุทูต เยื...

ทูตานุทูต เยือน ‘เพื่อชาติ’ เปิดศูนย์นโยบายมีชีวิต ประกาศ ‘ปฏิวัติเขียว’ เลิกเป็นทาสนายทุน

4.05.23 | 20:43 น.

ทูตานุทูต เยือน ‘เพื่อชาติ’ เปิดศูนย์นโยบายมีชีวิต ประกาศ ‘ปฏิวัติเขียว’ เลิกเป็นทาสนายทุน

เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม บริเวณปากซอยสุขุมวิท 12 พรรคเพื่อชาติ จัดงานเปิดตัว Live policy center ศูนย์นโยบายมีชีวิตพรรคเพื่อชาติ โดยมีการจัดแสดงนิทรรศการเสนอนโยบายพรรคแบบสัมผัสได้ ทั้งปัญหา-แนวทางแก้ เน้นขจัดความเหลื่อมล้ำที่เป็นต้นตอของปัญหาทุกมิติ นำโดย น.ส.ปวิศรัฐฐ์ ติยะไพรัช หรือมาดามฮาย หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ, ดร.ยงยุทธ ติยะไพรัช ที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติ, ร.ต.อ.ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อชาติ, ร.อ.ดร.จารุพล เรืองสุวรรณ ประธานยุทธศาสตร์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อชาติ และ พล.ต.ต.ดร.ชยุต มารยาทตร์

นอกจากนี้ ภายในงานมีคณะทูตจากหลายประเทศ อาทิ ลาว, อเมริกา และรัสเซีย เดินทางมาเยี่ยมชมกิจกรรมภายในงานด้วย

เวลา 17.30 น. น.ส.ปวิศรัฐฐ์กล่าวว่า จะทำให้เห็นว่าพรรคการเมืองของไทยมีประสิทธิภาพ แม้จะเป็นก่อนการเลือกตั้ง แต่ก็สามารถโชว์ให้ชาวต่างชาติและประชาชนที่จะเลือกได้เห็น และสามารถประชาสัมพันธ์ออกไปได้

Advertisement

“พรรคเพื่อชาติจะทำนโยบายที่มีความยั่งยืน แก้ไขปัญหาเรื่องของปากท้องจากต้นตออย่างแท้จริง ดังนั้น จะเน้นแก้ที่โครงสร้าง ทั้งเรื่องการศึกษาและทักษะอาชีพของคนทั่วไป รวมถึงเกษตรกร เพื่อให้เลี้ยงปากท้องตัวเองได้อย่างยั่งยืน” น.ส.ปวิศรัฐฐ์กล่าว

นอกจากนี้ น.ส.ปวิศรัฐฐ์ยังเสริมอีกว่า มีความคาดหวังว่าจะได้ ส.ส.เขต การจัดงานในครั้งนี้จะเป็นการส่งสารออกไปว่าพรรคเพื่อชาติก็มีความพร้อมและขอเป็นหนึ่งในตัวเลือกของประชาชน

ต่อมา เวลา 18.30 น. น.ส.ปวิศรัฐฐ์พาชมนิทรรศการภายใน ซึ่งมีการนำเสนอนโยบายและวิสัยทัศน์ของพรรคเพื่อชาติ อาทิ นโยบายด้านการศึกษา การกู้ กยศ.ปลอดดอกเบี้ย ลดหนี้ 70% หรือการปรับโครงสร้างอาชีวะ เงินเดือนเทียบเท่าปริญญาตรี, นโยบายด้านเปลี่ยนคำนำหน้านามตามความสมัครใจเพื่อกลุ่ม LGBTQ+ และนโยบายปฏิวัติเขียว ซึ่งจะมีการแจกเมล็ดพันธุ์ ผลิตปุ๋ยใช้เองในประเทศ และการนำเกษตรผสมผสานกับการท่องเที่ยว

ด้านนายยงยุทธกล่าวว่า การเปิดศูนย์นโยบายมีชีวิตของพรรคเพื่อชาติก็ถือเป็นพรรคการเมืองแรกที่คิดทำเรื่องนี้ เพราะพรรคเพื่อชาติมองว่าปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น นโยบายหรือกฎหมายข้อบังคับต่างๆ ในอดีตก็ควรจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป

นายยงยุทธกล่าวว่า ข้อกฎหมาย ข้อบังคับบางเรื่องที่ใช้มาตั้งแต่สมัยอดีตในปัจจุบันนี้ใช้ไม่ได้แล้วเพราะล้าสมัยเกินไป พรรคเพื่อชาติจึงต้องการที่จะเปลี่ยนกระบวนความคิดเปลี่ยนแปลงข้อบังคับต่างๆ ในอดีตให้ทันสมัยขึ้น เพื่อเปลี่ยนให้บริบทของสังคมและบริบทของเศรษฐกิจในประเทศดีขึ้น เกษตรกรหรือผู้มีรายได้น้อยจะไม่ต้องตกอยู่ในวังวนของอุตสาหกรรมนายทุนที่มีเจ้าสัวดึงประชาชนเข้าไปสู่วังวนอุตสาหกรรมและได้รายได้เป็นค่าตอบแทนที่เรียกว่าเงินค่าจ้าง

นายยงยุทธกล่าวต่อว่า ปัจจุบันนี้สังคมไทยยังมีปัญหาเรื่องค่าแรงกับค่าครองชีพที่ไม่สมดุลกัน ทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศที่ผลิตของกิน ของใช้ แต่เกษตรกรกลับอยู่ในสถานะยากจน พรรคเพื่อชาติจึงต้องการที่จะให้คำนิยามใหม่ด้วยการเริ่มต้นด้วย “นโยบายปฏิวัติเขียว” ให้เกษตรนำเศรษฐกิจให้ประเทศไทยกลายเป็นครัวของโลกและต่อยอดสินค้าทางการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

“ที่พรรคเพื่อชาติเน้นเรื่องของนโยบายปฏิวัติเขียวเป็นเรื่องเด่นที่สุดก็เพราะต้องการทำลายระบบเจ้าสัวที่เป็นระบบทำลายล้างพื้นฐานของประเทศ เข้ามาครอบงำทั้งเศรษฐกิจและสังคม คนจนก็จนลง แต่มีเพียงคนไม่กี่ตระกูลที่ร่ำรวยขึ้นทุกวัน ดังนั้น พรรคเพื่อชาติจึงต้องการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความไม่เท่าเทียมในสังคมให้ประชาชนทุกคนสามารถอยู่ได้ เลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองได้ และไม่ต้องเป็นทาสของนายทุน” นายยงยุทธกล่าว