‘พิชัย’ เตือน กฟผ. อย่าดันทุรังซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินอินโดฯ จี้ ครม. รับผิดชอบหากขาดทุน

16.12.16 | 10:30 น.
นายพิชัย นริพทะพันธุ์

“พิชัย” เตือน กฟผ. อย่าดันทุรังเรื่องซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินอินโดนีเซีย จี้ ครม.ต้องร่วมรับผิดชอบหากขาดทุน ชี้องค์การพลังงานระหว่างประเทศยังระบุอนาคตถ่านหินแย่ อีกทั้งพลังงานไฟฟ้าจากโซลาร์ถูกกว่าถ่านหินแล้ว

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ตามที่ได้ออกมาเปิดเผยความผิดปกติเรื่องบริษัทย่อยของ กฟผ.จ่ายเงิน 1.17 หมื่นล้าน เข้าซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินในประเทศอินโดนีเซียได้เพียง 11-12% และแนวโน้มอนาคตราคาถ่านหินน่าจะลดต่ำลงเรื่อยๆ โดยผู้ว่าฯ กฟผ.ได้ออกมาใช้วาจาไม่สุภาพนั้น ล่าสุดสื่อหลักต่างประเทศ CNBC ได้รายงานข่าวองค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ได้ระบุชัดเจนว่าการใช้ถ่านหินในอีก 5 ปีข้างหน้าจะไม่เพิ่มขึ้น และโลกหันมาพึ่งพลังงานหมุนเวียนที่เป็นพลังงานสะอาดมากขึ้น อีกทั้งมีเหมืองถ่านหินล้มละลายเลิกกิจการเป็นจำนวนมากเนื่องจากปริมาณถ่านหินโลกมีมากกว่าที่ต้องการใช้ ดังนั้น แนวโน้มอนาคตถ่านหินจึงไม่น่าจะดี ราคาถ่านหินที่สูงขึ้นในปัจจุบันเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากเหมืองในจีนที่เป็นผู้ใช้รายใหญ่สุดหยุดผลิตถ่านหินชั่วคราว แนวโน้มอนาคตก็ยังไม่ดี ถึงขนาดมีการคาดกันว่าราคาอาจจะลงไปถึง 20$ ได้ แม้ความต้องการใช้ถ่านหินในเอเชียจะเพิ่มแต่ความต้องการถ่านหินทั้งโลกไม่เพิ่ม และต้องอย่าลืมว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนใหม่มีนโยบายจะนำเชลล์ก๊าซที่สหรัฐมีเป็นจำนวนมหาศาลออกมาจำหน่าย ซึ่งจะทำให้ราคาก๊าซถูกลง และราคาถ่านหินก็จะถูกลงด้วย

นายพิชัยกล่าวอีกว่า ล่าสุดสำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแสงอาทิตย์หรือโซลาร์สามารถลดต้นทุนเป็นครึ่งหนึ่งของราคาไฟฟ้าจากถ่านหินแล้ว ซึ่งน่าจะทำให้อนาคตของถ่านหินคงไม่ดีอย่างแน่นอน จึงทำให้การซื้อหุ้นเหมืองถ่านหินนี้มีโอกาสที่จะเป็นการลงทุนที่ขาดทุน นอกจากนี้ กฟผ.ยังไม่ได้ตอบคำถามที่ยังเป็นที่คาใจของสังคม เพราะการถือหุ้นเพียง 11-12% นอกจากจะไม่มีสิทธิในการบริหารแล้วยังไม่มีสิทธิที่จะทักท้วงการบริหารงานของบริษัท หากผู้บริหารโยกเงินไปใช้ผิดทางก็ยังทักท้วงไม่ได้ นอกจากนี้ อยากให้เปิดเผยข้อมูลสัญญาตามที่บอกว่าจะนำเอกสารมาชี้แจงเพราะยังมีความสับสนในข้อมูลของบริษัท เช่น ปริมาณถ่านหินสำรองที่มีอยู่มีจำนวนเท่าใด และคำนวณที่ราคาเท่าใด ถ้าหากอนาคตราคาถ่านหินต่ำลงด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้ว การลงทุนนี้น่าจะขาดทุนแน่ ไม่อยากให้เป็นเหมือนกับโครงการออยล์แซนด์ของ ปตท. ที่ลงทุนในประเทศแคนาดาที่ล้มเหลวเพราะมีต้นทุนสูงกว่าราคาน้ำมันตอนนี้และทำให้ต้องขาดทุนอย่างมาก และไม่อยากให้เหมือนกับโครงการสวนปาล์มในอินโดนีเซียที่มีข้อครหาการทุจริต ซึ่งเรื่องอยู่กับ ป.ป.ช.แล้ว ซึ่งจากข้อมูลทั้งหมดนี้ หาก กฟผ.ยังเดินหน้ากับโครงการนี้ แล้วอนาคตเกิดขาดทุนมาก ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องรับผิดชอบ รวมถึง ครม.ที่อนุมัติด้วย เพราะถือว่าได้รับการเตือนจากข้อมูลที่เป็นสาธารณะแล้ว