“สมชัย” วิจารณ์ กม.ลูก กกต.ฉบับ กรธ. ชี้คนทำหน้าที่ผู้ตรวจการเลือกตั้งไม่พ้น ขรก.คนวัยเกษียณ-ว่างงาน ห่วงวิธีจับสลากส่งลงพื้นที่ ทำ จนท.ขาดความพร้อม เหตุไม่คุ้นเคย เตือนถ้าแก้ปัญหาทุจริตไม่ได้ให้โทษคนคิด
วันที่ 16 ธันวาคม 2559 นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ของ กรธ.มีเนื้อหาระบุว่า ด้วยนวัตกรรมใหม่ “ผู้ตรวจการเลือกตั้ง” 1.คุณสมบัติ ไม่เป็นข้าราชการประจำ, ที่ปรึกษาหน่วยงานราชการ, พ้นจากเป็นสมาชิกพรรค 5 ปี, ไม่เป็นญาติ หรือเป็นผู้สมัครเลือกตั้ง ก็จะเหลือ 1.ข้าราชการหรือคนที่เกษียณ 2.นักธุรกิจ ลูกจ้างเอกชน 3.เอ็นจีโอ 4.คนที่ยังไม่มีงานทำ ซึ่งข้อ 2. และ 3. คงไม่สามารถมีเวลาในการทำงานเต็มเวลาได้ ก็จะเหลือคนสองกลุ่มที่พร้อมมาทำหน้าที่ผู้ตรวจการเลือกตั้งคือข้าราชการหรือคนที่เกษียณ และคนว่างงานเท่านั้น
นายสมชัยระบุต่อว่า 2.ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ ให้จับสลากคนจำนวน 2 คน ทำงานในจังหวัดที่ตนเองมีภูมิลำเนา และจับสลากคนจำนวน 3 คน ให้ปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดอื่นที่มิใช่ภูมิลำเนาตนเอง เกรงว่าจะมีปัญหาในส่วนที่สอง ว่าคนมีความพร้อมในการไปปฏิบัติหน้าที่ในทุกจังหวัดที่ถูกส่งไปหรือไม่ เช่น ภูมิลำเนาอยู่ กทม. ต้องไปปฏิบัติหน้าที่ที่แม่ฮ่องสอนหรือปัตตานีเป็นเวลา 2 เดือนเต็ม ในทางปฏิบัติ จะเป็นไปได้หรือไม่ 3. ความรอบรู้ปัญหาในพื้นที่
บุคคลที่ถูกตั้งมาทำงานแบบชั่วคราวเพียง 2 เดือน หรือถูกส่งเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ตนเองมิได้มีความคุ้นเคยในเวลาสั้นๆ จะเข้าใจในพื้นที่ เข้าใจลักษณะวัฒนธรรมทางการเมือง เข้าใจภาษา รู้ทันหัวคะแนน จนสามารถเป็นเครื่องมือในการปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้งอย่างได้ผลหรือไม่
นายสมชัยระบุอีกว่า 4.ค่าใช้จ่าย ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าเบี้ยประชุม สิทธิสวัสดิการที่เทียบเท่าพนักงานระดับสูง สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของคน 400 คน อาจสูงถึง 5,000 บาทต่อวัน (ค่าเบี้ยเลี้ยง+ค่าเช่ารถ+ค่าที่พัก+ฯลฯ)
หากคำนวณจากต้องปฏิบัติหน้าที่ 60 วัน ต้องใช้เงินในการนี้ถึง 120 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าหรือไม่ 5.ความรับผิดฐานะของผู้ตรวจการเลือกตั้ง มิใช่พนักงานของสำนักงาน กกต. ไม่สามารถดำเนินการทางวินัย ไม่ต้องกลัวการให้ออกจากราชการ โอกาสที่ฝ่ายการเมืองจะล็อกตัวซื้อตัวให้สนับสนุนฝ่ายการเมืองจึงมีความเป็นไปได้ ซึ่งหากถูกจับได้ก็เพียงถูกให้ออกจากตำแหน่งที่ตนเองดำรงตำแหน่งในเวลาสั้นๆ 2 เดือนเท่านั้น จึงไม่ใช่กลไกที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันการแทรกแซงครอบงำของฝ่ายการเมืองได้
นายสมชัยทิ้งท้ายว่า “เรื่องนี้ คนทำไม่ได้คิด คนคิดไม่ได้ทำ แต่ถ้าคิดว่าคิดดีแล้ว ก็พร้อมรับทำตามแนวคิด แต่ถ้าทำให้เต็มที่แล้ว ไม่สามารถแก้ปัญหาทุจริตเลือกตั้งได้ โปรดโทษคนคิด”

