“วิษณุ” รายงานความคืบหน้ารถเมล์เอ็นจีวีเลขานายกฯ ยันขสมก.ไม่มีความผิดอาญา เป็นเรื่องของบริษัทนำเข้าต้องเคลียร์กรมศุลฯเอง
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 ธันวาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบพล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่า ได้เข้ารายงานหลังจากเมื่อวันที่ 15 ธันวาคมที่ผ่านมาตนได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือเรื่องรถเมล์เอ็นจีวี ซึ่งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ทำสัญญาสั่งซื้อรถจากบริษัทเบสท์ริน ซึ่งบริษัทเบสท์รินให้บริษัทซุปเปอร์ซาร่าจำกัด ในฐานะผู้นำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีเป็นคนจัดซื้อ ซึ่งขสมก.ไม่มีนิติสัมพันธ์และไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทซุปเปอร์ซาร่าจำกัดแต่อย่างใด
นายวิษณุกล่าวว่า โดยการทำสัญญาบริษัทเบสท์รินได้กำหนดว่าจะเอารถที่ผลิตในจีนและนำมาประกอบที่มาเลเซียมาส่งมอบให้ แต่ปรากฏว่าเมื่อรถมาถึงกรมศุลกากรได้ตรวจสอบพบว่ารถดังกล่าวน่าจะผลิตและประกอบในจีน ก่อนที่จะขนผ่านมาเลเซียเข้ามายังไทย จึงถือว่ารถดังกล่าวมีแหล่งกำหนดอยู่ในจีน ซึ่งจะต้องมีการเสียค่าแวทและอากรนำเข้า 40 เปอร์เซ็นต์ แต่มีการสำแดงว่ารถดังกล่าวมาจากมาเลเซีย เพื่อที่จะไม่ให้เสียค่าอากรนำเข้าเสียเพียงแค่ค่าแวทอย่างเดียว แต่ทางศุลกากรยืนยันต้องเก็บ 40 เปอร์เซ็นต์ด้วยเพราะเชื่อว่ารถผลิตจากจีน ดังนั้นเมื่อมีการสำแดงเท็จตั้งแต่ต้นจึงต้องมีการเสียค่าปรับเพิ่ม
นายวิษณุกล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางบริษัทซุปเปอร์ซาร่าและกรมศุลกากรได้มีการเจรจากัน ซึ่งกรมศุลฯยอมให้หาเงินมาจ่ายสำหรับรถ 100 คันแรก หรือเอาธนาคารการันตีมาก็ได้ และหากเรื่องดังกล่าวมีความชัดเจนก็จะคืนธนาคารการันตีให้ ซึ่งหากทำได้ตามนี้ขสมก.จะได้รถอย่างน้อย 100 คันแรกมาใช้ในสิ้นปีนี้ ถ้ารถมาถึงขสมก.ก็จะนำไปทดสอบพร้อมจ่ายเงินให้ทันที อย่างไรก็ตามขสมก.ไม่มีความผิดอาญา ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ และรถที่ได้มาหากผ่านกรมศุลฯ มาได้ก็จะเป็นรถที่ชอบโดยกฎหมาย ส่วน 2 บริษัทดังกล่าวหากมีการจ่ายเงินอย่างถูกต้องครบถ้วนทุกขั้นตอนความผิดฐานสำแดงเป็นเท็จก็จะหมดไป

