สัปดาห์สุดท้าย ก่อนเข้าสู่วันเลือกตั้ง อาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 ผลสำรวจจากโพลต่างๆ บ่งบอกกระแสความนิยมของประชาชน ที่มีต่อตัวบุคคล ต่อพรรคการเมือง ไม่น่าแปลกใจมากนัก ที่โพลต่างๆ ระบุตรงกันว่า ประชาชนให้ความนิยมกับพรรคจากขั้วฝ่ายค้าน 2 พรรคใหญ่ ขณะที่พรรคอื่นๆ ก็มีกระแสความนิยมของฐานตนเอง ส่วนพรรครัฐบาล พรรคหลักๆ 2 พรรค ได้คะแนนนิยมตามมา อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่า ความนิยมในตัวนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังมีอยู่ ติดอันดับ 1 ใน 4 ส่วนคะแนนนิยมของพรรค ยังไล่ตามพรรคฝ่ายค้านอยู่
นายธนกร วังบุญคงชนะ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า โพลสำรวจที่พรรครวมไทยสร้างชาติ อยู่อันดับ 3อันดับ 4 นั้น ประชาชนทั้งประเทศต้องช่วยกันพา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ฝ่าผลสำรวจจากโพลออกไปให้เป็นนายกฯอีกครั้ง หากเป็นไปตามที่ออกมานั้น ประเทศจะเดินหน้าลำบาก เพราะจะกลายเป็นว่าสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำมา 8 ปี ทั้งเรื่องเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว จะไม่สามารถทำต่อได้ และจะเป็นปัญหาในอนาคต สุดท้ายก็จะมีสองฝั่งคือ ฝั่ง พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคฝั่งเพื่อไทย ส่วนพรรคก้าวไกลก็จะมีแฟนคลับอยู่แล้ว แต่ตนบอกเลยว่าโพลไม่ใช่ผลการเลือกตั้ง แต่จะมีส่วนที่เป็นพลังเงียบอยู่อีกมาก ซึ่งพลังตรงนี้หากต้องการให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างสงบ มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ประชาชนก็จะเลือกให้ พล.อ.ประยุทธ์ไปต่อ
ถือเป็นประเด็นที่ท้าทายอย่างมากว่า จะเกิดการลงคะแนนเพื่อนำพาบุคคลที่มีคะแนนไล่ตามในโพล เกิดการแซงโค้งสุดท้ายจนชนะเลือกตั้งได้หรือไม่ นอกจากนี้ คำพูดที่ว่าหากการเมืองเป็นไปตามโพล ประเทศจะเดินหน้าลำบาก การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะไม่สามารถทำต่อไปได้ ก็น่าสนใจว่าจะเกิดขึ้นจริงตามนั้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเมืองในประชาธิปไตย ย่อมเป็นไปตามความเห็นของประชาชน ความเป็นไปได้ มีทั้งการลงคะแนนท่วมท้นให้นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน หรืออาจจะลงคะแนนมากกว่าให้คนใหม่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการเมือง กฎเกณฑ์ของการเลือกตั้ง มีความเรียบง่าย แต่อาจจะยอมรับได้ยากสำหรับวิธีคิดที่ไม่เป็นประชาธิปไตย

