หน้าแรก การเมือง ส.แอลกอฮอล์ เ...

ส.แอลกอฮอล์ เผยยอดขายพุ่งต่อเนื่อง ‘ช่วงเลือกตั้ง’ ผวาถูกรีดภาษีเพิ่ม

7.05.23 | 06:25 น.

ส.แอลกอฮอล์ เผยยอดขายพุ่งต่อเนื่องช่วงเลือกตั้ง ผวาถูกรีดภาษีเพิ่ม 30 องค์กรเตรียมยื่น รบ.ใหม่ก่อนไฮซีซั่น

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม นายธนากร คุปตจิตต์ ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย เปิดเผยว่า ยิ่งใกล้การเลือกตั้งความต้องการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังดีต่อเนื่อง และการกำหนดเวลาห้ามขายในช่วงวันเลือกตั้งไว้ไม่ว่าจะเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า 7 พฤษภาคม และวันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม ก็ไม่มีผลต่อยอดขาย และบางส่วนเชื่อว่ามีการซื้อเตรียมไว้ทานกันในครอบครัว และหลังเวลา 18.00 น.ของวันเลือกตั้ง ก็จำหน่ายได้ตามปกติ

ซึ่งเชื่อว่าการสังสรรค์หรือฉลองหลังเลือกตั้งจะส่งผลต่อยอดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สูงกว่าช่วงปกติ และสูงมากเป็นหลายเท่าได้เมื่อเทียบช่วงเดียวกันในรอบหลายปีที่ผ่านมา ส่วนการปรับขึ้นราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ขณะนี้ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดกล่าวถึง และเชื่อว่าราคาจะยังอยู่ระดับปัจจุบันต่อเนื่องอย่างน้อย 3-4 เดือน แต่เข้าไตรมาส 4 อาจมีการทบทวนราคาใหม่ได้ ขึ้นกับภาคท่องเที่ยวมีการฟื้นตัวได้เร็วกว่านี้และรัฐบาลใหม่ที่เคยหาเสียงต่อการเติมเงินเข้าระบบเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นก่อนปลายปีแน่นอน

“ตอนนี้ผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กำลังติดตามนโยบายประชานิยมที่แต่ละพรรคประกาศออกมาในช่วงหาเสียง และเมื่อเป็นรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ ส่งผลต่อการเร่งใช้งบประมาณการคลัง แต่ที่ผ่านมาถูกมองว่างบประมาณและเงินคงคลังอาจไม่เพียงพอนำมาใช้ การเก็บภาษีได้ต่ำในช่วงที่ผ่านมา อาจทำให้ในการทบทวนโครงสร้างภาษีในรอบใหม่ที่จะเกิดขึ้น ขยับอัตราภาษี หรือปรับเงื่อนไขที่ทำให้ต้องเสียภาษีเพิ่ม อย่างกรมสรรพสามิต ที่จะมีการทบทวนโครงสร้างภาษีสุราเบียร์ ที่ใช้มาแล้ว 3 ปีอีกครั้ง วิตกกันว่าอาจมีการปรับอัตราภาษีเพื่อเพิ่มการจัดเก็บรายได้ ก็จะมีผลต่อราคาสุราเบียร์ในปีหน้าหรืออย่างเร็วอาจปลายปีนี้” นายธนากรกล่าว

นายธนากรกล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าการรวบรวมปัญหาและจัดทำข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลใหม่นั้น เริ่มมีการหารือกันในกลุ่มสมาคมที่เกี่ยวข้องแล้วประมาณ 30 องค์กร ที่จะผลักดันในประเด็นที่เคยเสนอไว้ในรัฐบาลชุดนี้ และข้อเสนอให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ปรับให้รับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปโดยเฉพาะการรองรับการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ ที่ขณะนี้ทั่วโลกกำลังแข่งขันชิงจำนวนนักท่องเที่ยว เพราะเป็นภาคที่จะสร้างรายได้และกระตุ้นใช้จ่ายภายในประเทศได้และแซงภาคการส่งออกแล้ว

Advertisement

“คงต้องรอดูผลเลือกตั้งว่าพรรคใดจะมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล จากนั้นก็จะมีการประชุมหารือกับองค์กรที่เบื้องต้นได้หารือว่าจะมีการทำข้อเสนอและยกระดับการเคลื่อนไหว เพื่อให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินการ ก่อนเข้าเทศกาลไฮซีซั่นอีกครั้งในไตรมาส 4 ปีนี้ เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาและพอรู้ได้ชัดเจนว่าใครนั่งบริหารประเทศ ก็จะลงรายละเอียดในหนังสือที่จะส่งถึงรัฐบาลใหม่ หลายเรื่องเป็นการทวงถามนโยบายที่เคยหาเสียงไว้ ที่บางเรื่องเกี่ยวข้องกับการลดอุปสรรคการค้าและกระตุ้นใช้จ่ายแท้จริง ครั้งนี้จะเป็นการรวมกลุ่มครั้งใหญ่อีกครั้งที่จะสะท้อนภาครวมการค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคท่องเที่ยวแท้จริงเป็นอย่างไร และอะไรถึงเวลาปลดล็อกและอะไรต้องทำทันที” นายธนากรกล่าว

นายธนากรกล่าวถึงการปรับเพิ่มอัตราแรงงานขั้นต่ำนั้น ไม่ว่าจะอัตราเท่าไหร่ ย่อมมีผลทางจิตวิทยาต่อการขึ้นราคาสินค้าไปดักรอค่าจ้างใหม่ ผู้ประกอบการไม่อยากให้เอาเรื่องแรงงานมาเป็นตัวกระตุ้น เพราะแรงงานมีฝีมือนั้นสูงเกินแรงงานขั้นต่ำมากแล้ว และการปรับแรงงานขั้นต่ำอาจไม่ได้เอื้อรายได้ตรงกับแรงงานไทย กลับเป็นการซ้ำเติมเรื่องค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เศรษฐกิจอาจยังไม่พร้อมจะปรับขึ้นค่าแรงงานแบบก้าวกระโดดในช่วง 1-2 ปีนี้