‘เศรษฐา’ พบผู้ประกอบการแท็กซี่-วินมอ’ไซค์รับจ้าง กร้าว หาก ‘เพื่อไทย’ เป็นรัฐบาล จะไม่ยกกระทรวงคมนาคมให้ใคร
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่ศูนย์วิทยุ 1661 ย่านบึงกุ่ม แกนนำเพื่อไทย (พท.) นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค พท. และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย, นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร, นายดนุพร ปุณณกันต์ ประธานรณรงค์หาเสียงพื้นที่กรุงเทพมหานคร, น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายประภัสร์ จงสงวน ผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อ พบปะผู้ให้บริการรถแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และรับฟังการสะท้อนประเด็นปัญหาค่ารถแท็กซี่ขั้นต่ำ และระบบการขนส่งสาธารณะ

โดยตัวแทนของกลุ่มสหรณ์แท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ ได้ร่วมสะท้อนปัญหาหลักคือการมีคู่แข่งเป็นแอพพลิเคชัน การที่คนขับแท็กซี่ไม่มีรัฐสวัสดิการรองรับ สิทธิ 30 บาท ต้องใช้เพียงในจังหวัดตามภูมิลำเนา ซึ่งหลังจากวิกฤตโควิด-19 พบเจอปัญหามากมาย ทั้งคนที่ไม่มีเงินจ่ายค่าไฟแนนซ์ ไม่มีหน่วยงานไหนเหลียวแล จนมีข่าวแท็กซี่ฆ่าตัวตายรายวัน น่าเสียดายที่ 4 ปีที่ผ่านมาพรรค พท.ไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะเชื่อว่าหาก พท.เป็นรัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหาให้ได้อย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลของนายทักษิณและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาโดยตลอด
รวมถึงเรื่องของพลังงาน ที่ค่าน้ำมัน ค่าก๊าซแพงขึ้น แต่ค่ามิเตอร์ของยังคงเริ่มต้นที่ 35 บาทเท่าเดิม ทำให้ผู้ขับแท็กซี่ขาดทุน และเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ พท.จะได้รับชัยชนะและจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน จึงอยากฝากปัญหาทั้งหมดให้พรรค พท.นำไปแก้ไขเชิงนโยบาย

ด้านนายเศรษฐา กล่าวว่า แท็กซี่ถือเป็นกลไกเศรษฐกิจที่สำคัญกระทบกับการท่องเที่ยว แต่ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ หลังเลือกตั้ง พท.จะส่งคณะทำงานด้านคมนาคมกลับมารับฟังปัญหาของทางกลุ่มแท็กซี่อีกครั้ง และมีข้อเสนอการยกระดับและพัฒนาการบริการดีขึ้น รถสะอาดขึ้น สนับสนุนให้มีการใช้รถ EV เพื่อลดปัญหาทางด้านพลังงาน และข้อจำกัดของการลงทะเบียนของรถแท็กซี่อีกด้วย

นายเศรษฐา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ เราจะมีการพูดคุยกับธนาคารออมสินเรื่องติดบูโร รวมถึงการแก้ไขระบบมิเตอร์ของแท็กซี่ให้มีความเป็นธรรมยิ่งขึ้น อาทิ 1.สวัสดิการทำอาชีพสุจริตมาตลอดต้องมีการดูแล 2. อัตราการเก็บค่าบริการ ซึ่งเชื่อมโยงกับป้ายดำ แอพพ์ที่จะทำให้เข้ามาเกิดความเป็นธรรมในการแข่งขัน การแข่งขันต้องมีความเป็นรรม เข้าถึงได้ทุกคน 3.เรื่องคุณภาพ สเปกของรถที่จะนำมาใช้เป็นแท็กซี่ 4.เรื่องพลังงานที่ไม่ใช่ปัญหาของแท็กซี่อย่างเดียว แต่เป็นปัญหาของพี่น้องทุกคน เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นรากฐานของปัญหา และ 5.NPL หรือหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ แหล่งเงินทุน ซึ่งเกิดจากโควิด โดยไม่อยากให้ยึดแท็กซี่ เพื่อให้มีทำมาหากิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งตัวแทนของกลุ่มสหรณ์แท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ ถามนายเศรษฐาว่า ถ้า พท.ตั้งรัฐบาล จะยกกระทรวงคมนาคมให้พรรคอื่นหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ผมลงพื้นที่หาเสียงมา 60 กว่าวัน เป็นไข้มา 10 กว่าวัน กระทรวงคมนาคมเป็นกระทรวงสำคัญ เรามีนโยบายที่จะผลักดันและพูดตรงๆ เราจะไม่ยกให้ใคร” ทำให้ตัวแทนของกลุ่มสหกรณ์แท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์ ปรบมือให้ นายเศรษฐา ดังลั่นห้อง

