เหล่าคนบันเทิง ส่งเสียงถึงรัฐบาลใหม่

8.05.23 | 05:50 น.

เหล่าคนบันเทิง ส่งเสียงถึงรัฐบาลใหม่

นโยบายการหาเสียงถือเป็นจุดขายที่สำคัญของพรรคการเมืองที่ต้องตรงเป้า โดนใจประชาชน ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อจะทำให้ประชาชนเข้าคูหากาเบอร์ที่โดนใจในวันที่ 14 พฤษภาคม ในส่วนของคนวงการบันเทิงนั้น พวกเขาบอกเลยว่าจะไปใช้สิทธิ ใช้เสียงของตัวเองอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันก็หวังด้วยว่า เมื่อได้ ผู้แทน มาแล้ว เขาเหล่านั้นจะเข้ามาแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่บ้านเราประสบพบเจออยู่

สำหรับ ซี พฤกษ์ พานิช และ นุนิว ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ คู่จิ้นสุดฮอต พวกเขาเห็นพ้องต้องกันว่าอยากให้ช่วยแก้ไขเรื่อง PM2.5 แบบเร่งด่วน ซีเป็นคนที่แพ้อากาศ อยากจะให้ช่วยเรื่องฝุ่น เรื่องต้นไม้สีเขียว อยากให้ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม

ด้าน นุนิว บอก ช่วงที่ผ่านมารู้สึกว่าฝุ่นเยอะมากๆ ขึ้นไปบนทางด่วนสะพานสูงๆ มองลงมาแทบไม่เห็นตึกเลย ก็อยากให้มีมาตรการจัดการกับฝุ่นตรงนี้ให้หน่อยครับ

ไม่ต่างกับ 3 สาวเพื่อนซี้ ก้อย อรัชพร โภคินภากร, นัตตี้ นันทนัท ฐกัดกุล และ ดรีม อภิชญา พานิชตระกูล ที่มองว่าปัญหาเรื่องอากาศของบ้านเราควรได้รับการแก้ไขให้ดีกว่านี้ ปัจจุบันนี้ที่รู้สึกว่ารุนแรงมากๆ ก็คือเรื่องอากาศ ตี้ว่ามันส่งผลกระทบระยะยาวและส่งผลกระทบกับเด็กด้วย น้องๆ เด็กๆ ที่สมองกำลังเจริญเติบโต การที่อากาศมันแย่ขนาดนี้ แล้วมันจะกระทบกับอนาคตของประเทศเราไปอีกไกลเลย เพราะฉะนั้นแก้ไขเถอะ ถ้าประเทศอื่นทำได้ ประเทศเราก็ทำได้ค่ะ

Advertisement

ขณะ ก้อยเสริมว่า ตอนนี้มารีญา พูลเลิศลาภ กำลังทำเรื่องการสนับสนุน พ.ร.บ.อากาศสะอาด ก็อยากให้ทุกคนไปร่วมลงชื่อด้วย

สำหรับการเลือกตั้งที่ใกล้จะมาถึงอยากให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิของตัวเองในการเลือกคนที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำ เลือกคนที่จะมาบริหารประเทศ อย่ามองว่าตัวเองเป็นเพียงเสียงเล็กๆ เท่านั้น เพราะเสียงเล็กๆ ของพวกเราทุกคน มันมารวมกัน แล้วจะกลายเป็นพลัง เพื่อตัวของพวกเราเอง ก้อยยืนยัน

ยังมี ฮาย ธันวา เกตุสุวรรณ นักร้องนำวง Paper Planes เปิดปัญหาที่อยากให้รัฐบาลชุดใหม่ช่วยแก้ไข เรื่องที่เกี่ยวโยงโดยตรงกับการทำงานของตัวเองว่า ตอนนี้
มีเรื่องที่เราเวิร์กกันหนักๆ ก็คือเรื่องของการจัดการของผู้ประกอบการ เกี่ยวกับการอนุญาตให้เด็กเข้าสถานบันเทิง เหตุเพราะช่วงนี้เขาค่อนข้างจะเจอน้องๆ ตามมาดูคอนเสิร์ตในสถานบันเทิงบ่อยๆ ผมไม่แน่ใจว่ามันถูกต้องมากขนาดไหน

ดังนั้นจึงอยากให้มีการหารือและพิจารณา เพื่อความถูกต้องและเหมาะสม เพราะผมจะมีอาชีพเป็นนักร้อง แม้ต้องการให้มีแฟนๆ มาคอยเชียร์คอยติดตาม แต่ขณะเดียวกันยังอยากที่จะรับผิดชอบต่อสังคม วง Paper Planes เป็นวงที่เป็นแรงบันดาลใจให้เด็กๆ เลยอยากจะทำให้มันดีในทุกๆ ด้านไม่อยากจะให้เขาเข้าถึงสิ่งที่วัยเขายังไม่เหมาะสมครับ นักร้องขวัญใจวัยรุ่นฟันน้ำนมระบุ

ด้านนักร้องดัง สุกัญญา มิเกล ตรงจัดชัดเจน ยืนยันว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน หลายคนมองว่าการเมืองไม่ใช่เรื่องของเรา แต่ถ้าประชาชนทุกคนนิ่งเฉย ก็เท่ากับว่าคุณปล่อยโอกาสให้เขาทำอะไรที่เขาอยากทำได้ง่ายขึ้น ดังนั้นจึงไม่ใช่แค่เพียงการออกไปใช้สิทธิใช้เสียงในการเลือกตั้งเท่านั้น แต่หลังจากเลือกแล้ว ได้ตัวคนมาทำงานแล้ว เราๆ ทุกคนก็ยังสามารถช่วยกันตรวจสอบและดูแลภาษีที่เราๆ เสียไปว่าถูกนำไปใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสมเพียงใด

ผู้บริหารกับข้าราชการไม่เหมือนกัน ข้าราชการมีหน้าที่ เขากินภาษีเรา ดูแลชีวิตตัวเขา แล้วทำหน้าที่บริการประชาชนที่จ่ายภาษี แต่นักการเมืองเป็นผู้บริหาร จะต้องเข้าไปบริหารการเปลี่ยนไปในแต่ละส่วนของประเทศ ดังนั้นคนที่จะเข้าไปจะต้องดูแลเรื่องของกฎหมาย เพราะกฎหมายจะครอบคลุมทุกชีวิต ดังนั้นถ้าคิดหรือเห็นว่าพรรคไหนทำงานด้านนี้ได้ดี ก็จัดไปเลย สุกัญญา มิเกล กล่าว

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่แอบเป็นห่วงถึงสิ่งที่เรียกว่าอุดมการณ์ ที่หลายๆ ครั้งจะเห็นได้ว่า อุดมการณ์กับเงินมักจะสวนทางกันเสมอ ถ้าคุณเข้าไปทำการเมืองแล้วคาดหวังว่าจะเป็นคนรวย เป็นผู้มีอิทธิพล มีคนกราบไหว้ อย่าเข้าเลย ให้คนที่เขาอยากทำเพื่อคนอื่นจริงๆ ที่มีจิตสาธารณะอยากช่วยชาวบ้าน อยากดูแลชีวิตคนไทยจริงๆ มองเห็นอนาคตของลูกหลานจริงๆ เขาไปทำ ถ้าคิดหวังแค่เงิน แค่มีอิทธิพล ปล่อยคนอื่นเขาเถอะสุกัญญากล่าว

ส่วน คุณชายอดัม หรือ ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล บอกว่า สำหรับเขา ผู้นำคือคนที่ยอมรับความจริง

ความผิดพลาดสามารถเกิดขึ้นได้ แต่ถ้าผิด อยากให้ยอมรับ ขอโทษและหาวิธีการแก้ไข แล้วก็พึงสังวรว่าประชาชนยังต้องพึ่งพาคุณ คุณก็ต้องแบกรับภาระหน้าที่ต่อไปอย่างสุดความสามารถ

ในส่วนของผู้สมัครรับเลือกตั้ง คุณชายอดัมบอกว่า อยากจะขอให้ทุกคนได้ศึกษาข้อความต่างๆ ที่ติดอยู่บนป้ายของตัวเองอย่างจริงจัง ดูว่าหลายๆ นโยบายเหล่านั้น มีความเป็นไปได้จริงหรือไม่ และมีข้อจำกัดอย่างไร หลายคนเป็น ส.ส.หลายสมัย เข้าใจกลไกของการทำงาน ก็อยากให้นำสิ่งนั้นมาพูดในเชิงของความเป็นจริง

สำหรับ นุชี่ อนุชา บุญยวรรธนะ นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย บอกว่า จะมองนโยบายที่แต่ละพรรคการเมืองมีเรื่องของการพัฒนาอุตสาหกรรมบันเทิงเป็นหลัก เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับตัวนุชี่ แล้วก็เป็นอาชีพการงานของเรา จะดูว่าพรรคไหนมีนโยบายที่ชัดเจนในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน และตรงกับความต้องการของคนทำงานในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ หรืออุตสาหกรรมบันเทิงหรือเปล่า

เรามองหาพรรคการเมืองที่มีนโยบายการมองว่าอุตสาหกรรมบันเทิงจะเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญได้ แล้วก็ควรจะมีนโนบายที่ให้สิทธิเสรีภาพในเรื่องของการแสดงออก เรื่องของการยกเลิกการเซ็นเซอร์ อันนี้เป็นหลักที่สำคัญ อันที่สองคือเราต้องการนโยบายที่สนับสนุนอุตสาหกรรมบันเทิงอย่างเป็นระบบ แล้วก็มีการวางแผนงานที่ชัดเจนว่าจะปฏิบัติอย่างไรและต่อเนื่อง

ช่วงหลังโควิดมันมีเรื่องของการแปรเปลี่ยนของเทคโนโลยีต่างๆ ในเรื่องของการรับชมภาพยนตร์ ในเรื่องของสตรีมมิ่งเข้ามา เป็นช่วงในการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งตอนนี้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ละคร ซีรีส์ ก็อยู่ในช่วงกำลังฟื้นตัว เราต้องการการสนับสนุน ที่ถ้าเป็นเบื้องต้นก็จะเป็นเหมือนในเรื่องของการให้ทุนหรือว่าการให้เงินช่วยเหลือ หรือมีนายทุนสนับสนุน อุดจุดอ่อนที่เกิดขึ้นในวงการภาพยนตร์และวงการบันเทิง

ส่วนเรื่องของเสรีภาพในการแสดงออก คิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้วงการบันเทิงไทยพัฒนาแข่งขันกับต่างชาติได้ แล้วก็อาจจะมีเรื่องของการให้ความสำคัญกับเรื่องสวัสดิภาพของคนทำงาน ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่ภาครัฐสามารถเข้ามาสนับสนุนได้

นุชี่ ยังบอกตรงๆ ว่า เธอมีความคาดหวังในเรื่องที่รัฐบาลชุดใหม่จะเข้ามาช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมบันเทิง จริงๆ คาดหวังมากนะคะ เพราะมันค่อนข้างไม่ได้รับการเหลียวแลมานานแล้ว ไม่ได้มีนโยบายที่สนับสนุนอุตสาหกรรมบันเทิงชัดเจนอะไรมานานแล้ว เหมือนภาคเอกชนเป็นฝ่ายที่ต้องต่อสู้หรือดิ้นรนกันเองเป็นส่วนใหญ่ ถ้าการเลือกตั้งครั้งนี้ได้รัฐบาลหรือว่าได้พรรคหรือนายกฯที่มีนโยบายชัดเจนในเรื่องของการสนับสนุนอุตสาหกรรมบันเทิงไทย อุตสาหกรรมบันเทิงไทยก็จะไปได้อีกไกล ก็คาดหวังมากว่าจะได้อย่างที่ต้องการ หรือคนที่เข้ามาให้ความสำคัญในเรื่องนี้ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็ตาม

การเลือกตั้งเป็นกระบวนการที่ทำให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็น หรือแสดงออกได้ว่าเราต้องการอะไร แต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะเน้นหนักไปเรื่องของเศรษฐกิจปากท้อง บางคนให้ความสำคัญเรื่องสิทธิเสรีภาพ หรือเป็นเรื่องของการซื่อสัตย์สุจริต เราก็แค่ยึดในคุณค่าที่เราคิดว่าสำคัญ แล้วก็ส่งเสียงของเราออกไป ผ่านกระบวนการเลือก คือการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งคนที่เราคิดว่ามีนโนบายที่ตอบสนองสิ่งที่เราให้คุณค่านั้นได้มากที่สุด

ที่ผ่านมาทางสมาคมได้จัดงานรับฟังนโยบายจากพรรคการเมืองไปแล้ว มีคนทำงานจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ผู้กำกับ
โปรดิวเซอร์ คนเขียนบท หรือนักแสดง ก็ได้แสดงความคิดเห็นหรือบอกถึงปัญหาให้กับตัวแทนแต่ละพรรคไปหมดแล้ว ในวันนั้นท่านก็ได้รับปากแล้วว่าจะทำอะไรบ้างหากได้รับเลือกเป็นรัฐบาล ขอให้ รักษาสัญญาด้วย นุชี่ระบุ

เป็นเสียงจากคนในแวดวงบันเทิงสะท้อนถึงการเลือกตั้งและรัฐบาลชุดใหม่ ที่จะเข้ามาบริหารประเทศในอนาคตอันใกล้นี้