หน้าแรก การเมือง บก.ฟอรั่ม : ว...

บก.ฟอรั่ม : วันที่ 18 ธ.ค.2559

18.12.16 | 13:00 น.

ผิดแบบ-ต่อเติม

เรื่อง การทุจริตต่อหน้าที่ของข้าราชการ
เรียน บรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์มติชน
ด้วยอาคาร ก ตั้งอยู่ที่ถนน……………….กรุงเทพฯ ก่อสร้างผิดแบบรูปก่อสร้างหลายข้อ ดังนี้
(1) อาคารหลังนี้สูง 8 ชั้น ทางเข้า-ออกอาคารต้องเข้า-ออกทางถนน…..เท่านั้นตามแบบ ปัจจุบันเข้า-ออกทางซอย…..เนื่องจากเป็นซอยกว้างไม่ถึง 8 เมตร อาคารจะสูง 8 ชั้นไม่ได้
(2) จำนวนห้องพักต้องไม่เกิน 80 ห้องตามแบบ แต่มีการดัดแปลงให้มีห้องพักกว่า 100 ห้อง
(3) ไม่มีการรื้อถอนอาคารเดิมออกในส่วนที่จะต้องทำเป็นทางเข้า-ออก และเป็นที่จอดรถตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตก่อสร้าง ทำให้มีที่จอดรถไม่เป็นตามแบบรูป
(4) ทราบว่าทางเขต…..ได้มีหนังสือให้ระงับการใช้อาคารไปแล้ว แต่ปัจจุบันมีการแอบเปิดบริการลูกค้าแบบชั่วคราว ดังนั้นคำสั่งเขตให้ระงับการใช้อาคาร จึงไม่มีความหมาย
การก่อสร้างผิดแบบ 4 ข้อดังกล่าวข้างต้น ไม่ปรากฏว่ามีการแก้ไขและระงับการใช้อาคารแต่อย่างใด แสดงว่าจะต้องมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธารู้เห็นเป็นใจ รับผลประโยชน์จากเจ้าของอาคารแน่นอน เพื่อเป็นการสนองนโยบายของรัฐบาล เรามาช่วยกันขจัดปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในวงการราชการให้หมดไปด้วยกันเถอะครับ
ขอแสดงความนับถืออย่างสูง
สมาชิกองค์กรปราบคอร์รัปชั่น
ตอบสมาชิกฯ
เรื่องเกิดที่เขตไหนไม่น่าจะติดตามได้ยากนะครับ น่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วแจ้งให้ประชาชนที่รับผลกระทบทราบด้วยครับ

 

ก่อมลพิษหรือไม่

เรื่อง ขอร้องเรียนกรณีกิจการทำให้เกิดมลพิษ
เรียน บรรณาธิการหนังสือพิมพ์มติชน
ด้วยพวกเรา ผู้เป็นห่วงในปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร ตระหนักถึงปัญหามลภาวะทั้งบนบกและแม่น้ำคูคลองที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
จากการไปทัศนศึกษาทั้งทางบกและล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เห็นมีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง ที่อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างมลภาวะ (Pollution) ทั้งทางอากาศ ส่งกลิ่นเหม็น และน้ำเน่าเสียไปทั่วบริเวณเป็นวงกว้าง ซึ่งเป็นอันตรายแก่ผู้อยู่อาศัยในละแวกใกล้เคียงโรงงานเหล่านั้นมาเป็นเวลานานแล้ว
โรงงานบางแห่งตั้งอยู่ใกล้เคียงส่วนที่เป็นรูปกระเพาะอาหารของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ทำไมทางการจึงปล่อยปละละเลย เพิกเฉย มาช้านานหลายสิบปี
พวกเราบางคนได้มีโอกาสไปล่องแม่น้ำดานูบ ประเทศฮังการี แม่น้ำแซน ประเทศฝรั่งเศส เป็นต้น ไม่เคยพบเห็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำของประเทศเหล่านั้น นั่นแสดงถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวมที่แท้จริง ดังนั้นพวกเราในฐานะที่จะต้องรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมืองในอนาคต จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความใส่ใจ ร่วมมือกันพิจารณาอย่างจริงจังว่า โรงงานที่ตั้งติดแม่น้ำเจ้าพระยาเหล่านั้นสมควรย้ายไปในสถานที่ที่เหมาะสมกว่าหรือไม่ และผลการพิจารณาเป็นประการใด
จึงเรียนมาเพื่อขอได้โปรดพิจารณาถึงความเหมาะสม และความถูกต้องของหลักวิชาว่า สถานที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่สมควรย้ายออกจากพื้นที่อยู่อาศัยไปยังพื้นที่อุตสาหกรรมหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อให้ลูกหลานของเราได้มีชาติที่มีความศิวิไลซ์ ทัดเทียมกับอารยประเทศต่อไปในอนาคต พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะได้รับ Feed back จากท่านในเร็ววันนี้
ขอแสดงความนับถือ
ผู้ศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร
ตอบคุณผู้ศึกษาฯ
ยุคสมัยเปลี่ยนไป ความรู้ความเข้าใจของคนต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยนไปด้วย ทรัพยากรน้อยลง ก็ทำให้ยิ่งเกิดความห่วงใยและหวงแหน
ฝากถึงผู้เกี่ยวข้องว่า พิจารณาปัญหานี้อย่างไรครับ

Advertisement

 

แฟนคลับ‘นิพัทธ์’

เรียน บก.ฟอรั่มมติชน ที่นับถือ
ผมอ่าน น.ส.พ.มติชน ประจำมิได้ขาด ชอบอ่านบทความของ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ในวันจันทร์ 5 ธ.ค.59 ภาคเก่าเล่าตำนานกลาดิเอเตอร์ (Gladiator) แล้วรู้สึกมันน่าติดตามยิ่ง จึงเขียนมาขอให้ บก.ฟอรั่มมติชน ส่ง จ.ม.ของผมให้ท่าน พล.อ.นิพัทธ์ ผู้เขียนด้วย จึงขอแนะนำให้เขียนเกี่ยวกับโรมันอีกต่อไป ดังนี้
1.เกี่ยวกับปอมเปอี ไม่ทราบว่าโรมันหรือกรีก
2.ประวัติสปาร์ตาคัส
3.ขุนทัพ ขุนทาส เคยเป็นภาพยนตร์ฉายมาแล้ว ผมว่าให้ท่าน พล.อ.นิพัทธ์คงค้นหาได้แน่นอน และขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ หวังว่าคงจะได้อ่านในไม่ช้านี้
ขอแสดงความนับถือ
ผู้อ่านประจำ จ.สตูล

 

รั้งท้ายอีก

เรียน บก.ฟอรั่มที่นับถือ
จากผล PISA 2015 ไทยได้คะแนนรั้งท้ายอีกตามเคยและแถมคะแนนลดลงจากการทดสอบปีที่ผ่านๆ มา PISA คือ Program for International Student Assessment โดยมี 70 ประเทศที่เข้าร่วมการทดสอบ วิชาวิทยาศาสตร์ การอ่าน และคณิตศาสตร์ ในเด็กอายุ 15 ปี ผลการวัดผลจะสะท้อนคุณภาพของประชาชนที่จะเป็นกำลังทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ปีนี้สิงคโปร์ได้อันดับ 1 ซึ่งเป็นอันดับหนึ่งของโลก และที่น่าสนใจคือเวียดนามขึ้นมาเป็นอันดับ 8 ส่วนไทยได้อันดับ 55
ผลการสอบ PISA จะสอดคล้องกับการสอบ TIMSS ซึ่งเป็นการวัดความสามารถทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์มีผู้เข้าร่วมทดสอบทั่วโลก 6 แสนคน ไทยก็รั้งท้ายอีกเช่นเคย เช่นเดียวกับการทดสอบที่ไทยจัดขึ้นเอง คือการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) ผลการทดสอบก็บ่งชี้ว่าระบบการศึกษาของไทยยังอ่อนแออยู่มาก “แสดงว่าความรู้ที่อยู่ในระบบการศึกษาไทยต่ำกว่ามาตรฐานโลก และวิธีคิดของเด็กไทยไม่มีวิธีคิดเชิงวิเคราะห์และการแก้ปัญหา” เป็นคำกล่าวของนายภาวิช ทองโรจน์ (มติชนรายวัน 8 ธันวาคม 2559 : 17)
ดิฉันจะไม่พูดถึงการปฏิรูปหลักสูตร ครู และการจัดการการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะพูดไปแล้วก็ไม่ได้พัฒนาให้ดีขึ้น โดยเฉพาะการอ่านของเด็กไทย อยากจะบอกว่าในโรงเรียนต่างๆ ขาดแคลนบรรณารักษ์มาก ต้องเป็นครูบรรณารักษ์ที่เรียนมาโดยตรง ส่วนมากจะใช้ครูที่ไม่ได้เรียนมาทางบรรณารักษ์มาดูแลห้องสมุด
ดังนั้นการส่งเสริมการอ่านจึงไม่มี ไม่สนใจการอ่านเลย ส่วนใหญ่จะมุ่งส่งเสริมให้เด็กอ่าน E-book เพราะดิฉันเสนอจะบริจาคหนังสือให้ห้องสมุดโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งใน กทม. พอโทรศัพท์ให้มารับหนังสือจำนวนมาก ล้วนแต่เป็นหนังสือดีๆ ที่เหมาะกับโรงเรียนมัธยม ปรากฏว่าคำตอบที่ตอบกลับมาคือ ห้องสมุดมีหนังสือ E-book เท่านั้น ดิฉันเสนอว่าไม่เอาเข้าห้องสมุดก็ได้ วางไว้มุมใดมุมหนึ่ง เป็นมุมหนังสือให้เด็กมาหยิบอ่านเองไม่ต้องทำการยืมก็ได้ บรรณารักษ์ก็เกรงว่าจะรกรุงรังไม่เรียบร้อย
นี่แหละคือการส่งเสริมการอ่านของโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่ง (อาจจะมีโรงเรียนที่ส่งเสริมการอ่านที่ดีกว่านี้ก็ได้) ดิฉันคิดว่าคงไม่ใช่บรรณารักษ์ที่เรียนมาโดยตรงเป็นแน่ เพราะบรรณารักษ์ที่แท้จริงจะมีวิญญาณของการรักการอ่านตามที่ได้เล่าเรียนมา อยากทราบว่า ผอ.โรงเรียนได้สนใจห้องสมุดหรือไม่ จึงไม่น่าแปลกใจว่าการอ่านของเด็กไทยทำไมจึงตกต่ำมาตลอด ก็ต้องโทษกระทรวงศึกษาฯที่ไม่เห็นความสำคัญของครูบรรณารักษ์นั่นเอง นับวันหนังสือเป็นเล่มก็คงจะขาดหายไปจากประเทศไทย
สื่อสิ่งพิมพ์ทั้งหลายตกต่ำมาก น่าสงสารสำนักพิมพ์ทั้งหลายที่ยอดจำหน่ายหนังสือลดลงอย่างน่าใจหายจนจะอยู่ไม่ได้ การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุคงแก้ไม่ได้หรอก ถ้าไม่แก้ที่ต้นเหตุ หลักสูตรของกระทรวงศึกษาฯให้มีการผลิตครูบรรณารักษ์และมีการบรรจุในโรงเรียนทุกแห่ง และข้อสำคัญก็ต้องให้มีความก้าวหน้าในวิชาชีพด้วย
ไม่ใช่ส่งเสริมแค่ผู้เรียนด้านบริหารการศึกษาเท่านั้น ส่วนวิชาเฉพาะไม่สนับสนุน จึงทำให้การสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ขาดครูผู้ชำนาญเป็นอันมาก ไม่เหมือนสิงคโปร์ที่ครูวิชาสำคัญและจำเป็นในการพัฒนาประเทศไม่มีการเกษียณอายุ ยังคงจ้างไปเรื่อยๆ
ขอแสดงความนับถือ
รศ.ฉวีวรรณ คูหาภินันทน์
มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา
ตอบ รศ.ฉวีวรรณฯ
เรื่องการอ่านเป็นรากฐานของทุกสิ่งทุกอย่างนั้น เห็นพ้องด้วยอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะทำมาหากินทางนี้ แต่ได้พบเห็นและรับฟังมาพอสมควร
ยังหวังว่า วันหนึ่งอาจจะมีผู้มองเห็นความสำคัญของการอ่าน และหาทางสนับสนุนอย่างเป็นระบบ แต่ก็เข้าใจได้ว่า การมีพลเมืองฉลาดๆ อาจสร้างปัญหาให้กับผู้มีอำนาจบางประเภทครับ