ดีซีที แนะ 7 ยุทธศาสตร์ รัฐบาลใหม่ ยกระดับ อุตสาหกรรมดิจิทัล ก้าวสู่ไทยแลนด์ 5.0

สภาดิจิทัล’ แนะ 7 ยุทธศาสตร์ขอรัฐใหม่ ยกระดับ อุตสาหกรรมดิจิทัล ก้าวสู่ไทยแลนด์ 5.0

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย หรือดีซีที เปิดเผยว่า สภาดิจิทัลได้นำเสนอข้อคิดเห็น และมุมมองของภาคเอกชน ในอุตสาหกรรมดิจิทัลเพื่อนำเสนอให้กับรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศไทย โดยมีข้อเสนอ 7 ข้อ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทยก้าวเข้าสู่ประเทศไทย 5.0

โดยเริ่มจาก 1.ด้านการศึกษา ด้วยการบรรจุภาษาคอมพิวเตอร์ เป็นวิชาหลักตั้งแต่ ป.1-มหาวิทยาลัย แจกคอมพิวเตอร์ให้เด็กนักเรียน 7 ล้านเครื่อง ใช้งบประมาณปีละ 7,000  ล้านบาท จากงบการศึกษาปีละ 6 แสนล้าน และมีซอฟต์แวร์ในการคัดกรองการใช้งานที่ดี และมีการสอนเรื่องจริยธรรมด้านดิจิทัล

2.สนับสนุนสร้างดิจิทัล คอนเทนต์ ที่เกี่ยวกับจริยธรรม เช่น ละครหลังข่าวนำเสนอ ในช่วงไพรม์ไทม์ ทีวีดิจิทัล ด้วยการสนับสนุนงบประมาณเรื่องละ 50 ล้านบาท คาดว่าจะใช้งบประมาณ 1,200 ล้านบาท ให้เกิดคอนเทนต์คุณภาพ นำซอฟต์เพาเวอร์ไทย ตีตลาดต่างประเทศ

Advertisement

3.สร้างเทคสตาร์ตอัพ 2 หมื่นบริษัท ดึงนักลงทุนระดับโลกเข้ามา เกิดสร้างสร้างงานด้านดิจิทัลไม่น้อยกว่า 1 ล้านราย 4. ยกระดับด้านเกษตร ด้วยสมาร์ทฟาร์มมิ่ง เกษตรอัจฉริยะ ยกระดับองค์กร สหกรณ์ และวิสาหิจชุมชน 3,000-5,000 องค์กร สู่เกษตร 5.0

5.ดึงคนดีและคนเก่ง เข้าสู่ระบบราชการระดับบริหาร ด้วยการปรับเงินเดือน เทียบเท่าหรือสูงกว่าเอกชน ซึ่งมีอยู่ประมาณ 800 คน ที่จะช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ประเทศ พร้อมสร้างข้าราชการที่มีทักษะดิจิทัลอย่างน้อย 20%

6.สร้าง 5 อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ หรือ ศูนย์นวัตกรรมระดับโลก ในด้านไบโอเทค นาโน และ พลังงาน โรโบติกและดิจิทัล อวกาศ และ เฮลท์แคร์ ในมหาวิทยาลัยหลักๆ เพื่อต่อยอดสู่ศูนย์นวัตกรรมระดับโลก ซึ่งจะช่วยให้มหาวิทยาลัยของไทยยกระดับสู่มหาวิทยาลัยท็อป 100 ในทันที และ 7.ต่อยอดผู้ประกอบการไทย และมีโครงสร้างการขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย

“ในการดำเนินการในเรื่องทั้งหมดมีการเกี่ยวข้องหลายกระทรวงฯ จึงควรจะมีการตั้ง คณะกรรมการแห่งชาติ หรือ เนชั่นแนล บอร์ด ขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อน โดยมีตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนเข้ามาร่วมทำงาน มีเวที หรือ โครงสร้างในการขับเคลื่อน ซึ่งคนที่เข้ามาเป็นประธานคณะทำงานต้องมีตำแหน่งทางการเมืองที่สูง และภาครัฐและเอกชน พร้อมช่วยสนับสนุน” นายศุภชัยกล่าว

นายศุภชัยกล่าวว่า นโยบายทั้งหมดที่นำเสนอ อยากจะเห็นรัฐบาลใหม่ สามารถนำไปดำเนินการใน 3 ปี เพื่อแก้ปัญหาพัฒนาระบบนิเวศน์ที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จ ซึ่งผลจะตามมาใน 5-15 ปี ที่จะช่วยให้สังคมไทยจะเข้มแข็งขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งทรัพยากรมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญ นโยบายด้านนี้ของพรรคต่างๆ ยังไม่ชัด ไม่มีการพูดถึง เพราะจะมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเรื่องเศรษฐกิจ สังคม ขณะเดียวกันไทยยังไม่มีแผนในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่ชัดเจนว่าต้องการขยับขึ้นไปในอันดับที่เท่าไร จากตอนนี้ เศรษฐกิจดิจิทัลไทยอยู่ในอันดับ 40 กว่า ของโลก ขณะที่อันดับโครงสร้างพื้นฐานอยู่ที่ 15 ของโลก แต่ยังไม่มีการตั้งเป้าในการขยับอันดับต่างๆ

“ความกลัวและกังวล ไม่สามารถทำให้ไทยบรรลุเป้าหมาย เอกชน ก็ไม่ต้องรอรัฐบาล ต้องขับเคลื่อนให้เร็วที่สุด ถ้าได้นำนโยบายรัฐบาล จะช่วยให้ขับเคลื่อนให้เร็วขึ้น ซึ่งทั้ง 7 ข้อ เรื่องที่อยากให้ผลักดันก่อน คือ เรื่องที่ต้องการให้เด็กเข้าถึง คอมพิวเตอร์การเขียนภาษา ซึ่งเด็กเหล่านี้จะเป็นผู้ขับเคลื่อนประเทศ แต่ต้องควบคู่คุณธรรม ซึ่งจะช่วยให้ไทยเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน รองลงมา การผลิตคอนเทนต์ เพื่อนำซอฟต์เพาเวอร์ไทยไปยังต่างประเทศ” นายศุภชัยกล่าว

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image