‘เพื่อไทย’ เตรียมส่ง 4 เรื่องให้ กกต.ปมพบความผิดพลาดเลือกตั้งล่วงหน้า จี้ รีบแจงให้ปชช.สบายใจ หลัง โซเชียลผุดแท็ก กกต.มีไว้ทำไม หวัง 14 พ.ค.นี้ไม่ผิดพลาดซ้ำรอย
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 8 พฤษภาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเลือกตั้งส.ส.พรรค พท. แถลงท่าทีพรรค พท. กรณีพบเหตุผิดปกติในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง
โดยนายประเสริฐกล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้าครั้งนี้พบสิ่งผิดปกติให้เห็นหลายเรื่อง โดยพรรค พท.มีข้อสังเกตดังนี้ 1.การจ่าหน้าซองส่งบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นในหลายหน่วยเลือกตั้ง เช่น จ.นนทบุรี ที่ใส่รหัสจ่าหน้าซองผิด จ.กาฬสินธุ์ ที่ไปลงคะแนนในเขตหนึ่งแต่คะแนนถูกส่งไปอีกเขตเลือกตั้งหนึ่ง อาจทำให้คะแนนมีการคลาดเคลื่อน เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ไม่ควรเกิดขึ้น

2.การลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าผิดพลาด ซึ่งในการเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเลือกตั้งวันสุดท้าย ระบบล่มทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเข้าไปลงทะเบียนได้ และทางเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ได้ออกมาแถลงยอมรับว่าระบบล่มจริงๆ แต่ยังสามารถเข้าไปดึงข้อมูลของผู้ที่จะลงทะเบียนใช้สิทธิและลงทะเบียนย้อนหลังให้ได้ แต่เหตุการณ์การใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าที่ ม.รามคำแหง เขตบางกะปิ เมื่อวานนี้ (7 พฤษภาคม) มีผู้มาใช้สิทธิ 2 คนได้รับแจ้งจากประธาน กกต.เขตว่าการลงทะเบียนไม่สมบูรณ์ ต้องกลับไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่จังหวัดภูมิลำเนาในวันเลือกตั้ง ทั้งที่ได้ลงทะเบียนแล้ว แต่ไม่สามารถใช้สิทธิได้
นายประเสริฐกล่าวต่อว่า กรณีนี้พรรค พท.เห็นว่าการแถลงการณ์ของเลขาธิการ กกต.ที่บอกว่าจะลงทะเบียนย้อนหลังให้ แต่กลับไม่ได้ดำเนินการใดๆ ให้ ทำให้ประชาชนอาจเสียสิทธิและเป็นภาระในการเดินทางกลับไปภูมิลำเนา ฉะนั้น กกต.ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหานี้อย่างแท้จริง ไม่ใช่รับปากแต่ไม่ดำเนินการ และ
3.ความไม่สะดวกในการใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้า ในหลายเขตเกิดความแออัดในการลงคะแนน ผู้มาใช้สิทธิบางคนต้องรอนานกว่า 3 ชั่วโมง หรือหลายคนก็ไม่สามารถใช้สิทธิได้ทันเวลา เนื่องจากมีปัญหาการจราจร ซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น อยากได้คำตอบจาก กกต.เรื่องนี้ เพื่อทำให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรมขึ้น โดยเราจะส่งเรื่องทั้งหมดถึง กกต.ภายในสัปดาห์นี้ และหวังว่าในการเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคมจะไม่เกิดข้อผิดพลาดเหมือนการเลือกตั้งล่วงหน้า

ด้านนายชูศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการที่จ่าหน้าซองผิด กกต.จะแก้ไขอย่างไร โดยความผิดพลาดที่เห็นชัดเช่นนี้อาจนำไปสู่การฟ้องร้องกันว่าการเลือกตั้งมีปัญหาในเชิงกฎหมาย ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรค พท.ห่วงมาก เท่าที่ตรวจสอบดูเข้าใจว่าอาจจะไม่มีความพร้อมในเรื่องของการจัดการ การอบรมกรรมการประจำหน่วยและการให้ความรู้
ทั้งนี้ มีเรื่องที่อยากจะฝากถึง กกต.คือการตั้งผู้สังเกตการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่ต้องมีการคิดค่าใช้จ่าย ที่ผ่านมา กกต.มีแนวปฏิบัติว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้คิดจากเขตเลือกตั้ง เนื่องจากประจำอยู่ในหน่วยเลือกตั้ง แต่ครั้งนี้กลับมาเปลี่ยนเป็นค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้คิดจากพรรคการเมืองในช่วงที่ใกล้จะมีการเลือกตั้งแล้ว คิดเป็นค่าใช้จ่ายคร่าวๆ ขั้นต่ำตกอยู่ที่ประมาณ 33 ล้านบาท

แต่พรรคการเมืองได้รับอนุมัติให้ทำกิจกรรมใช้ไม่เกิน 44 ล้านบาท ซึ่งพรรคการเมืองปฏิบัติตามนี้ไม่ได้ เนื่องจากที่ผ่านมามีการใช้งบเกือบครบตามจำนวนที่ กกต.กำหนดแล้ว หมายความว่าพรรคการเมืองต้องไม่ส่งผู้สังเกตการณ์หรือส่งไปแล้วก็ต้องถอนตัว ซึ่ง กกต.ดูเหมือนว่าจะทำเรื่องนี้ให้หมิ่นเหม่ผิดกับธรรมเนียมประเพณีที่เคยทำมา และคงไม่มีพรรคการเมืองใดที่ส่งผู้สังเกตการณ์ครบ 400 เขต
เมื่อถามว่า มองกระแสในโซเชียลกรณีที่มีการติดแฮชแท็ก กกต.มีไว้ทำไม อย่างไรบ้าง นายภูมิธรรมกล่าวว่า สิ่งที่สะท้อนในโซเชียลเป็นสิ่งที่สะท้อนความรู้สึกนึกคิดของพี่น้องประชาชน ซึ่งไม่ได้มีประโยชน์กับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่เป็นความรู้สึกของประชาชนว่าสิทธิในการเลือกพรรคการเมืองหรือผู้สมัครเขตที่เขามีความปรารถนานั้นถูกกระทบ
โดยเนื้อหาส่วนใหญ่ที่เขาสะท้อนคือต้องการความยุติธรรม เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ กกต.ควรรับฟัง และดูว่ายังมีข้อบกพร่องตรงไหนที่ต้องปรับบ้าง ทั้งนี้ สำหรับการเลือกตั้งอาจมีข้อผิดพลาดได้แต่ต้องน้อยที่สุดและเราจัดการเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ความผิดพลาดในการเลือกตั้งล่วงหน้านั้นอาจมีมากที่สุด ซึ่งเป็นเรื่องที่ กกต.ที่ต้องพิจารณาและมีคำตอบให้ประชาชน ทำให้ประชาชนวางใจ กกต.ได้
เมื่อถามถึง กรณีที่ กกต.เปิดเผยข้อมูลเรื่องร้องเรียนซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของการสัญญาว่าจะให้ มองว่าในช่วงโค้งสุดท้ายจะมีความรุนแรงขึ้น จนเป็นตัวแปรในการเลือกตั้งขึ้นหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นช่วงที่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นมากในเกือบทุกเทศกาลการเลือกตั้งอยู่แล้ว สิ่งที่สำคัญคือ กกต.ต้องรวบรวมเรื่องเหล่านั้น แล้วไปหาคำตอบที่จะทำประชาชนสบายใจ เข้าใจชัดเจน ไม่ใช่รับเรื่องและปล่อยให้ผ่านไป หากจัดการเรื่องนี้ได้อย่างยุติธรรมได้ก็จะทำให้ กกต.มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น แต่หากจัดการได้ไม่ยุติธรรม คำถามที่ว่า กกต.มีไว้ทำไมก็จะเป็นคำถามที่รุนแรงและหนักมาก
เมื่อถามถึง กรณีที่เมื่อวานนี้ (7 พฤษภาคม) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์ข้อความถึงความผิดปกติสำหรับการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าใน จ.อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยโสธร ซึ่งมีรถขนชาวบ้านไปใช้สิทธิเลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งกลางที่อยู่ไกลออกไป แทนที่จะใช้สิทธิในวันที่ 14 พฤษภาคม และ 3 จังหวัดดังกล่าว เป็นพื้นที่ของพรรค พท. มองว่าผิดปกติหรือไม่ อย่างไร นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรื่องนี้คำตอบไม่ได้อยู่ที่คนอื่นแต่อยู่ที่ กกต.ว่าจะทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนอย่างไร

