‘วราวุธ’ คาด ‘พิธา’ พูดพาดพิงกลัว ปทท.เป็นสุพรรณฯ เข้าใจคลาดเคลื่อน ขอมุ่งโฟกัสนโยบาย มองผลโพลที่แม่นที่สุดคือ 14 พ.ค.
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวพาดพิงว่ากังวลประเทศไทยจะเป็นสุพรรณบุรีว่า มีชาว จ.สุพรรณบุรี บางส่วนส่งข้อความมาหาตนว่าเป็นสุพรรณบุรีแล้วมันเสียหายตรงไหน แต่อย่างไรก็ตาม จากการที่เคยทำงานร่วมกับนายพิธาและพรรคก้าวไกลในสภาผู้แทนราษฎร ได้เห็นว่าพวกเขาเชื่อมั่นในเรื่องความเสมอภาคและความเท่าเทียม ตนคิดว่าเขาคงไม่ได้หมายความไปตามสิ่งที่พูด และจากการที่ตนและนายพิธาได้ร่วมเวทีดีเบตกันมาแล้วหลายครั้ง เห็นว่านายพิธาคงไม่ได้คิดแบบนั้นจริงๆ จึงคิดว่าอย่าเอาเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องมาทำให้เป็นเรื่องดีกว่า เพราะอีกไม่กี่วันจะถึงวันเลือกตั้งอยู่แล้ว ขอให้มุ่งเน้นกันที่นโยบาย เพราะบางครั้งอาจจะมีเรื่องที่ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจและพลาดพลั้ง จึงอยากให้ปล่อยไปดีกว่า
เมื่อถามว่า จะดูแลความรู้สึกของชาวสุพรรณบุรีอย่างไร นายวราวุธกล่าวว่า ที่ผ่านมาเราได้ทำงานอย่างต่อเนื่องใน จ.สุพรรณบุรี ซึ่งอาจมีหลายคนที่เกิดข้อกังขาว่า จ.สุพรรณบุรี มีการพัฒนา โดยเฉพาะในช่วงรัฐบาลของนายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขอชี้แจงว่า ตอนที่นายบรรหารดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ จนถึงตอนดำรงตำแหน่งนายกฯ ทุกคนสามารถไปตรวจสอบได้ว่าการทำงานของนายบรรหารในช่วงเวลาเหล่านั้นได้ทำงานให้กับคนไทยทั้งประเทศ แม้กระทั่งตอนได้รับตำแหน่งนายกฯ จุดแรกที่ท่านเริ่มไปลงพื้นที่คือภาคใต้ ไม่ได้มาที่ จ.สุพรรณบุรี ก่อน นอกจากนี้ ในยามที่นายบรรหารเป็นเพียง ส.ส.ท่านก็ยังทำงานให้ จ.สุพรรณบุรี ถือเป็นเรื่องปกติของการเป็น ส.ส. ส่วน ส.ส.แต่ละคนจะทำงานได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับศักยภาพแต่ละคน อย่างไรก็ตาม อยากทำความเข้าใจกับชาวสุพรรณบุรีว่าเป็นเรื่องปกติที่จะมีคนเข้าใจคลาดเคลื่อน แต่ใน จ.สุพรรณบุรี พวกเรายังทำงานเหนียวแน่นกันดี
เมื่อถามว่า ดูเหมือนการปราศรัยในระยะหลังของพรรคก้าวไกลจะพูดแซะตระกูลหรือบ้านใหญ่ในจังหวัดต่างๆ นายวราวุธกล่าวว่า ถ้าเป็นแบบนั้นจริงต้องขอบคุณที่มองเราเป็นบ้านใหญ่ เพราะสำหรับบ้านศิลปอาชาและพรรค ชทพ.ถือว่าสุพรรณบุรีเป็นบ้านใหญ่ของเรา ขณะเดียวกัน เราเข้าใจดีว่าการพูดบนเวทีบางครั้งอาจจะมีกลอนพาไป จึงอย่าเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเป็นเรื่องดีกว่า และอย่าเอามาเป็นประเด็นทางสังคมเลย เราควรไปโฟกัสนโยบายของแต่ละพรรคดีกว่า และอีก 3-4 วันจะได้เวลาไปลงคะแนนเลือกตั้งกัน
เมื่อถามว่า ประเมินช่วงโค้งสุดท้ายนี้อย่างไร นายวราวุธกล่าวว่า เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ยาก เพราะผลโพลที่ออกมาเป็นเรื่องที่โพลแต่ละสำนักไปสุ่มตัวอย่างในแต่ละจังหวัด แต่โพลนั้นอาจจะเป็นเพียงแค่ตัวแทนของคนจำนวนหนึ่งในแต่ละพื้นที่ แต่โพลที่แม่นที่สุดคือ โพลเช้าวันที่ 14 พฤษภาคม ซึ่งตกเย็นในวันนั้นเราจะได้รู้ผลว่าคน 50 กว่าล้านเสียงจะมีแนวทางออกมาอย่างไร เพราะเคยเห็นกันมาแล้วว่าแม้แต่เอ็กซิทโพลที่ออกมาอย่างหนึ่ง แต่สุดท้ายผลเลือกตั้งกลับออกมาตรงข้าม คิดว่าไม่เกินเที่ยงคืนของวันที่ 14 พฤษภาคม จะได้รู้ผลคาดคะเนที่แท้จริง

