‘ศรีสุวรรณ’ ร้องกกต. สอบบัตรส่วนลดเอื้อ ‘พรรคส้ม’ ซ้ำพบข้อมูลร้านค้ากรอกข้อมูลชวนเลือก เข้าข่ายช่วยหาเสียง

9.05.23 | 12:39 น.

‘ศรีสุวรรณ’ ร้อง กกต.สอบบัตรส่วนลดเอื้อ ‘พรรคส้ม’ ซ้ำพบข้อมูลร้านค้ากรอกข้อมูลชวนเลือก เข้าข่ายช่วยหาเสียง ต้องถูกคำนวณค่าใช้จ่ายเลือกตั้ง ส่งแจ้ง กกต. ชี้หากไม่ดำเนินการเจอโทษหนัก เว้นวรรคทางการเมืองอย่างน้อย 20 ปี

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ เข้ายื่นหนังสื่อร้องเรียนต่อ กกต. เพื่อขอให้ไต่สวนในกรณีโค้ดบัตรส่วนลดของกิจการร้านค้าบางแห่งที่มอบให้กับลูกค้าที่ไปซื้อขายสินค้า และบางแห่งในสลิปการจ่ายเงินปรากฏข้อความการช่วยหาเสียงให้กับพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

นายศรีสุวรรณกล่าวว่า มีประชาชนส่งพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งเข้ามาที่ตนเป็นจำนวนมาก ซึ่งสมาคมเห็นว่าเกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้ง ส.ส.ตามกฎหมายในหลายประเด็น ประเด็นแรกคือ การที่มีผู้ทำบัตรลดแลกแจกแถมให้กับพรรคการเมืองสีส้ม ซึ่งก็เป็นประเด็นว่าการที่ห้างร้าน สถานประกอบการ ทำบัตรส่วนลดให้กับพรรคการเมืองเพื่อจูงใจให้ไปเลือกตั้งพรรคดังกล่าว จะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 73 (1) และ (5) ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 หรือไม่ เพราะกฎหมายกำหนดไว้ว่าห้ามบุคคลใด หรือผู้สมัคร ดำเนินการให้ จัดทำให้ หรือผลประโยชน์อื่นใดที่คำนวณเป็นเงินได้ให้แก่บุคคลใด หรือใน (5) ห้ามมิให้บุคคลใดจูงใจให้บุคคลอื่นมาเลือกผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใด การทำบัตรส่วนลดให้กับผู้ที่ซื้อขายสินค้าและบริการอาจจะเข้าข่ายในความผิดนี้หรือไม่

ประเด็นที่ 2 พบว่ามีสถานบริการ กิจการขายของพิมพ์ข้อความลงในใบเสร็จรับเงินของร้านว่า วันที่ 14 พ.ค. ขอให้ช่วยไปกาเบอร์นี้ พรรคสีส้ม การกระทำดังกล่าวเป็นการช่วยหาเสียงโดยชัดเจน แต่การช่วยหาเสียงเป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ในกรณีดังกล่าวต้องถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งด้วย ซึ่งเป็นหน้าที่ของพรรคการเมืองที่บุคคล หรือห้างร้านดังกล่าวต้องไปคิดคำนวณค่าใช้จ่าย เป็นค่าใช้จ่ายการเลือกตั้ง โดยหลังการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคมไปแล้วต้องมารายงาน กกต.ภายใน 90 วัน หากไม่ดำเนินการ หรือพรรคการเมืองดังกล่าวไม่นำหลักฐานมาชี้แจง หัวหน้าพรรคการเมืองดังกล่าวก็จะมีความผิดตาม พ.ร.ป.การเลือกตั้ง ซึ่งมีโทษปรับ 20,000-100,00 บาท จำคุก 1-10 ปี และอาจจะต้องเว้นวรรคทางการเมืองอย่างน้อย 20 ปี ซึ่งเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องไปสืบข้อเท็จจริง

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีความผิดและจะมีโทษถึงขั้นไหน นายศรีสุวรรณกล่าวว่า เป็นโทษอาญาของกฎหมายเลือกตั้งปี’61 โดยทั่วไปกำหนดไว้ว่าถ้ามีการฝ่าฝืน ผู้ใดที่ฝ่าฝืนก็อาจมีความผิดมีโทษจำคุก 1-10 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท และเว้นวรรคทางการเมืองไม่เกิน 10 ปี แต่ถ้าพรรคการเมืองปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นในกรณีดังกล่าวก็เป็นเรื่องของผู้ที่จัดทำขึ้นมาต้องรับผิดชอบ

Advertisement