อุตรดิตถ์ – “ช่อ” ยกพลเคลื่อนทัพหาเสียงที่อุตรดิตถ์ พร้อมจับมือกับ “เพื่อไทย” ตั้งรัฐบาล เผยกลัว กกต.ทำงานผิดพลาด
เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 9 พฤษภาคม ที่ตลาดสดคลองโพ ถนนบรมอาสน์ เขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล และ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือ เพชร กรุณพล รองโฆษกพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย น.ส.สุภาพิชญ์ สุขศรี ผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคก้าวไกล นายณัฐวุฒิ บุญมาติด ผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 2 พรรคก้าวไกล และ น.ส.จิรายุ ดวงแก้ว ผู้สมัคร ส.ส.อุตรดิตถ์ เขต 3 ลงพื้นที่หาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายท่ามกลางการตอบรับอย่างอบอุ่นจากชาวตลาดประชาชนผู้มาจับจ่ายใช้สอย และกลุ่มวัยรุ่นที่มารอให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ น.ส.พรรณิการ์ พร้อมผู้สมัครได้ปราศรัยบนรถแห่หาเสียงที่จอดไว้บริเวณด้านหน้าตลาดสดคลองโพ และเดินพบปะหาเสียงภายในตลาด ซึ่งมีประชาชนต่างขอถ่ายรูป จับมือ มอบพวงมาลัยดาวเรือง และพวงมาลัยทุเรียนหลง-หลินลับแล แก่พร้อมทานกลิ่นหอมให้กับ น.ส.พรรณิการ์ นายชัยธวัช และ นายกรุณพล พร้อมตะโกน ก้าวไกลสู้ๆ จากนั้นขึ้นรถแห่คาราวานก้าวไกลถนนทุกสานมุ่งสู่ทำเนียบ มายังบริเวณหน้าอนุสาวรีย์ท่านพ่อพระยาพิชัยดาบหัก เพื่อร่วมกิจกรรมปักธงส้ม และขึ้นรถแห่ปราศรัยหาเสียงรอบเมือง
น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า โค้งสุดท้าย และวันเลือกตั้งใกล้มาถึงขอบคุณพลังเสียงธรรมชาติ ซึ่งกลายเป็นผู้ช่วยหาเสียงที่ดี ส่งให้กระแสของพรรคก้าวไกลดีวันดีคืน ทั้งนี้นอกจากผลงานของพรรคช่วง 4 ปีที่ผ่านมา โดดเด่น ดุดัน ไม่เกรงใจใคร และอีกปัจจัยสำคัญคือ ความเบื่อหน่ายรัฐบาลที่ผ่านมาพี่น้องประชาชนต้องการเปลี่ยน และพรรคที่ สามารถเปลี่ยน ได้จริงๆ คือพรรคก้าวไกล ขอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมนำ 312 นโยบาย และกฎหมาย 40 ฉบับ ที่เตรียมเสนอ เข้าสู่สภา
“ผู้บริหารของพรรคเน้นย้ำหลายครั้งแล้ว เชื่อว่าส่วนผสม ที่ดีที่สุดของการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้ง คือ เพื่อไทยกับก้าวไกล จะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพเกิน 300 เสียงอย่างแน่นอน ยิ่งตอนนี้กระแสของพรรคก้าวไกลดีขึ้น จึงเชื่อมั่นว่า เพื่อไทยก้าวไกลจับมือกัน จะสามารถแก้ไขปัญหา นำพาประเทศได้ลุล่วง”
น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคก้าวไกล ไม่เคยต่อรอง หรือจับจองกระทรวงใดเป็นพิเศษ หากได้ร่วมรัฐบาล พรรคมีความชัดเจนเงื่อนไขสำคัญคือ สามารถขับเคลื่อนนโยบายที่หาเสียงไว้ได้จริง กระแสที่ดีขึ้นพรรคไม่ได้มีความหวั่นใจ แต่ถ้าจะกลัว อย่างเดียวคือ การทำหน้าที่ของ กกต. เพราะการเลือกตั้งล่วงหน้าที่ผ่านมา เกิดความผิดพลาดมากมาย ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นกับองค์กรที่มีงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งมากกว่า 5,900 ล้านบาท ถ้าถามว่า คู่แข่งที่น่ากลัวที่สุดของก้าวไกล ก็คือ กกต.
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- อิ๊ง-เศรษฐา ตั้ง 3 เงื่อนไข พท.จับมือก้าวไกล ยันต้องได้นายกฯ-คุมกระทรวงสำคัญ
- ‘อิ๊ง-เศรษฐา’ ย้ำชัดไม่เอา 2 ลุง เปิด 3 เงื่อนไขร่วมรบ. พร้อมจับก้าวไกล ไม่ยกเลิก 112

