โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง ก่อนเข้าคูหากาบัตรวันที่ 14 พฤษภาคม 2566
หลายพรรคต่างงัดกลยุทธ์การหาเสียงแบบถึงลูกถึงคน โจมตีฝ่ายตรงข้ามแบบชัดเจน ตรงไปตรงมามากขึ้น
หลังจากได้เห็นผลโพลจากสำนักต่างๆ ออกมา หลายพรรคจึงต้องมีการปรับกระบวนท่าการเรียกคะแนนเสียงให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม
แต่จะช่วยให้คะแนนเสียงดีขึ้นหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเชื่อว่าหลายๆ คนคงมีตัวเลือกอยู่ในใจไว้เรียบร้อยแล้ว
คงมีบางคนยังคงลังเล พะว้าพะวง รักพี่เสียดายน้อง จะเลือกใครดี เพราะช่วงการหาเสียงต่างก็พยายามสร้างภาพให้ดูดี
แต่ถึงท้ายที่สุดแล้ว ยังไงก็ต้องไปเลือกผู้แทนของเราได้คนเดียว ได้พรรคเดียวอยู่ดี
ตัดสินใจให้ดี รักใครชอบใคร ถ้ามั่นใจแล้วก็เลือกได้เลย
ไม่ต้องสนใจใครจะว่ายังไง ถ้าเรามั่นใจ เพราะทุกคนต่างมี 1 สิทธิ 1 เสียงเท่ากัน
อย่าให้ใครมาบังคับ ว่าจะต้องเลือกคนนั้นคนนี้ คิดให้ดีๆ คิดให้ลึกๆ เลือกเพื่ออนาคตที่ดีกว่าเดิม
นี่คือความงดงามของระบอบประชาธิปไตย
เรามีสิทธิเลือก ก็ออกไปใช้สิทธิซะ
อย่าให้ใครเอาปืนมาจ่อหัว แล้วบอกว่าต้องให้คนนั้นคนนี้มาเป็นรัฐบาลเหมือนที่ผ่านมา
เราถูกยัดเยียด ให้มีผู้นำโดยเราไม่ได้เลือกมาหลายปี
ระบอบประชาธิปไตยถูกย่ำยี โดยการสมรู้ร่วมคิดของชนชั้นนำในสังคม
บ้านเมืองจึงไปไม่ถึงไหน เพราะขาดโอกาสในการเลือกสิ่งที่ดีที่สุด ขาดโอกาสในการก้าวไปข้างหน้า
เราต้องจมปลักอยู่กับระบบราชการที่อ่อนล้า ทั้งเรื่องประสิทธิภาพในการทำงาน ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นลุกลามแทบจะทุกหน่วยงาน
ยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย นับวันหนักหนาสาหัสขึ้นเรื่อยๆ จากการฉวยโอกาส อาศัยพวกพ้อง เอาเปรียบคนยากคนจน คนที่ด้อยโอกาสกว่า
ปัญหาต่างๆ เหล่านี้นับวันยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้น เราต้องเอาจริงเอาจัง ตาดู หูฟัง สมองขบคิด เดินยืดอกเข้าคูหากาบัตร
กล้าที่จะเลือกคนที่เราคิดว่าใช่ พรรคที่เราชอบ
อย่าให้ใครมาจูงจมูกเราง่ายๆ อย่าให้ใครมาหลอก ไม่ต้องเลือกเพื่อเอาใจใคร นอกจากตัวเราเอง
นานๆ จะมีโอกาสได้เลือกซักที อย่าให้เสียของ
สิ่งสำคัญเราต้องยอมรับความเห็นที่แตกต่าง
อย่าทำให้เกิดความบาดหมาง ทั้งในครอบครัว กับเพื่อนฝูง และในทุกๆ สังคม
ทุกคนมีสิทธิคิด มีสิทธิเลือก ในระบอบประชาธิปไตย แม้ความเห็นจะแตกต่างกันคนละขั้ว
แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและสันติ
อย่าให้ใครมาบังคับ แต่ก็อย่าให้ความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันมาบั่นทอนความรักความผูกพันที่เรามีให้กัน
แยกแยะให้ออก มันไม่ได้มีค่ามากขนาดนั้นหรอก
ถ้าเราทุกคน “กล้า” ยอมรับความเห็นที่แตกต่าง
มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความงดงามของระบอบประชาธิปไตย ทุกคนควรช่วยกันจรรโลงไว้
จะช่วยให้ประชาธิปไตยแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลาน
เป็นภูมิคุ้มกันไม่ให้ “อำนาจเผด็จการ” ใช้ช่องทางหลอกล่อคนทั้งประเทศว่าจะเข้ามาปฏิรูปประเทศ แล้วก็เป็นอย่างที่เห็นตอนนี้ได้อีก
อย่าให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
แล้วมันจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

