ภาคธุรกิจรุมขวาง รัฐบาลเสียงข้างน้อย หวั่นนักลงทุนไม่เชื่อมั่น ทำเศรษฐกิจไทยป่วน ย้ำขอ รบ.มีเสถียรภาพ
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงการฟอร์มทีมรัฐบาลหลังการเลือกตั้งว่า หลังการเลือกตั้ง การฟอร์มทีมรัฐบาลต้องมาจากเสียงข้างมาก เพื่อเสถียรภาพ มั่นคง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วนรวมทั้งภาคเอกชน อีกทั้งเสียงข้างมากดังกล่าวมาจากการเลือกตั้งของประเทศ เป็นคะแนนเสียงประชาชน ต้องเคารพเสียงประชาชน หากฝืนตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยโดยมี ส.ว.ยกมือสนับสนุน จะเกิดปัญหา เพราะแม้ ส.ว.จะมีอำนาจยกมือโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แต่ ส.ว.ไม่มีอำนาจยกมือผ่านงบประมาณได้ ถ้างบประมาณไม่ผ่านประเทศก็เดินต่อไปไม่ได้ อยากให้ฟังเสียงประชาชนให้มาก เมื่อ 4 ปีที่แล้วการเลือกตั้งอาจเน้นความสงบ แต่เวลานี้ประชาชนต้องการผู้นำที่เข้ามาแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ ค่าไฟ คนไทยอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง อยากได้ชีวิตที่ดีขึ้น ส่วนตัวเชื่อว่าเวลานี้ ส.ว.ส่วนหนึ่งไม่น่าเหมือนเดิม คือไม่ได้ยกมือตามคำสั่งของผู้ที่เลือกเข้ามา แต่จะทำในสิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการ ตามเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย (อีคอนไทย) กล่าวถึงการแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่า ในแง่ภาคภาคเอกชนนั้น อยากเห็นเสถียรภาพของรัฐบาล ดังนั้น รัฐบาลใหม่ควรจะมีเสียงข้างมากดีกว่าการเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่ทำงานแบบถูลู่ถูกัง จะมีผลกระทบ ต่อการลงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) การออกมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาด้านเศรษฐกิจ และการอนุมัติงบประมาณต่างๆ รวมถึงมีผลต่อการยอมรับของนานาชาติบนเวทีโลกด้วย ทั้งนี้ หลังจากได้รัฐบาลใหม่อยากเห็นความร่วมมือไปในทิศทางเดียวกันของรัฐบาลใหม่
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) กล่าวว่า การเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยไม่ได้เลือกข้างแต่ละพรรคการเมือง แต่ตลาดต้องการความแน่นอนและความมีเสถียรภาพหลังการเลือกตั้ง สิ่งนี้เป็นหัวใจของภาคการลงทุน หากเลือกตั้งแล้วเสร็จแต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้ จะมีผลกระทบทำให้ตลาดปั่นป่วนแน่นอน เพราะนักลงทุนมีความกังวลใจ แต่หากเลือกตั้งแล้วมีรัฐบาลมั่นคงและมีนโยบายที่ชัดเจน เชื่อว่าตลาดจะปรับตัวได้
“โอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะมีผลต่อตลาดทุนอย่างไรนั้น เบื้องต้นต้องบอกว่าตลาดทุนชอบความมีเสถียรภาพของรัฐบาล หากรัฐบาลมีเสถียรภาพไม่มากพอ จะเกิดความกังวลใจแบบมากๆ แทน หากเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย เสถียรภาพจะมียาก เมื่อจบเลือกตั้งแล้วจะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเสถียรภาพของรัฐบาลจะมีมากน้อยเท่าใด เป็นจุดกำหนดความเข้มแข็งของตลาดทุนไทยต่อไป เนื่องจากตลาดทุนเป็นกลาง ไม่ได้เลือกข้างใด” นายกอบศักดิ์กล่าว

