ขบวนการ ด้อยค่า ด้อยค่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สำเร็จ หรือล้มเหลว

10.05.23 | 12:45 น.

คอลัมน์หน้า 3 : ขบวนการ ด้อยค่า ด้อยค่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สำเร็จ หรือล้มเหลว

ไม่ว่าปฏิบัติการว่าด้วย “งานศพพ่อ” ไม่ว่าปฏิบัติการว่าด้วยกระบวนการ IO ปั่นกระแสผ่านโพล ล้วนเป็นความต่อเนื่อง

เป้าหมายคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์

ขณะเดียวกัน เป้าหมายคือพรรคก้าวไกล

ต้องการ “ด้อยค่า” ตั้งสมญาตั้งแต่ “โอมานพิธา” กระทั่งหยิบยื่นอาการจมูกยื่นยาวของ “พิน็อคคิโอ”

Advertisement

ดำเนินไปอย่างเป็น “ระบบ” ปรากฏอย่างเป็น “กระบวนการ”

ทำให้สังคมเห็นว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่น่าเชื่อถือ เป็นคนพูดกลับไปกลับมาเหมือนกับพิน็อคคิโอ เหมือนกันโอมาน

ถามว่าหมัดแรกนี้ได้ “ผล” อย่างไร

น่าคิดเป็นอย่างยิ่งว่า หากเป็นปฏิบัติการที่ประสบความสำเร็จเหตุใดจึงต้องปล่อยการโจมตีในเรื่อง IO พรรคก้าวไกลออกมา

นี่ย่อมเท่ากับยอมรับในความล้มเหลว ในความพ่ายแพ้

เหมือนกับอาวุธว่าด้วยการดำรงอยู่ของปฏิบัติการ IO ด้านการข่าวภายในเครือข่ายของพรรคก้าวไกล
จะเป็นเครื่องมือเร้นลับ

เท่ากับเป็นกลยุทธ์ “ยืมหอกสนองคืน”

เนื่องจากบทบาทอันยอดเยี่ยมของพรรคก้าวไกล คือ การทลายรัง IO ไม่ว่าจะของกองทัพ ไม่ว่าจะของกลุ่ม ประสิทธิ์ เจียวก๊ก

แต่กลยุทธ์ว่าด้วยกำลังพล 9,000 คน กลับมีลักษณะสองด้าน

การเปิดขุมกำลังอันเป็นเครือข่ายในปฏิบัติการปั่นข่าวผ่านโลกโซเชียลที่มีจำนวนถึง 9,000 คน อาจเป็น
เรื่องน่ากลัว

เป็นความ “น่ากลัว” ซึ่ง “เหลือเชื่อ”

ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง ก็เท่ากับเป็นการยอมรับโดยปริยายว่าสถานะของพรรคก้าวไกล สถานะของ
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้กลายเป็น “กระแส”

เป็น “กระแส” ที่ต้องบดขยี้ “ทำลาย”

เด่นชัดเป็นอย่างยิ่งว่าปรากฏการณ์จากสามย่านมิตรทาวน์ กำลังกลายเป็น “โรคระบาด” อย่างใหม่ในทางการเมือง

ไม่เพียง “ภูเก็ตแตก” หาก “บุรีรัมย์” ก็แตก

คำว่า “แตก” ในที่นี้มิได้หมายความว่าคะแนนที่ภูเก็ต คะแนนที่บุรีรัมย์ จะเทให้กับผู้สมัครของพรรคก้าวไกล

หากแต่การแตกคือ “ปรากฏการณ์”เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในสถานการณ์การเลือกตั้งเดือนมีนาคม 2562

แต่ในเดือนพฤษภาคม 2566เห็นได้ชัดเจน

หากจะถือว่าเป็นชัยชนะ สิ่งที่พรรคก้าวไกล สิ่งที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้รับคือชัยชนะในทาง “ความคิด”

นั่นคือ ความคิดของ “ก้าวไกล”เริ่มครอง “อำนาจนำ”

แท้จริงแล้ว การต่อสู้ในทาง “การเมือง” เป็นการต่อสู้อันมีมูลฐานมาจากการต่อสู้ในทาง“ความคิด”

ไม่ว่ายุค “รุสโซ่” ไม่ว่ายุค “ซุนยัตเซ็น”

ทุกปฏิบัติการอันปรากฏล้วนเป็นรูปธรรมถึงความสำเร็จอันเป็นการเริ่มต้นจากพรรคอนาคตใหม่ต่อเนื่องมายังพรรคก้าวไกล

นั่นก็คือ ความสามารถในการ “ปักธง” ทาง “ความคิด”