เห็นต่างอยู่ร่วมกันไม่ได้ ? ‘ชัยธวัช’ จี้โจทย์ใหญ่ ออกแบบสถาบันการเมืองใหม่ ‘สมชัย’ ลุยโละยุทธศาสตร์ชาติ

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่อนุสรณ์ 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) ร่วมกับ องค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (P-Net) สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สปยธ.) คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 และสถาบันสังคมประชาธิปไตย จัดเวทีสัญญาประชาคมพรรคการเมือง กับอนาคตประชาธิปไตยไทย โดยมีประเด็นจากข้อเสนอภาคประชาชน 5 ประเด็นได้แก่ พรรคการเมืองกับการแก้ไขเศรษฐกิจผูกขาด พรรคการเมืองกับการกระจายอำนาจการปกครอง พรรคการเมืองกับการปฏิรูปการเมือง และกองทัพ พรรคการเมืองกับการปฏิรูปตำรวจ และกระบวนการยุติธรรม และพรรคการเมืองกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย

ในตอนหนึ่ง มีการกล่าวถึงประเด็นสัญญาประชาคมเรื่องการปฏิรูปการเมือง และการปฏิรูปกองทัพ

นางสาวลัดดาวัลย์ ตันติวิทยาพิทักษ์ เลขาธิการองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (P-Net) กล่าวข้อเสนอประเด็น ‘พรรคการเมืองกับการปฏิรูปการเมือง และกองทัพ’ โดยเน้นย้ำว่า หลายพรรคการเมืองเสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญด้วยการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) เพราะเป็นที่เห็นตรงกันว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ส่งเสริมประชาธิปไตย รวมถึงข้อเสนอในการยกเลิกวุฒิสภา (ส.ว.) ด้วยฐานคิดว่า การยกร่างกฎหมายไม่จำเป็นต้องผ่านอีก 3 วาระในวุฒิสภาให้เกิดความยืดเยื้อยาวนาน ควรผ่านสภาผู้แทนราษฎรก็เพียงพอ เช่นเดียวกับเรื่องระบบเลือกตั้ง ที่มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบก็มีความเหมาะสม และเสนอให้นำเรื่องเครื่องลงคะแนนเสียงเลือกตั้งมาใช้ เพื่อรวดเร็วและอำนวยความสะดวกต่อประชาชนโดยไม่สับสน เพราะกฎหมายเปิดช่องไว้แล้วว่า กกต. ใช้เครื่องนับคะแนนได้

นอกจากนี้ ยังเสนอว่า ควรมีการลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อขจัดปัญหาความสับสนซ้ำซ้อนของผู้ใช้สิทธิ และการซื้อสิทธิเสียง โดยใช้ความสมัครใจว่าผู้ใช้สิทธิสะดวกใช้สิทธิเลือกตั้งที่ใดโดยไม่จำเป็นต้องกลับภูมิลำเนา รวมถึงเสนอให้ยกเลิกการยุบพรรคการเมือง ไม่ควรให้ยุบลงง่าย เพราะมาจากเจตจำนงของประชาชน และควรรักษาระบบไพรมารีโหวตไม่ให้สมาชิกถูกครอบงำ สำหรับองค์กรอิสระต่างๆ เสนอว่าควรมาจากการเลือกตั้งโดย ส.ส.หรือโดยประชาชนที่มีคุณสมบัติก็ได้ เพื่อให้ยึดโยงกับภาคประชาชน และขจัดอคติที่ถูกผูกไว้กับความเป็นคนดี

Advertisement

“การปฏิรูปทหาร ชี้ว่าควรต้องแยกขาดทหารออกจากการเมือง ทำให้เกิดวงจรอุบาทว์ที่ประชาชนต้องลุกขึ้นต่อสู้ ทหารควรมีหน้าที่ดูแลรักษาราชอาณาจักร โดยกำหนดในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ห้ามมีรัฐประหาร เพื่อที่ทหารจะมีความชอบธรรมในการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทหารที่ทำผิดกฎหมาย และเป็นความผิดที่ไม่อาจนิรโทษกรรมได้ และยังเห็นด้วยว่าไม่ควรมีการเกณฑ์ทหารโดยบังคับ ควรเปลี่ยนให้เป็นระบบสมัครใจ และตรวจสอบไม่ให้มีการคอร์รัปชันในระบบการเกณฑ์ทหาร” นางสาวลัดดาวัลย์กล่าว

นายชัยธวัช ตุลาธน  เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า โจทย์ใหญ่ของสังคมคือ เราไม่สามารถแสวงหาการเมืองที่อยู่ร่วมกันได้แม้จะเห็นต่างกัน หรือการหาฉันทามติแท้จริงของสังคม เป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องไปให้ถึง จำเป็นต้องออกแบบสถาบันการเมืองใหม่ในแนวคิดว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน และตรวจสอบกระบวนการใช้อำนาจ แนวคิดองค์กรอิสระในปี 2540 กลับกลายสภาพเป็นองค์กรที่มีปัญหากับการใช้อำนาจ

พรรคก้าวไกลเสนอว่า การทำประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่สามารถทำได้เลยใน 100 วันแรก หากได้เป็นรัฐบาล และเมื่อมี สสร. แล้ว ต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมกันหาฉันทามติ ส่วนของก้าวไกลเองเห็นด้วยให้ยกเลิก ส.ว. เพราะทำให้กระบวนการนิติบัญญัติไม่มีคุณภาพ ไม่มีสิ่งใดยืนยันว่า ส.ว. จะมีวุฒิภาวะมากกว่า และไม่มีมีประวัติหรือคุณวุฒิยืนยาวเหมือนอังกฤษ แต่เป็นผลผลิตของการรัฐประหารครั้งแรกเมื่อปี 2490

Advertisement

“ส่วนการปฏิรูปกองทัพ พรรคก้าวไกลมีเป้าหมายหลักคือ ออกจากการเมือง ไม่ยุ่งเกี่ยวและให้อำนาจรัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ จิ๋วแต่แจ๋ว ขนาดเล็กลงแต่มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทันสมัยขึ้น และต้องจำกัดกองทัพให้มีภารกิจเฉพาะความมั่นคงจากภายนอกเท่านั้น ส่วนความมั่นคงภายในให้ใช้แนวคิดแบบพลเรือนเท่านั้น เช่น การแจกใบแดงนายพล 7 ปี สำหรับผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต้องเว้นว่างจากการเมือง ต้องให้นายกฯ มีอำนาจสูงสุดในการกำกับดูแลกำลังทหาร สั่งโยกย้ายผู้นำเกล่าทัพได้ เพื่อไม่ให้อำนาจตกอยู่กับ ผบ.ทบ. ล้นเกิน” นายชัยธวัชกล่าว

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า การเมืองไทยถูกออกแบบมาเพื่อรับใช้ชนชั้นปกครองและรักษาอำนาจของตนเองไว้ มากกว่าทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน รัฐธรรมนูญจึงต้องร่างใหม่ทั้งฉบับ หากพรรคการเมืองเข้าไปมีอำนาจรัฐแล้ว ต้องเร่งรัดให้ทำประชามติโดยเร็วในเรื่องของการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หากประชาชนต้องการ ก็ไม่ควรมีเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นใดๆ และมี สสร. มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีโอกาสออกแบบรัฐธรรมนูญที่เป็นกลาง

“ปัญหาสำคัญคือเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ที่ไม่เคยมีมาก่อน และเป็นสิ่งเหนี่ยวรั้งการพัฒนาประเทศ เพราะไม่มีใครสามารถเห็นว่าอีก 20 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร มองว่าเป็นเครื่องมือทางการเมืองมากกว่า ควรยกเลิกส่วนนี้เพื่อให้รัฐบาลในอนาคตกำหนดทิศทางของตัวเอง และควรต้องออกแบบให้การเมืองเป็นต้นทุนต่ำ ไม่ต้องใช้เงินจำนวนมากเกินไปในการหาเสียง ทุกพรรคเท่าเทียมกัน เปิดโอกาสให้คนที่เหมาะสมมาทำหน้าที่ได้ โดยไม่ต้องใช้เงินมากมาย” นายสมชัยกล่าว

นายไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยได้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญโดย สสร. ยังประธานสภาฯ แล้ว โดยมีรายละเอียดการแก้ไข ให้การรัฐประหารเป็นเรื่องผิดกฎหมายทุกกรณี ยกเลิกกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้ รวมถึงแก้ไขในประเด็นอื่นๆ ให้สมบูรณ์มากขึ้น ขณะที่การปฏิรูปกองทัพ ต้องปรับอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ ลดขนาดกองทัพ

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image