เศรษฐา ลั่นไม่กลัวถูกปืนจี้ เล่าหลังรปห. เจอมาหมด ทหารบุก แม่อายุ 80 ถูกคุกคาม
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม ที่ประตูท่าแพ จ.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) จัดปราศรัย นำโดย นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย โดยช่วงตอนหนึ่ง นายเศรษฐา ได้ปราศรัย กับ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย และ ผู้ช่วยหาเสียง ในประเด็นผลกระทบในช่วงรัฐประหารปี 2557 ว่า ตนเป็นนักธุรกิจมา 30 กว่าปี พูดตรงไปตรงมาว่ามีชีวิตที่สบายพอสมควร มีทรัพย์สิน มีลูกบรรลุนิติภาวะแล้ว ถ้ารักชีวิตสบาย ก็ไม่ก้าวข้ามเส้นนักธุรกิจมาเป็นนักการเมือง
นายเศรษฐากล่าวต่อว่า ถ้าก้าวเข้ามาแล้วไม่มีคำว่ากลัว เพราะตนเข้ามาอยู่พรรคเพื่อไทย ที่ยึดโยงประชาชนเป็นหลัก เวลาเราทำอะไรทำตามกฎหมาย ตามนโยบายที่แจ้ง ไม่มีการนอกเส้น ถ้าเกิดมีคนใส่ชุดทหารเขียวๆ จะเอาปืนมาจี้ เอาอะไร ตนก็ไม่กลัว และตนเรียนว่าไม่ใช่ไม่เคย สมัยรัฐประหารปี 2557 ตนเป็นนักธุรกิจ เป็นนักธุรกิจคนแรกๆ ที่เขาเชิญเข้าไปในกรมทหาร เชิญเข้าไปนั่ง มีทหารถือเอ็ม 16 อยู่ข้างหลัง ต้องไปรายงานตัว ตนก็เป็นคนไทย เป็นนักธุรกิจที่ไปหารายได้เข้าประเทศ เวลาจะบินออกนอกประเทศทุกหนต้องไปขออนุญาต และเขาก็กลั่นแกล้ง กว่าจะอนุญาตเครื่องบินจะเทคออฟแล้ว
“เขาทราบตลอด ว่าผมอยู่ตรงไหน ผมทำอะไรอยู่ ไม่เป็นไร ทำกับผม ผมไม่ว่า ผมมีคุณแม่อายุ 80 กว่า อยู่ที่บ้าน เขารู้ผมอยู่เมืองนอก เขาเอารถแฮมเมอร์ มีทหารใส่ยูนิฟอร์มเข้าไป ไปจอดอยู่หน้าบ้าน ผมไม่อยู่บ้าน อยู่เมืองนอก ซึ่งเขาก็ทราบ กลุ่มคนเหล่านี้ มาขู่เข็ญคุณแม่ผมอายุ 80 กว่า ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรเลย ถ้าจะมาขู่ผม ผมไม่ว่า แต่เขารู้อยู่เต็มอกว่าผมไม่อยู่ นี่เป็น 1 ในประเด็น ที่ผมต้องเดินหน้าเข้าสู่การเมือง” นายเศรษฐากล่าว
นายเศรษฐายังกล่าวด้วยว่า เชื่อใจว่า อุ๊งอิ๊งก็ไม่กลัวแน่นอน เจอมาเยอะกว่าผมเยอะ ตามสถานที่ต่างๆ ก็เจอการโห่ไล่มา เป็นหญิงแกร่ง มั่นใจว่าเราจิตใจเดียวกัน
นายณัฐวุฒิจึงได้กล่าวต่อว่า “เรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วยความเคารพ ไม่มีใครเขากลัวมึงนะครับ”
นายเศรษฐากล่าวต่อว่า ตนเป็นนักธุรกิจที่หัวใจประชาธิปไตย เอาปืนมาจี้พรรคการเมือง ที่เราอยู่ ที่เราให้ความเคารพ ชนะเลือกตั้ง เอาปืน เอารถถังมาจี้ ขังเราไว้ในความคิดไม่ได้เรื่อง สมมุติ ตนเป็นนายกฯ ให้ตนไปบอกรองนายกฯ ว่า พี่ประยุทธ์ จะเอารถถังกี่คน ตนจินตนาการไปไม่ได้ มันขัดมาก การที่เขาเอารถแฮมเมอร์ไปขู่เข็ญ ไปเรียกคนที่ไม่อยากเป็นทหารว่าชังชาติ ปล่อยให้ลูกน้องมาพูด แล้วตนเองนั่งเฉย แสดงว่าตนยอมรับใช่ไหม ว่าลูกหลานเราที่ไม่อยากเป็นทหาร เป็นคนชังชาติ แสดงว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับใช่ไหม
“อย่าว่าแต่ไปจับมือเลย เรานี่ล่ะ จะเป็นพรรคหลักในการจัดตั้งรัฐบาล เราจะยึดโยงกับพรรคการเมือง มีจิตวิญญาณประชาธิปไตย เราจะเดินไปด้วยกัน”
ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

