หน้าแรก การเมือง เพื่อไทยบี้ ก...

เพื่อไทยบี้ กกต.สอบปมซื้อเสียงบึงกาฬโดยเร็ว เคสจ่าหน้าซองเลือกตั้งล่วงหน้าผิด แก้ยังไง?

12.05.23 | 13:02 น.

‘เพื่อไทย’ ขอ กกต.จัดเลือกตั้งให้ยุติธรรม กังขา 4 ข้อ จี้ตอบไม่ครบทุกคำถาม ทำ ปชช.สงสัย ขณะที่ ‘สุรสิทธิ์’ ปูดพบทุจริตเลือกตั้งบึงกาฬ วอนเร่งสอบเอาผิด

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 12 พฤษภาคม ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองหัวหน้าพรรค, นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ หัวหน้าศูนย์ป้องกันการทุจริตเลือกตั้งพรรค แถลงกรณีการข้อสังเกตในการจัดการเลือกตั้ง

นายประเสริฐกล่าวว่า เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตยุติธรรม พรรค พท.ตั้งข้อสังเกตและขอเรียกร้องในประเด็นต่างๆ ดังนี้ 1.ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของพรรค พท.ที่เรียกร้องสอบถามไปตั้งแต่วันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมาให้ครบถ้วน เช่น เรื่องจำนวนบัตร การจัดส่ง มาตรการรักษาความปลอดภัย การดูแลรักษาบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว โดยเฉพาะข้อมูลบัตรสำรองว่ามีจำนวนเท่าใด เมื่อลงคะแนนเสร็จสิ้นแล้วจะทำลายบัตรสำรองอย่างไร

นายประเสริฐกล่าวว่า รวมถึงต้องเปิดเผยวิธีการทำลายบัตรสำรองที่เขตเลือกตั้งเพื่อยืนยันว่าจะไม่มีการสำรองไปใช้ในการลงคะแนนจริง เพราะปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา แสดงความไม่เป็นมืออาชีพและความไม่พร้อมของ กกต.ที่จะจัดการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพหรือไม่ จนทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัยการปฏิบัติงานของ กกต.อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

Advertisement

นายประเสริฐกล่าวต่อว่า 2.การจ่าหน้าซองผิดในบางเขตเลือกตั้ง ซึ่ง กกต.อ้างว่าทำงานมีประสิทธิภาพดีอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ได้ทราบหรือไม่ว่าจำนวนในการจ่าหน้าซองผิดมีมากน้อยเพียงใด แยกซองที่มีปัญหาออกมาแก้ปัญหาอย่างไร การที่เลขาฯกกต.แจ้งว่ามีผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยนั้น ต้องมีมาตรการที่ชัดเจนกว่านี้ เพราะปรากฏเป็นข่าวว่ามีหลายซองไม่ได้มีการจ่าหน้าซองเลยแม้แต่รายการเดียว ซองแบบนี้อยู่ในสถานะใด เป็นบัตรเสียหรือไม่ กกต.มีวิธีการจัดการบัตรเลือกตั้งในซองเหล่านี้อย่างไร

นายประเสริฐกล่าวว่า เพราะซองที่ไม่ได้เขียนอะไรเลย จะไม่มีเลขรหัสจังหวัด และเขตเลือกตั้งไว้เพื่อจัดส่ง และไม่สามารถตรวจสอบบัตรติ้ว หรือกระดาษแผ่นเล็ก ที่ กกต.ประจำหน่วยได้เขียนข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อใช้เขียนจ่าหน้าซองบัตรเลือกตั้งไปยังเขตเลือกตั้ง การที่คะแนนเลือกตั้งที่เป็นเสียงบริสุทธิ์ของประชาชนต้องเสียไปแบบนี้ กกต.จะรับผิดชอบอย่างไร

3.ขอให้ กกต.จัดเตรียมพื้นที่รองรับตัวแทนพรรคการเมือง ประชาชน และสื่อมวลชนเข้าไปร่วมตรวจสอบเป็นสักขีพยานในการนับคะแนนจากบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตที่ลงคะแนนแล้ว และภายหลังจากการนับคะแนนส่วนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะต้องแยกบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านี้ไว้ต่างหาก เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ภายหลัง นอกจากนี้ ขอให้เปิดเผยจำนวนผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากับจำนวนบัตรที่ใช้ว่าตรงกันหรือไม่ด้วย

“ขณะนี้พรรค พท.มีข้อมูลบัตรเลือกตั้งทั้งหมดที่ได้รับจัดสรรแล้ว ทั้งจำนวนบัตรทั้งบัญชีรายชื่อ และแบบแบ่งเขต ทั้งจุดส่งมอบ เล่มที่ เลขที่ และเลข Pack พร้อมจะกระทบยอดได้ภายหลังการเลือกตั้ง ดังนั้น ต้องใช้ความระมัดระวังและยึดมั่นในความยุติธรรมและขอให้เปิดเผยจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งตรงกับจำนวนบัตรในแต่ละเขต” นายประเสริฐระบุ

นายประเสริฐกล่าวอีกว่า 4.การติดตั้ง CCTV ที่ลงคะแนนล่วงหน้าและที่เก็บรักษาบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนแล้ว ในส่วนของ กทม.ซึ่งทราบมาว่า กทม.ได้ทำหนังสือถึง กกต.ว่าจะขอติดตั้ง CCTV ไว้ด้านหน้าที่เลือกตั้งและบริเวณสถานที่จัดเก็บบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าที่ลงคะแนนแล้ว และจะเชื่อมโยงสัญญาณทั้ง 33 เขตเลือกตั้งมายัง กทม.และจะเผยแพร่ภาพแบบเรียลไทม์ให้ประชาชนสามารถเข้าตรวจสอบได้ แต่ กกต.กลับตอบมาว่าการติดตั้ง CCTV ที่หน้าจุดเลือกตั้งอาจละเมิดสิทธิของประชาชนที่ลงคะแนน

นายประเสริฐกล่าวว่า สำหรับการติดตั้ง CCTV ที่สถานที่เก็บบัตร กกต.กลับอ้างระเบียบและคู่มือว่าให้ กกต.เขตจัดให้มีกล้อง แต่ไม่ได้ตอบทาง กทม.ให้ชัดเจนว่าทาง กทม.สามารถดำเนินการได้หรือไม่ อย่างไร

ขณะที่ พล.ต.ต.สุรสิทธิ์กล่าวว่า เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พรเจริญ จ.บึงกาฬ จับกุมผู้ต้องหา 1 ราย พร้อมซองจดหมายภายในบรรจุธนบัตร 500 บาท รวม 22 ซอง รวมเป็นเงิน 11,000 บาท และโพยรายชื่อใช้สำหรับการซื้อเสียง 2 แผ่น และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พร้อมไฟล์ภาพและเสียง โดย สภ.พรเจริญได้ดำเนินคดีแจ้งข้อหาว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติการณ์ซื้อสิทธิขายเสียง โดยเตรียมนำเงินมาแจกจ่ายให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้กระทำการดังกล่าวจริง โดยได้รับการว่าจ้างจากพรรคการเมืองหนึ่ง

พล.ต.ต.สุรสิทธิ์กล่าวว่า ตำรวจ สภ.พรเจริญจึงได้เข้าจับกุมและแจ้งข้อหาว่ากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง 2561 มาตรา 73 วรรค 1 จัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินแก่ผู้ใด ซึ่งผู้กระทำผิดได้รับทราบข้อกล่าวหาแล้วจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

“หากพบการกระทำที่ทุจริตเกิดขึ้น ผมจะติดตามประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ผมขอให้นึกถึงอุดมคติของตำรวจเอาไว้ การกระทำของท่านจะส่งผลต่อท่านและครอบครัวไม่ว่าทางใด เรื่องนี้เกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง ขอให้ กกต.สืบสวน สอบสวน วินิจฉัยโดยเร็ว” พล.ต.ต.สุรสิทธิ์กล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง