หน้าแรก การเมือง ทนายยื่น กกต....

ทนายยื่น กกต.ผ่านบุรีรัมย์ สั่ง ‘เรืองไกร’ หยุดเคลื่อนไหว ปมร้อง ‘พิธา’ ถือหุ้น ITV

12.05.23 | 18:17 น.

ทนายชื่อดังเมืองบุรีรัมย์ ยื่นหนังสือร้อง กกต.กลาง ผ่าน กกต.บุรีรัมย์ ให้ตรวจสอบและสั่งการให้ ‘เรืองไกร’ ยุติกล่าวหา ‘พิธา’ ก่อนเลือกตั้ง เข้าข่ายโจมตีเพื่อให้ประชาชนเข้าใจผิด คล้ายกลั่นแกล้ง

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม นายสาคร ปลื้มรัมย์ อายุ 65 ปี อาชีพทนายความ ได้เข้าไปยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรุงเทพฯ ผ่าน กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อเรียกร้องให้พิจารณาและออกคำสั่งเร่งด่วน ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งโดยพลันที่จะระงับยับยั้งห้ามชั่วคราวและมีผลโดยทันทีที่จะห้าม นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ หยุดการเคลื่อนไหว หลังจากเข้ายื่นเอกสารต่อ กกต. กรณี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกฯพรรคก้าวไกล ถือหุ้นสื่อ ITV ว่าเข้าข่ายลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ตามรัฐธรรนูญ มาตร 98 (3) หรือไม่นั้น

โดยหนังสือร้องเรียนวมีทั้งหมด 4 หน้ากระดาษ เป็นข้อความที่เปรียบเทียบว่านายเรืองไกรอาจจงใจกระทำละเมิดเพื่อกลั่นแกล้ง ป้ายสี และ/หรืออาจเป็นการใช้ กกต.เป็นเครื่องในการทำลายล้าง หรือสกัดกั้นพรรคการเมืองอื่นได้ โดยเฉพาะพรรคก้าวไกลที่กำลังมาแรงเป็นอันดับที่ 1 ในช่วงโค้งสุดท้ายในการหาเสียงเลือกตั้ง ดังปรากฏจากสำนักโพลต่างๆ ที่ทำการสำรวจมาก่อนหน้านี้ ทั้งที่นายเรืองไกรก็เป็นนักกฎหมายน่าจะรู้ดี แต่กลับสร้างภาพในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก

นายสาครกล่าวว่า การดำเนินการของนายเรืองไกรเป็นการจงใจทำให้นายพิธาและพรรคก้าวไกลได้รับความเสียหาย เพราะพรรคการเมืองเป็นสถาบันทางการเมืองที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่เป็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่งแต่อย่างใด ประชาชนทุกคนที่มีสัญชาติไทยย่อมมีส่วนเป็นเจ้าของและหากพบเห็นความไม่ถูกต้องในสังคมย่อมแสดงความคิดเห็นและปกป้องพรรคการเมืองได้ทุกคน กรณีนี้ไม่ต่างจากที่มีการร้องเรียนกรณีอื่นก่อนหน้าที่ ซึ่งศาลได้ยกคำร้องไปทั้งหมด

Advertisement

นายสาครกล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าบทบาทและพฤติการณ์ของนายเรืองไกรอาจส่อไปในทางที่เป็นอันตรายต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยได้ เนื่องจากพรรคก้าวไกลได้รับคะแนนนิยมมาจากประชาชนด้วยคะแนนที่บริสุทธิ์ยุติธรรม เพราะไม่เคยมีข่าวเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง