ขณะที่ “กระดานการเลือกตั้ง” ดำเนินไปอย่างคึกคักเข้มข้นนั้น
“นอก” กระดานเลือกตั้ง ก็เข้มข้นไม่แพ้กัน
ด้วยเพราะแม้จะอยู่ “นอกกระดาน” แต่ก็ส่งผลเข้าไป “ในกระดาน” อย่างมีนัยสำคัญ
อย่างที่ “มติชนสุดสัปดาห์” ขึ้นปกเรื่องที่ นายทักษิณ
ชินวัตร ในนามแห่ง “ความผูกพันกับครอบครัว แผ่นดินเกิด และเจ้านายของเรา”
ประกาศเดินทางกลับไทยในกรกฎาคมนี้
ซึ่งแม้จะออกตัวไว้ว่า ไม่ต้องกังวลจะเป็นภาระเพื่อไทย โดยจะเข้าสู่กระบวนการกฎหมายก็ตาม
แต่ก็ยากจะปฏิเสธว่า จะไม่มีผลต่อทั้ง “ระหว่าง” และ “หลัง” เลือกตั้ง
เพราะแม้จะกลับบ้านได้ แต่ก็ใช่เรื่องจะเรียบร้อย
ด้วยคงมีประเด็นกลับมาแล้วจะยอมรับโทษ ติดคุก หรือมี
ข้อต่อสู้อื่นหรือ “ดีลอื่น” ที่จะทำให้ไม่ต้องเข้าคุกหรือไม่
ซึ่งคงเป็นเรื่อง “นอกกระดานเลือกตั้ง” ที่ร้อนรุ่ม
ส่วนจะนำไปสู่ความสับสนวุ่นวายในบ้านเมืองหรือไม่ก็ต้องจับตามองโดยใกล้ชิด
และ เมื่อพูดถึงความสับสนวุ่นวายแล้ว สิ่งที่สังคมไทยมักจะนำไปผูกโยงถึงเสมอ
นั่นคือ ท่าทีของกองทัพ และผู้นำกองทัพ
ซึ่งเป็นเรื่อง “นอกกระดานเลือกตั้ง” อีกเรื่องที่ถูกจับตาและความเคลื่อนไหว
ในช่วงสุกดิบก่อนเลือกตั้ง พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้
ผู้บัญชาการทหารบก ได้ออกมาให้ความเห็นเรื่องเลือกตั้งว่า
มาถึงจุดนี้ การเมืองในระบอบประชาธิปไตยก็ต้องเดินไป แต่ทุกคนก็ต้องมีสติ ว่าอะไรควร ไม่ควร
“บ้านเมืองเราต้องการความสงบเรียบร้อย บ้านเมืองจะได้เจริญ เศรษฐกิจจะได้ดี แต่ถ้าเราคิดจะขัดแย้ง ก่อความวุ่นวาย บ้านเมืองและคนส่วนใหญ่ก็จะได้รับความเดือดร้อน จึงเป็น
เรื่องที่ทุกคนต้องร่วมมือกันไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จะต้องกังวล แต่ทุกคนควรมีสติ”
ส่วนเรื่องการปฏิวัติรัฐประหาร พล.อ.ณรงค์พันธ์ย้ำว่า เคยบอกนักข่าวไปหลายครั้งแล้วว่าไม่ควรพูด ไม่ควรถาม และไม่ควรเขียน เพราะจะเป็นการปลุกความคิดที่ขัดแย้งต่อเนื่อง ซึ่งคำพวกนี้ไม่ควรมีแล้ว และขอร้องผู้สื่อข่าวควรลบออกไปจากพจนานุกรมได้แล้ว
ส่วนในพจนานุกรมของกองทัพ บิ๊กบี้บอกว่า “ก็ต้องลบแน่นอน”
ซึ่งก็ถือเป็นคำมั่นในส่วน “นอกกระดานเลือกตั้ง” ที่ดี
คืออย่างน้อยโดยส่วนตัวของผู้บัญชาการทหารบกก็ยืนยันเจตนารมณ์ ที่จะไม่ปฏิวัติ ส่งผลให้ “ล้ม” กระดานเลือกตั้ง
อันจะทำให้เจตนารมณ์ของประชาชน ที่แสดงผ่าน “กระดานเลือกตั้ง” มีประสิทธิผลโดยสมบูรณ์มากขึ้น
ซึ่งเมื่อกล่าวถึงเจตนารมณ์ของประชาชนแล้ว สิ่งที่อยู่
“นอกกระดานเลือกตั้ง” อย่างสำคัญหนึ่ง ที่ไม่พูดถึงไม่ได้
นั่นก็คือ “วุฒิสภา” ที่มาจาก “ลากตั้ง”
แต่ที่สุดแล้วก็จะก้าวเข้าไปร่วมในกระดานเลือกตั้งด้วยการ “เลือกนายกรัฐมนตรี”
จึงมีการเรียกร้องให้วุฒิสมาชิกที่มาจากการ “แต่งตั้ง” เคารพเจตนารมณ์ของประชาชนที่แสดงผ่านการเลือกตั้ง
เคารพอะไร
ว่าที่จริง “มติชนXเดลินิวส์” ได้เคยถามประเด็นนี้ไปแล้ว
ซึ่งประชาชนก็ได้ร่วมแสดงเจตนารมณ์อย่างเด่นชัดและท่วมท้น
แต่หากยังต้องการความชัดแจ้งขึ้นไปอีก
อาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ในนามนักวิชาการจาก 5 สถาบันการศึกษา ในนามเครือข่ายนักวิชาการเสียงประชาชน
จะเปิดโหวตเสียงประชาชน
“ท่านเห็นด้วยหรือไม่ ที่ ส.ว.ควรโหวตเลือกนายกฯตามเสียงข้างมากของ ส.ส.” อีกครั้ง
ตั้งแต่ 12.00 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม ถึงเวลา
12.00 น. วันที่ 18 พฤษภาคมนี้
ซึ่งคงได้เห็นเจตนารมณ์ของประชาชนอีกครั้ง
ที่คนทั้งในและนอกกระดานเลือกตั้ง ควรต้อง “ใส่ใจ”
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

