ส่องปาร์ตี้ลิสต์ ฝ่าด่านเซฟโซน สู่เก้าอี้ 100 ส.ส.
การเลือกตั้งวันที่ 14 พฤษภาคม ตามกติกาการเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ บัตรเลือกตั้งสีม่วงเลือก ส.ส.เขต 400 คน ตามหมายเลขของผู้สมัคร ส.ส.ของแต่ละพรรค ส่วนบัตรสีเขียวเลือกพรรคที่ชอบ หรือผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน
คะแนนของผู้สมัคร ส.ส.เขต คิดแบบตรงไปตรงมา คือ ผู้สมัครที่ได้คะแนนลำดับที่ 1 จะชนะผู้สมัครลำดับที่สองเพียง 1 คะแนน ก็ถือว่าได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส.
ที่ต้องโฟกัส คือ ว่าที่ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ที่ 67 พรรคการเมือง ส่งผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อลงรับเลือกตั้ง รวมทั้งหมด 1,898 คน
ต้องลุ้นกันว่าพรรคใดจะได้รับเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อกันมากน้อยเท่าใด
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566 ระบุไว้ ดังนี้
ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน มาจากบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อที่พึงจะได้รับ โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์
1.รวมผลคะแนนทั้งหมดที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ
2.นำคะแนนรวมตามข้อ (1) หารด้วย 100 (มาจาก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีจำนวน 100 คน) ผลลัพธ์ที่ได้ ถือเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน
3.นำคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ไปหารคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้ (เฉพาะส่วนที่เป็นจำนวนเต็ม) คือ จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ
4.กรณีจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ รวมกันทุกพรรคไม่ครบ 100 คน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ที่เป็นเศษคือ ไม่มีจำนวนเต็ม และพรรคการเมือง ที่มีเศษหลังการคำนวณตามข้อ (3) พรรคใดมีเศษจำนวนมากที่สุด ให้ได้รับจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่ออีก 1 คน เรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองทั้งหมดได้รับครบจำนวน 100 คน ถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ถ้าเกิน 100 คน ให้ตัวแทนของพรรคการเมืองที่มีเศษเท่ากันจับสลาก
5.ให้ถือว่าผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองตามจำนวนที่พรรคการเมืองนั้นได้รับตามผลการคำนวณในข้อ 1-4 ได้รับเลือกตั้ง เรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อเท่าที่มีอยู่ในแต่ละบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองนั้นได้ส่งสมัคร หากได้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไม่ถึง 100 ให้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่
ยกตัวอย่างให้เห็นชัด หากคะแนนของทุกพรรคการเมืองที่ส่งสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้รับเลือกตั้งในส่วนของบัตรดี รวมกันแล้ว 37,000,000 คะแนน จะต้องนำมาหารด้วย 100 จะได้เท่ากับ 370,000 คะแนน คือ คะแนนเฉลี่ยต่อการคิดจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 1 คน แล้วจึงนำไปคำนวณกับคะแนนของแต่ละพรรค เพื่อให้ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคจะได้รับ
ส่วนปัจจัยที่จะเป็นตัวชี้ขาดว่าแต่ละพรรคจะได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อกี่เสียงนั้น กระแสพรรคที่ประกอบด้วยนโยบาย รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมทั้งความเชื่อมั่นต่อผลงานของแต่ละพรรคจะเป็นปัจจัยและเงื่อนไขสำคัญ ซึ่งพรรคใหญ่ และพรรคที่มี ส.ส.เขตมีผลงานทั้งบทบาทของฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านย่อมมีความได้เปรียบ
ลำดับความปลอดภัย หรือจะเรียกว่า เซฟโซนของผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะผันแปรกับคะแนนนิยมของพรรคที่จะได้รับเลือกตั้ง
อย่างพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีทั้ง บิ๊กเนม ตั้งแต่อดีตหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรค อดีตรัฐมนตรี แกนนำภาคต่างๆ ผู้สนับสนุนสำคัญๆ ของพรรค เมื่อเทียบกับการประเมินทั้งผลสำรวจ และความนิยมของพรรค ลำดับเซฟโซนที่คาดว่าจะได้รับเลือกตั้งอยู่ที่บวก-ลบ ลำดับที่ 25
ขณะที่พรรคก้าว (ก.ก.) ที่กระแสพรรคมาแรงในช่วงโค้งสุดท้าย นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าน่าจะได้รับเลือกตั้งในส่วนของผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค รองหัวหน้าพรรค แกนนำพรรคที่มีบทบาทขับเคลื่อนวาระสำคัญๆ รวมทั้งแกนนำพรรคในภาคต่างๆ จะอยู่ในลำดับผู้สมัครที่อยู่ในเซฟโซนที่คาดว่าจะได้รับเลือกตั้งที่บวก-ลบ ลำดับที่ 20
ในส่วนผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ก.ก. หากมีโอกาสได้จัดตั้งรัฐบาล อาจจะได้รับคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งของฝ่ายบริหาร อย่างตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย
เช่นเดียวกับพรรคในขั้วรัฐบาล ทั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่วางผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคไว้ในลำดับต้นๆ คือ หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค แกนนำพรรค และผู้สนับสนุนพรรค ไว้ในลำดับต้นๆ ซึ่งจากการประเมินทั้งคะแนนนิยมและกระแสพรรค
ลำดับเซฟโซนที่คาดว่าจะได้รับเลือกตั้งอยู่อันดับที่ บวก-ลบ 10
ลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่แต่ละพรรคยื่นสมัครรับเลือกตั้ง มีกลไกของแต่ละพรรคที่คัดสรรรายชื่อเพื่อกำหนดลำดับของผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แตกต่างกัน บางพรรคเลือกที่จะส่งผู้สมัครครบทั้ง 100 รายชื่อ ตามที่กฎหมายกำหนด บางพรรคส่งผู้สมัครไม่ครบเต็มจำนวน
ส่วนผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรค ใครจะผ่านเซฟโซนได้รับเลือกตั้งเป็น 1 ใน 100 ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ หลังปิดหีบนับคะแนนในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ได้รู้กัน

