09.00 INDEX กระแสตื่นตัวต่อการเลือกตั้ง สะท้อนความต้องการเปลี่ยน
มีความคาดหวังสูงมากต่อ “การเลือกตั้ง” ไม่ว่าจะมองจากด้านของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ว่าจะมองจากด้านของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ยิ่งมองผ่าน นายเศรษฐา ทวีสิน ยิ่งเด่นชัด ยิ่งมองผ่าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยิ่งเด่นชัด
เป็นความหวังในลักษณะอันเป็น “ประวัติศาสตร์”
หากเทียบกับอดีต ไม่ว่าอดีตภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2521 ไม่ว่าอดีตภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ถือได้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ได้รับการคาดหวังสูงอย่างเป็นพิเศษ
ยิ่งหากเทียบกับบรรยากาศของการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 เมื่อมองผ่านการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย เมื่อมองผ่านการเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกลก็รับรู้ในความแตกต่าง
ที่สำคัญอย่างที่สุดก็คือ ลักษณะและการแสดงออกซึ่งความตื่นตัวในแบบ “ตื่นรู้” มากยิ่งขึ้นของสังคมไทย ไม่เพียงแต่จะสัมผัสได้ในกรุงเทพมหานคร หากแม้กระทั่งตามหัวเมือง
มั่นใจได้เลยว่าหากการเลือกตั้งมีความต่อเนื่องเป็นเช่นนี้ไปทุก 4 ปีตามวาระโดยไม่สะดุดติดขัดผลสะเทือนย่อมกว้างไกล
ดอกไม้แห่ง “ประชาธิปไตย” ย่อม “ผลิบาน” อย่างที่ปรารถนา
ความเด่นชัดอย่างมีนัยสำคัญก็คือ ความเด่นชัดที่ประจักษ์ในจุดอ่อนและความบกพร่องของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 จากปฏิบัติการที่เป็นจริงนับแต่เดือนเมษายน 2560 เป็นต้นมา
ความเป็นจริงจาก “เนื้อหา” ที่ยกร่างบนฐานแห่งอำนาจของการได้อำนาจมาโดยกระบวนการรัฐประหาร
ความเป็นจริงจากการลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องก่อให้เกิดอารมณ์ “ร่วม” ในทางสังคม นั่นก็คือ ความเรียกร้องต้องการที่จะให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือกระทั่งยกร่างขึ้นใหม่
อารมณ์ “ร่วม” ในทางสังคมเช่นนี้อาจไม่บังเกิดในบางพรรคการเมืองซึ่งเป็นฝ่ายยึดกุมอำนาจ แต่ในบางส่วนของกลไกแห่งอำนาจก็มิอาจปิดงำความต้องการนี้ได้
จึงกลายเป็นข้อเรียกร้อง กลายเป็น “กระแส” อันเกิดและดำรงอยู่อย่างเข้มข้นตลอดห้วงแห่งการหาเสียงก่อนเดือนพฤษภาคม
เด่นชัดเป็นอย่างยิ่งว่าการเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งทั้งๆ ที่หงุดหงิดต่อกฎกติกาอันดำรงอยู่ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 คือความต้องการในการเปลี่ยนแปลง
เป็นการเปลี่ยนแปลงผ่านกระบวนการของ “การเลือกตั้ง”
เป็นการเปลี่ยนบนฐานแห่งฉันทานุมัติจากประชาชน และเมื่อปรากฏผลก็จะกลายเป็นความปรารถนาในทางการเมือง
ยืนยันถึงความต้องการ “ร่วม” ของสังคมไทยโดยรวม

