หน้าแรก การเมือง เปิดกติกา เลื...

เปิดกติกา เลือกตั้ง14 พ.ค. บัตร 2 ใบ ชิงชัย 500 ส.ส.

14.05.23 | 12:35 น.

เปิดกติกา เลือกตั้ง14 พ.ค. บัตร 2 ใบ ชิงชัย 500 ส.ส.

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. มีจำนวนหน่วยเลือกตั้ง 94,775 หน่วย เพื่อเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ทั้งนี้มีข้อควรรู้ เกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.ในครั้งนี้

ระบบกติกาการเลือกตั้งส.ส.

จำนวนและที่มาของ ส.ส. 500 คน แบ่งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 คน มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตจำนวน 400 เขต เขตละ 1 คน รวม 400 เขต ใช้รูปแบบเขตเดียวเบอร์เดียว ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะลงคะแนนเลือกตั้งได้คนละ 1 คะแนน โดยจะเลือกผู้สมัครใดหรือไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้

ผู้สมัครซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดและมีคะแนนมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดของแต่ละเขตเลือกตั้งเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งในเขตนั้น หากมีผู้สมัครได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากันหลายคนให้ใช้วิธีการจับสลาก ต้องกระทำต่อหน้าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครซึ่งได้รับคะแนนสูงสุด ต้องได้คะแนนมากกว่าคะแนนไม่เลือกผู้ใด

Advertisement

ขณะที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน เมื่อพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว มีสิทธิส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อได้พรรคละ 1 บัญชี มีจำนวนไม่เกิน 100 คน โดยรายชื่อต้องไม่ซ้ำกั
บผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ของพรรคอื่นหรือซ้ำกับผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

ส.ส.บัญชีรายชื่อมีจำนวน 100 คน มาจากบัญชีรายชื่อแต่ละพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อที่พึงจะได้รับ โดยให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

1.รวมผลคะแนนทั้งหมดที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ

2.นำคะแนนรวมตามข้อ (1) หารด้วย 100 (มาจาก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มีจำนวน 100 คน) ผลลัพธ์ที่ได้ ถือเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน

3.นำคะแนนเฉลี่ยต่อ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 1 คน ไปหารคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับ ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้ (เฉพาะส่วนที่เป็นจำนวนเต็ม) คือ จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ

4.กรณีจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นได้รับ รวมกันทุกพรรคไม่ครบ 100 คน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ที่เป็นเศษคือ ไม่มีจำนวนเต็ม และพรรคการเมือง ที่มีเศษหลังการคำนวณตามข้อ (3) พรรคใดมีเศษจำนวนมากที่สุด ให้ได้รับจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่ออีก 1 คน เรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองทั้งหมดได้รับครบจำนวน 100 คน ถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ถ้าเกิน 100 คน ให้ตัวแทนของพรรคการเมืองที่มีเศษเท่ากันจับสลาก

5.ให้ถือว่าผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองตามจำนวนที่พรรคการเมืองนั้นได้รับตามผลการคำนวณในข้อ 1-4 ได้รับเลือกตั้ง เรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อเท่าที่มีอยู่ในแต่ละบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองนั้นได้ส่งสมัคร หากได้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อไม่ถึง 100 ให้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่

คุณสมบัติผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส.

-มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

-อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีนับถึงวันเลือกตั้ง

-เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้งเว้นแต่กรณียุบสภาให้ลดลงเหลือ 30 วัน

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญ ผู้สมัครแบบแบ่งเขตต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

-มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีนับถึง
วันสมัครรับเลือกตั้ง

-เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง

-เคยศึกษาในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปีการศึกษา

-เคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง แล้วแต่กรณีเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

-มีสัญชาติไทย ถ้าแปลงสัญชาติต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

-มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีในวันเลือกตั้ง

-มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง

ความพร้อมก่อนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง

-เตรียมหลักฐานที่ใช้ในการลงคะแนน จัดเตรียมบัตรประชาชนบัตร (หมดอายุก็ใช้ได้) บัตรหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่ายและมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักไว้ให้พร้อม เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ใบขับขี่ หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) หรือหลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดผ่านแอพพลิเคชั่นของหน่วยงานของรัฐตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ไว้ให้พร้อม

บัตรเลือกตั้ง 2 ใบก่อนเข้าคูหา

ก่อนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง มาทำความเข้าใจเพื่อป้องกันความสับสนในการลงคะแนนเสียง การเลือกตั้งครั้งนี้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ

ใบที่ 1 : บัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (สีม่วง) มีหมายเลขผู้สมัคร และช่องสำหรับกากบาท โดยไม่มีชื่อผู้สมัครและโลโก้พรรค

ใบที่ 2 : บัตรเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (สีเขียว) มีสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของพรรคการเมือง และมีชื่อพรรคในบัตรเลือกตั้ง

ขั้นตอนลงคะแนนเลือกตั้ง

1.ตรวจสอบรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบรายชื่อ และลำดับที่จากบัญชีรายชื่อที่ประกาศไว้หน้าที่เลือกตั้ง

2.ยื่นหลักฐานแสดงตน ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือในบัญชีรายชื่อ แสดงบัตรประจำตัวประชาชน (บัตรที่หมดอายุก็ใช้ได้) หรือบัตรหรือหลักฐานที่ทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐออกให้ที่มีรูปถ่าย และมีเลขประจำตัวประชาชนหรือหลักฐานภาพอิเล็กทรอนิกส์ที่เปิดผ่านแอพพลิเคชั่นของหน่วยงานของรัฐ ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์

3.รับบัตรเลือกตั้ง ลงลายมือชื่อหรือพิมพ์ลายนิ้วมือที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง โดยรับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ได้แก่ บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง (บัตรสีม่วง) และบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อบัตรสีเขียว)

4.ทำเครื่องหมายกากบาท X เข้าคูหาลงคะแนนทำเครื่องหมายกากบาท X ลงในช่องทำเครื่องหมาย โดยบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเลือกผู้สมัครได้หนึ่งคน ส่วนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเลือกพรรคการเมืองได้ 1 พรรค หากประสงค์ไม่เลือกผู้สมัครใดหรือบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใดให้ทำเครื่องหมายกากบาท X ในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” หรือ “ไม่เลือกบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองใด” จากนั้นพับบัตรเลือกตั้ง

5.ใส่บัตรเลือกตั้งลงในหีบเลือกตั้ง นำบัตรเลือกตั้งที่พับเรียบร้อยแล้วหย่อนใส่ลงในหีบบัตรเลือกตั้งด้วยตนเอง บัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ส่วนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ