09.00 INDEX ตำแหน่ง ประธานสภา ผู้แทนฯ ด่านแรก ทดสอบพลัง “ก้าวไกล”
จำเป็นต้องมองชัยชนะของพรรคก้าวไกลอย่างประสานกับชัยชนะของพรรคเพื่อไทย
เป็นชัยชนะต่อพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ
ไม่ว่าจะมองผ่านจำนวน ส.ส.ของพรรคก้าวไกล 151 คน ไม่ว่าจะมองผ่านจำนวน ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย 141 ซึ่งเหนือกว่าจำนวน 40 พรรคพลังประชารัฐ จำนวน 36 พรรครวมำทยสร้างชาติ
และที่สำคัญและแหลมคมเป็นอย่างมากคือจำนวนคะแนน รวมพรรคก้าวไกลกว่า 13 ล้าน คะแนนรวมพรรคเพื่อไทยกว่า 10 ล้าน ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติกว่า 4 ล้าน พรรคพลังประชารัฐได้ 4 แสนกว่า
นั่นเท่ากับของพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย ได้รวมกันกว่า 23 ล้าน นั่นเท่ากับของพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชา รัฐ ได้รวมกันกว่า 4 ล้าน
ไม่ว่าจะมองผ่านคะแนนรวมจากระบบบัญชีรายชื่อ ไม่ว่าจะมองผ่านจำนวน ส.ส.ที่ได้รับเลือกโดยตรงจากแต่ละเขต เด่นชัดในความเหนือกว่าอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
นี่ย่อมเป็น “อาณัติ” อันประชาชนมอบให้ผ่านการเลือกตั้ง
กระนั้น เนื่องจากสังคมการเมืองไทยยังอยู่ภายใต้โครงครอบแห่ง ระบอบอำนาจอันมีราฐานจากการรัฐประหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560
ชัยชนะที่พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย ได้มาจากการตัดสินใจของประชาชนทั่วประเทศจึงยังไม่สมบูรณ์ครบถ้วน
โดยพื้นฐานอย่างที่สุด พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย ยังต้องอยู่ภายใต้กระบวนการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ซึ่ง เป็นกลไกและเครือข่ายแห่งระบอบ
คะแนนที่ได้จากระบบบัญชีรายชื่ออาจดำรงอยู่อย่างสถิตใน ระดับที่แน่นอน ขณะที่คะแนนอันได้จากระบบเขตยังสามารถพลิกผันแปรเปลี่ยน
ยิ่งกว่านั้น ระบบคิดอันเป็นพื้นฐานของการเมือง “เก่า” ก็ยังดำรงอยู่ในลักษณะครอบงำและยังครองความเป็น “อำนาจนำ”อยู่
ด่านแรกที่พรรคก้าวไกลจะต้องผ่านการพิสูจน์โดยตรงในฐานะที่ครองสถานะพรรคอันดับ 1 คือ ด่านในการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นรากฐานไปสู่ประธานรัฐสภา
ตำแหน่งนี้จะเป็นของพรรคก้าวไกลหรือพรรคการเมืองใด
เนื่องจากประธานสภาผู้แทนราษฎรซึ่งจะดำรงตำแหน่งเป็นประธานรัฐสภา คือช่องทางนำไปสู่การเลือกนายกรัฐมนตรีอันถือ เป็นด่านที่ 2 ภายหลังการเลือกตั้ง
คำถามจึงอยู่ที่ว่าพรรคก้าวไกลจะสามารถกุมตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้หรือไม่
คำถามนี้จำเป็นต้องมีหลักประกันจากพรรคเพื่อไทย

