เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ตนได้ติดตามข่าวเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร ซึ่งสอบถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่าข้าวไม่หายใช่หรือไม่ ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์และคณะพร้อมใจกันตอบว่าข้าวไม่หายนั้น ตนเห็นว่าการมุสากับพระสงฆ์นั้นบาปมาก คนเราควรจะต้องรู้ดีรู้ชั่ว รู้ผิดรู้ถูก ต้องรู้จักแยกแยะว่ากำลังคุยกับใคร อย่างน้อยเมื่อเข้าวัดต้องรู้จักศีล 5 โดยเฉพาะศีลข้อที่ 4 “มุสาวาทา เวรมณี สิกฺขาปทํ สมาทิยามิ” แปลว่า เว้นจากการพูดเท็จ การกล่าวเท็จกับสงฆ์ ทั้งๆ ที่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ แม้แต่ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้ชี้แจงผ่านโซเชียลมีเดีย ว่าข้าวหายจากสต๊อกจริง แต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังกล้าตอบหน้าตาเฉยว่าข้าวไม่หาย ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงนิสัยและจิตใจของเขาว่าเป็นเช่นนี้เอง
น.พ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องมีการลงนามจีทูจีเก๊ ออกมาอีกในรอบ 2 ก็เป็นการสะท้อนถึงความเหิมเกริมตอนมีอำนาจ ขนาดถูกจับได้ แล้วยังกล้าทำอีก ทำให้นึกถึงอดีตที่ผ่านมา มีผู้สื่อข่าวถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์เรื่องขายข้าวจีทูจี น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ตอบว่า เห็นสัญญาจีทูจี มีการขายจีทูจีจริง แล้วสุดท้ายเป็นอย่างไรก็มีแต่จีทูเจี๊ยะ ตนจึงไม่เข้าใจว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์และเพื่อไทย (พท.) จะพยายามบิดเบือนสังคมไปถึงไหน อาจจะเป็นเพราะว่าการบิดเบือนข้อเท็จจริง พรรค พท.เคยทำมาแล้วได้ผล ที่สำคัญอดีตที่ผ่านมาก็ไม่มีใครไปตอบโต้เพื่อเสนอข้อเท็จจริง แต่ครั้งนี้พวกเรามีประสบการณ์ และเชื่อว่าคนไทยตามทัน ดังนั้นเมื่อใด ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์และพรรค พท.ออกมาบิดเบือนพวกเราก็จะออกมาชี้แจง ที่สำคัญขณะนี้พวกเรามีทีมงานที่จะคอยตามสิ่งเหล่านี้ตลอด และกำลังตั้งทีมงานผู้เชี่ยวชาญเพื่อชี้แจงสื่อต่างชาติด้วย ยกเว้นถ้าเขาหยุดโกหก เราก็พร้อมจะหยุดและให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

