ย้อนเปิดรายชื่อ 23 ส.ว. เสียงข้างน้อย ยกมือปิดสวิตช์โหวตเลือกนายกฯ
หลังจากที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศความพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ในฐานะที่ได้คะแนนเลือกตั้งเป็นอันดับ 1 หลังรวบรวมเสียงสนับสนุนจากพรรคฝ่ายค้านเดิม 5 พรรค รวมเป็น 310 เสียง ซึ่งถือเป็นเสียงข้างมากในสภา
อย่างไรก็ตาม บทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 ระบุ ให้ใน 5 ปีแรกของการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการคัดเลือกโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำนวน 250 คน มีอำนาจพิจารณาเห็นชอบบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่ง ส.ว. ยังมีอายุไปถึง พฤษภาคม 2567
ทำให้ประเด็นเรื่องการโหวต ของส.ว. กลายเป็นที่ถกเถียงในสังคมไทย ขณะที่ สมาชิกวุฒิสภา หลายคน ได้ออกมากล่าวถึงกรณีดังกล่าวแล้วเรียบร้อย ซึ่งหลายคน อาทิ นายวันชัย สอนศิริ ที่ออกมาไม่เห็นด้วยกับการโหวตให้กับพรรคก้าวไกล
ทั้งนี้ หากได้ย้อนดู ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มเติม แก้ไขมาตรา 272 เกี่ยวกับการตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่เสนอโดย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. ซึ่งสภา ได้พิจารณาเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา จากการตรวจสอบบันทึกการลงคะแนน พบว่า สำหรับมติ ในร่างที่ 4 แก้ไขมาตรา 272 เกี่ยวกับการตัดอำนาจ ส.ว.ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ที่ ประชาชนเข้าชื่อเสนอนั้น มีสมาชิก ส.ว.ลงมติรับหลักการ หรือเห็นชอบให้ตัดอำนาจตัวเอง ในการเลือกนายกรัฐมนตรี ตามบทเฉพาะกาล เพียงแค่ 23 คนเท่านั้น ซึ่งไม่ถึง 1 ใน 3 หรือ 84 คน ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด
โดย 23 ส.ว. ประกอบด้วย กาญจนารัตน์ ลีวิโรจน์, ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์, คำนูณ สิทธิสมาน, จรุงวิทย์ ภุมมา, เฉลิมชัย เฟื่องคอน, เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ,ณรงค์ สหเมธาพัฒน์,เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, บรรชา พงศ์อายุกูล,ประภาศรี สุฉันทบุตร, ประมนต์ สุธีวงศ์
ปานเทพ กล้าณรงค์ราญ, พรทิพย์ โรจนสุนันท์, พิศาล มาณวพัฒน์, มณเฑียร บุญตัน, เลิศรัตน์ รัตนวานิช, วันชัย สอนศิริ, วัลลภ ตังคณานุรักษ์, สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์, สุวัฒน์ จิราพันธ์, อดุลย์ แสงสิงแก้ว, อนุศาสน์ สุวรรณมงคล และอำพล จินดาวัฒนะ
ทำให้หลายฝ่าย จับตาท่าทีของเหล่าส.ว. ที่เคยออกมาปิดสวิตช์ตัวเองในขณะนั้น
ทั้งยังมีการหยิบยกประเด็น สิทธิประโยชน์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2556 อัตราเงินประจำตำแหน่ง และเงินเพิ่มของส.ว. รวมไปถึงสิทธิพิเศษอื่น โดยระบุว่า
- ประธานวุฒิสภา มีเงินเดือน 74,420 บาท เงินเพิ่มเดือนละ 45,500 บาท รวม 119,920 บาท
- รองประธานวุฒิสภา มีเงินเดือน 73,240 บาท เงินเพิ่มเดือนละ 42,500 บาท รวม 115,740 บาท
- สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีเงินเดือน 71,230 บาท เงินเพิ่ม 42,330 บาท รวม 113,560 บาท
อย่างไรก็ตาม สมาชิก ส.ส. กับ ส.ว. แต่ละคนยังสามารถมีผู้ช่วย 8 คน แบ่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว 1 คน มีเงินเดือน เดือนละ 24,000 ผู้ชำนาญการประจำตัว 2 คน มีเงินเดือน เดือนละ 15,000 บาท และผู้ช่วย ส.ว. 5 คน มีเงินเดือน เดือนละ 15,000 บาท
ท่ามกลางการจับตาของสังคม ในการใช้สิทธิโหวตเลือกนายกฯ ของ ส.ว. ที่โลกทวิตเตอร์ แฮชแทก #สวมีไว้ทำไม มีคนวิพากษ์วิจารณ์ ถึง 1.2 ล้านครั้ง เรียกร้องให้ ส.ว.รับฟังเสียงของประชาชน ที่ไปออกเสียงเลือกตั้งในครั้งนี้

