‘เอไอเอส’ เชื่อเปลี่ยนขั้วการเมือง ไม่กระทบเข้าเทคฯ 3BB หลังก้าวไกลเคยออกโรงค้าน!
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส (AIS) กล่าวถึงเรื่องการเดินหน้าเข้าซื้อกิจการธุรกิจของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เจ้าของกิจการเน็ตบ้านทรีบรอดแบนด์ (3BB) ที่ก่อนหน้านี้ พรรคก้าวไกล ก่อนได้คะแนนเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ได้ต่อต้านการควบรวมธุรกิจจะส่งผลกระทบต่อการควบรวมหรือไม่ ว่า ส่วนตัวไม่คิดว่าจะเป็นผลกระทบ แต่คิดว่าเป็นตามครรลองปกติของการดำเนินธุรกิจที่จะต้องเดินหน้าต่อได้ ถ้าไม่ดี หรือไม่สมเหตุสมผล และมีคนคัดค้านอาจเกิดขึ้นได้
“ดังนั้น มองว่าไม่เกี่ยวกับขั้วอำนาจ แต่เกี่ยวกับว่าเมื่อดำเนินธุรกิจแล้วถูกต้อง และเดินไปข้างหน้าได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งไม่กังวลใจในเรื่องนี้” นายปรัธนา กล่าว
นายปรัธนา กล่าวว่า กล่าวถึงกรณีบรรยากาศการเลือกตั้งที่อาจเป็นผลกระทบตลาดหุ้น ว่า มองว่าบรรยากาศในตลาดหุ้นเป็นความผันผวนในเชิงการตื่นตกใจ แม้เราเองจะไม่เข้าใจเรื่องการเมืองนั้นลึกซึ้ง แต่เรียนตามตรงสิ่งที่เราโฟกัสคือการให้บริการพื้นฐานที่องค์กรให้บริการลูกค้าจะตอบโจทย์ได้หรือไม่ ในสภาะวะเซนติเมนต์ของตลาดทุนที่มีปัจจัยอื่นๆ มากมายมากระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม
ขณะที่ขั้วอำนาจการเมืองที่เปลี่ยนไปองค์กรจะได้รับผลประโยชน์อย่างไรนั้น หากมองในองค์กรของเอไอเอส ที่ไม่มีการผูกพันธ์ใดๆ กับขั้วอำนาจ เพราะการให้บริการลูกค้าไม่เกี่ยวกับขั้วอำนาจ แต่เกี่ยวกับการให้บริการลูกค้าในระดับที่เหมาะสมและมีคุณภาพหรือไม่ ซึ่งไม่คิดว่าองค์กรเรารู้สึกอะไรกับเรื่องพวกนั้น
“พื้นฐานการให้บริการลูกค้า หากเอไอเอสให้บริการไม่ดี ลูกค้าจะไม่เลือกใช้เครือข่ายของเรา และไม่สนด้วยซ้ำว่าที่เคยใช้มาแล้วแฮปปี้หรือไม่ ดังนั้น สิ่งที่จะทำให้เอไอเอสให้บริการต่อเนื่องได้ดี คือคุณภาพการให้บริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดและไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง” นายปรัธนา กล่าว
นายปรัธนา กล่าวว่า ขณะที่การควบรวมระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือทรู และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ไม่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ขณะเดียวกันด้านการตลาดเมื่อควบรวมธุรกิจระหว่างทรู-ดีแทค ทำให้เหลือผู้แข่งขันการตลาด 2 รายรวมเอไอเอส แต่ในแง่การแข่งขันยังมีการแข่งขันดุเดือด วันนี้ยังคงเห็นเรื่องการพยายามออกโปรโมชั่น หรือแพ็คเกจให้ตอบโจทย์ลูกค้าทุกราย
ขณะเดียวกัน การทำราคากับโปรโมชั่นต่างๆ จะคำนึงถึงคุณภาพและความแตกต่างของโปรดักส์เป็นตัวตั้ง คือ 1.สินค้าและบริการตอบโจทย์ลูกค้าหรือไม่ ลูกค้ามีกำลังจ่าย รวมถึงต้นทุนของธุรกิจเพียงพอหรือไม่ ตัวตั้งที่ 2.เกิดจากการแข่งขันรอบข้างว่าสินค้าและบริการตัวนี้มีการแข่งขัน มีการตัดราคา ที่จพเป็นต้องปรับโครงสร้างโปรโมชั่นหรือไม่
“เมื่อเกิดการควบรวมระหว่างทรู-ดีแทค ในตลาดยังเกิดการแข่งขัน ซึ่งเอไอเอสก็เต็มที่ในการตอบโจทย์ลูกค้า และโปรโมชั่นมีการเปลี่ยนแปลงแทบทุกวันเป็นปกติ รวมถึงไม่ได้รู้สึกว่ามีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างที่มีการแข่งขันปกติ” นายปรัธนา กล่าว



