รสนา หนุน ‘ก้าวไกล’ ตั้งรัฐบาล ยืนยันหลักการความสงบจบที่เคารพเสียง ปชช. ไม่ใช่รัฐประหาร หวังเห็น 3 แคนดิเดตนายกฯ พท.ถอนตัว เซ่นผลไม่แลนด์สไลด์ เหมือน ‘จุรินทร์’
เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม น.ส.รสนา โตสิตระกูล อดีตผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. แสดงทรรศนะต่อผลการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2566 ซึ่ง พรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีคะแนนมากเป็นอันดับ 1 และประกาศฟอร์มรัฐบาลใหม่ ความว่า ขอให้การเลือกตั้งครั้งนี้นำประเทศไปสู่การเปลี่ยนผ่านอย่างสันติโดยเจตจำนงของประชาชนเสียงข้างมาก
ชัยชนะของพรรคก้าวไกลและพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นเจตจำนงของประชาชนเสียงข้างมากอย่างชัดเจนที่ต้องการให้พรรคก้าวไกลเป็นแกนนำจับมือกับพรรคเพื่อไทยในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมาก
ปรากฏการณ์ก้าวไกลที่ “กระแสชนะกระสุน” และสามารถเอาชนะ “บ้านใหญ่” ทั้งระดับประเทศ และระดับจังหวัดใหญ่ๆ หลายจังหวัดเป็นการส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าประชาชนต้องการการเมืองอย่างใหม่ ไม่ต้องการเลือกพรรคการเมืองแบบเดิมๆ ที่เป็นการเมืองของครอบครัว หรือเป็นธุรกิจการเมืองที่อาศัยทุนจากกลุ่มทุนต่างๆ มาหาเสียง หว่านโปรยประชานิยม ทั้งลด ทั้งแจก ทั้งให้คำสัญญาแบบลมๆ
การเมืองแบบล้าหลังเดิมๆ ที่พรรคการเมืองสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้โดยอาศัยกระสุนจากกลุ่มทุน ก็จะต้องมีตัวแทนกลุ่มทุนต่างมานั่งเป็นเจ้ากระทรวงคุมนโยบายถอนทุนให้ธุรกิจของกลุ่มทุนเหล่านั้น เช่น กลุ่มทุนพลังงาน กลุ่มทุนก่อสร้าง และกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ กลุ่มทุนน้ำเมา หรือกลุ่มทุนสื่อสาร ฯลฯ
ดิฉันอยากเห็นการแสดงสปิริตของแคนดิเดต 3 คนของพรรคเพื่อไทยถอนตัวออกจากการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเหมือน คุณจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่ถอนตัวออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคเพราะได้คะแนนเลือกตั้งไม่เป็นไปตามเป้า
แคนดิเดตของพรรคเพื่อไทยควรถอนตัวจากแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเช่นกัน เพราะไม่สามารถชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ หรือได้คะแนนสูงสุด ตามที่ตั้งเป้าไว้
การที่ประชาชนไม่เลือกเพื่อไทยเป็นอันดับสูงสุดน่าจะแสดงให้เห็นว่ายุคสมัยการเมืองแบบครอบครัว หรือบ้านใหญ่ กำลังจะล่มสลาย ประชาชนจำนวนมากขึ้นไม่ต้องการเลือกพรรคการเมืองที่ถูกครอบงำด้วยครอบครัว หลายคนน่าจะรู้สึกที่เห็นว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยที่ทำงานอย่างหนักให้พรรค แต่กลับไม่ได้อยู่ในฐานะแคนดิเดตนายกฯแม้แต่ลำดับเดียว กลับกลายเป็นมีหน้าที่แค่ระดับเสมียนพรรค!?
แคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยเป็นแค่สมาชิกพรรคและเป็นแคนดิเดตนายกฯ ไม่ต่างจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) โดยไม่อยู่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ เป็นแค่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี
ทั้งสองพรรคต่างขั้วอุดมการณ์แต่เดินแนวทางการเมืองน้ำเน่าแบบเดียวกัน ทั้งสองพรรคไม่ควรอาศัยเล่ห์กลมาจัดตั้งรัฐบาลแข่งอีกต่อไป พรรคใดที่ฝืนเจตจำนงของประชาชน พรรคนั้นก็อาจสูญพันธุ์ได้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
ทันทีที่จบการเลือกตั้งก็มีข่าวลือสะพัดว่าจะผลักให้พรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน หรือยุบพรรคก้าวไกลเพื่อให้มีพรรคอื่นเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลโดยใช้กลไกต่างๆ ทางกฎหมาย เช่น ให้ ส.ว.งดออกเสียงเพื่อไม่ให้การโหวตนายกฯที่ต้องมีเสียงทั้ง 2 สภาเกินกึ่งหนึ่ง คือ 376 เสียงตามรัฐธรรมนูญเพื่อสกัดไม่ให้พรรคก้าวไกลเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้
หรือหาทางตัดสิทธิหัวหน้าพรรคก้าวไกลจากการเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เพื่อเอาแคนดิเดตนายกฯจากพรรคอื่นมาจับขั้วตั้งรัฐบาลให้จงได้ ถึงขนาดมีการคาดการณ์ว่าอาจมีการยุบพรรคก้าวไกล หรือให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะกันเลยทีเดียว
ดิฉันเห็นว่าการยอมรับหลักการประชาธิปไตยการเลือกตั้งจะเป็นการนำประเทศเปลี่ยนผ่านอย่างสันติ ไม่ควรหักหาญเสียงของประชาชนที่ผ่านการลงคะแนนเลือกตั้ง เราคงไม่ต้องการเห็นการลุกฮือขึ้นเพื่อก่อความวุ่นวาย หากผู้มีอำนาจเดิมล้มกระดานไม่ยอมรับกติกาเสียเอง
ความสงบไม่สามารถจบด้วยการรัฐประหาร แต่ความสงบต้องจบที่การเคารพประชามติจากการเลือกตั้ง และนำปัญหาความขัดแย้งทั้งปวงเข้าไปถกเถียง แก้ไขกันภายในรัฐสภาที่ตัดสินกันด้วยเสียงข้างมากและเคารพเสียงข้างน้อยอันเป็นกติกาสากลประชาธิปไตยของอารยประเทศ
แม้มิใช่วิถีการเมืองที่ดีที่สุด แต่ก็เป็นวิถีการเมืองที่ลดความขัดแย้งของคนในชาติได้ดีกว่าการรัฐประหาร หรือตุลาการภิวัฒน์ ใช่หรือไม่??!!
รสนา โตสิตระกูล
16 พ.ค.2566
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ‘พิธา’ ประกาศตั้งรัฐบาล 5 พรรค 308 เสียง ดีล ‘อุ๊งอิ๊ง’ แล้ว จ่อทาบพรรคเป็นธรรม รวม 309
- เพื่อไทย ตอบรับ ‘ก้าวไกล’ ร่วมรัฐบาล ยัน ไม่คิดฟอร์ม รบ.แข่ง มั่นใจ 309 เสียงเข้มแข็ง
- ‘สุทิน’ ยันไม่มีดีลลับดัน ‘อนุทิน’ นายกฯ แถลงการณ์เพื่อไทยชัดแล้ว ย้ำก้าวไกลต้องนำตั้ง รบ.
- ชัยธวัช ไม่หวั่น คนก้าวไกลอาวุโสน้อย นั่งปธ.สภาฯ ยกปวศ.มีแล้ว นัดคุยพท. เป็นหลัก

