‘ชวน’ ปัดพูดถึง ‘พิธา’ กดดัน ปชป.โหวตนายกฯ แต่หมายถึงกลุ่มบุคคล ขอปชช.อย่าวิจารณ์

17.05.23 | 12:40 น.

“ชวน” ปัดพูดถึง “พิธา” กดดัน ปชป. โหวตนายกฯ แต่หมายถึงกลุ่มบุคคลที่กดดัน ขอ ปชช.อย่าวิจารณ์ จากข้อมูลคลาดเคลื่อน โต้ข่าวจะร่วมแต่กับ “ประยุทธ์” เท่านั้น

เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ชี้แจงกรณี การนำเสนอข่าวที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง เกี่ยวกับท่าที การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกล ที่กลายเป็นประเด็นถูกพาดหัวข่าวเชื่อมโยงจนเกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นการพาดพิงไปถึง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ว่า ยืนยันว่าประเด็นที่ตนพูดถึงว่าอย่าไปก้าวก่ายพรรคการเมืองอื่นนั้น เป็นการพูดถึงกระแสกดดันจากบุคคลบางกลุ่มที่เรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคอื่นๆ ตัดสินใจเรื่องการโหวตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องนี้ แต่ละพรรคมีกระบวนการพิจารณา ตามขั้นตอนของแต่ละพรรคอยู่แล้ว ไม่ต้องมีใครแนะนำหรือมากดดัน เพราะการตัดสินใจในนามพรรคต้องมีมติพรรคมีการรับฟังความเห็นของผู้บริหารพรรค อีกทั้งเรื่องนี้ นายพิธาก็ไม่ได้เป็นผู้กดดัน และไม่ได้เป็นกลุ่มคนที่ตนหมายถึง และไม่มีประเด็นอะไรต้องไปวิจารณ์ ที่ผ่านมาก็ได้แสดงความยินดีกับพรรคก้าวไกล ที่ชนะเลือกตั้งมาได้โดยไม่มีข้อครหาเรื่องซื้อเสียง จึงขอประชาชนว่าอย่าวิจารณ์หรือใช้ประโยชน์จากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

นายชวนกล่าวต่อว่า เช่นเดียวกับกรณีที่สื่อโซเชียลมีเดียบางสื่อ มีการใช้ภาพของตน และข้อความระบุว่า “จะร่วมแต่กับประยุทธ์เท่านั้น พรรคอื่นเป็นโจรหมดในสายตาชวน” ถือเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และมีเจตนาให้เกิดความเข้าใจผิด จนสร้างความเสียหายให้แก่ตนเองและพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งข้อเท็จจริง ตนปราศรัยบนเวทีพรรคประชาธิปัตย์ ที่วงเวียนใหญ่ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา ในเชิงหลักการว่าพรรคการเมืองที่มีความเป็นสถาบันอย่างประชาธิปัตย์ต้องพร้อมที่จะเป็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยตนระบุว่า “เราอย่าไปคิดว่าจะเป็นรัฐบาลอย่างเดียว เราต้องพร้อมเป็นฝ่ายค้านด้วย ไม่ใช่ว่าพระมาชวนร่วมรัฐบาลก็ต้องเชื่อตามพระ หรือโจรชวนไปร่วมรัฐบาลก็ไปร่วมกับโจร เพราะการจะไปร่วมรัฐบาลเราต้องมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี” ไม่ได้เป็นการพาดพิงไปถึงใครว่าเป็นรัฐบาลโจร หรือใครเป็นพระ ตามที่มีการตีความหมายกัน

“ส่วนตัวรู้สึกไม่สบายใจกับข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อนจนตกเป็นเหยื่อวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงมีคนนำข้อความบิดเบือนเหล่านี้ไปแสวงหาประโยชน์ กับความเห็นต่างของตัวเองทำให้เพิ่มความขัดแย้งในสังคม ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง” นายชวนกล่าว

 

Advertisement

อ่านข่าวน่าสนใจ