‘ปริญญา’ ดักคอ ‘ส.ว.ปิดสวิตช์ตัวเอง’ ย้ำเห็นต่างได้ แต่หลักการต้องเคารพ เลือกตั้ง’66 ฝั่งประชาธิปไตยชนะท่วมท้น
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 17 พฤษภาคม ที่สวนสันติพร อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ คณะกรรมการญาติวีรชน 35, มูลนิธิพฤษภาประชาธรรม คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), ผู้แทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, ผู้แทนจากหน่วยงานของรัฐบาล, ผู้แทนพรรคการเมือง ตลอดจนภาคประชาชน ร่วมจัดงานรำลึก “31 ปี พฤษภาประชาธรรม”
ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ประธานมูลนิธิพฤษภาประชาธรรม กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 31 ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนราชดำเนิน มีผู้เสียชีวิตไป 43 คน เฉพาะที่พบศพ ส่วนที่สูญหายจำนวนยังไม่แน่ชัดว่ามีเท่าไหร่ แต่ทราบว่ามีจำนวนหลายร้อยคน

“ที่ไม่กลับบ้านไม่ใช่เหตุอื่นใด แต่เขาเสียชีวิตไปแล้ว และศพถูกเอาไปซ่อนหรือทำลาย เป็นสิ่งที่เข้าใจได้ว่า เพื่อให้ตัวเลขความสูญเสียน้อยที่สุด เพื่อให้รัฐบาลขณะนั้นรับผิดชอบน้อยที่สุด ผู้คนจำนวนหลายร้อยคนได้เสียชีวิตไป เพียงเพราะเรียกร้องประชาธิปไตย
“รัฐธรรมนูญขณะนั้น ถ้าหากว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย เหตุการณ์นองเลือดเช่นนั้นคงไม่เกิด” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว
ผศ.ดร.ปริญญาอธิบายว่า ในตอนนั้น แม้ผู้ร่างรัฐธรรมนูญจะได้เขียนไว้ว่าให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มาจากผู้ยึดอำนาจเป็นคนเลือก แต่ ส.ว.ขณะนั้นหาได้มีอำนาจในการร่วมเลือกนายกรัฐมนตรีกับ ส.ส.ไม่ แต่กลไกได้ซ่อนเอาไว้ในบทเฉพาะกาล
“เขียนว่า ก่อนมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่หลังจากการเลือกตั้ง ให้เรื่องราวในการทูลเกล้าทั้งหลายเป็นอำนาจของประธานสภา คือคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม พลเอก สุจินดา คราประยูร ถึงขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯได้” ผศ.ดร.ปริญญาชี้
ผศ.ดร.ปริญญากล่าวเสริมว่า แต่เมื่อรัฐธรรมนูญปี 2540 ได้กำหนดให้การเลือกนายกรัฐมนตรี ต้องมาจากที่ประชุมของสภาผู้แทน โดยเสียงข้างมากที่มากกว่ากึ่งหนึ่ง ซึ่งเป็นวิถีทางของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา
“เมื่อมีพรรคการเมืองใดได้รับฉันทานุมัติจากประชาชน ไม่ว่าประชาชนจะเลือกพรรคใด เห็นด้วย เห็นต่าง แต่ในระบอบประชาธิปไตย ความเห็นต่างจบลงที่หีบบัตรเลือกตั้งที่ทุกคนมีสิทธิอย่างเสมอกัน รัฐบาลของระบอบประชาธิปไตยก็เกิดขึ้นมาด้วยวิถีทางเช่นนี้” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว
ผศ.ดร.ปริญญา ชี้ว่า ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันได้เอาสิ่งที่เคยเกิดกลับมาใหม่ นอกจากการให้คณะผู้ยึดอำนาจมีอำนาจในการแต่งตั้ง ส.ว.ชุดแรกแล้ว ยังได้ให้อำนาจในการเลือกนายกรัฐมนตรีแก่ ส.ว.ชุดปัจจุบันด้วย

“ทำให้การเป็นรัฐบาลในระบบรัฐสภาขณะนี้ เสียงข้างมากในสภาผู้แทน ซึ่งมากเพียงพอที่จะผ่านกฎหมายต่างๆ ที่จะดำเนินนโยบายตามที่หาเสียงไว้กับประชาชน ไม่สามารถเป็นรัฐบาลได้ เพราะการเป็นนายกรัฐมนตรีต้องได้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส.และ ส.ว.”
“การที่ ส.ว.จำนวนไม่น้อยจะปิดสวิตช์ตัวเองด้วยการงดออกเสียง เท่ากับเป็นการไม่รับรองหลักการของประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา หาใช่การงดเสียงโดยปกติที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลทางการเมืองอย่างที่ปกติธรรมดาของการงดออกเสียงจะพึงเป็น”
นอกจากนี้ ผศ.ดร.ปริญญากล่าวเพิ่มเติมว่า หลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2535 ได้กลับสู่ความสงบอีกครั้ง ความตั้งใจของผู้คนในขณะนั้น คือเราจะช่วยกันไม่ให้มีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีก จะช่วยกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นองเลือด แต่เพียงแค่ความเห็นต่างทางการเมือง ทำให้มีการสูญเสียเลือดเนื้ออีกหลายเหตุการณ์ และยังมีการรัฐประหารเกิดขึ้นอีกถึง 2 ครั้ง คือ 19 กันยายน 2549 และ 22 พฤษภาคม 2557 ซึ่งถึงบัดนี้ก็ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่
“ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่วิถีทางคือจบลงด้วยการเลือกตั้ง แล้วใครจะบริหารบ้านเมืองก็คือเสียงข้างมากที่มาจากเสียงของประชาชน ถ้าหากทุกฝ่ายเคารพหลักการตรงนี้ ไม่ว่าพรรคใดที่ได้เสียงข้างมากและรวมเสียงเกินครึ่ง ก็มีความชอบธรรมที่จะเป็นรัฐบาลบริหารบ้านเมืองต่อไป
“และแม้จะเป็นเสียงข้างมากแต่ก็ต้องฟังเสียงประชาชน ต้องยอมรับการตรวจสอบต้องปล่อยให้ศาลและองค์กรตรวจสอบเป็นอิสระ ยอมรับหลักความโปร่งใส บัญชีทรัพย์สินต้องเปิดเผย และทุกหลักการอันพึงจะมี” ผศ.ดร.ปริญญาแนะ
ผศ.ดร.ปริญญาทิ้งท้ายว่า แม้จะเห็นต่างกัน แต่สามารถเดินหน้าไปด้วยกันได้ เราไม่ได้รำลึกถึงเพียงผู้สูญเสีย แต่เรามารำลึกถึงเหตุการณ์ และประโยชน์ของการรำลึกคือการป้องกันไม่ให้ประชาธิปไตยนำไปสู่ความสูญเสียอีก
“90 ปีที่ผ่านมา เรามีการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง และจากรถถัง เมื่อ 9 ปีก่อน การเมืองที่มาจากรถถังชนะ และชนะด้วยประชาชนด้วย มีจำนวนไม่น้อยที่สนับสนุน แต่เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมเป็นที่ประจักษ์ชัด ไม่ว่าจะก้าวไกล หรือเพื่อไทย มันคือการชนะของฝั่งประชาธิปไตยอย่างท่วมท้น
“เมื่อกระแสแห่งประชาธิปไตยได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ในคราวนี้ เราจะไม่ทำให้มันล้มเหลวอีก” ผศ.ดร.ปริญญากล่าว
- อ่านข่าว : ชลน่าน ลั่น ก้าวไกล-เพื่อไทย ‘ต้องแต่งกันให้ได้’ ทวนคำประกาศ ส.ว. ‘จะโหวตให้ข้างมาก’
- ‘ชลน่าน’ รำลึกวีรชน พ.ค.35 ตอบปมเงื่อนไขฟอร์มรบ. ‘ให้เกียรติก.ก.’ รอดู MOU ลงลึกแค่ไหน


