คอลัมน์หน้า 3 : สงคราม ความคิด อำนาจนำใหม่ การเมือง การรุก และการรับ
ในที่สุด สถานะและการดำรงอยู่ของ “สังคมออนไลน์” ก็ทะยานเข้ามาเป็น “ปัจจัย” ในการชี้ทิศทางของสังคม
เป็นด้าน “ครอบงำ” เป็น “อำนาจนำ”
รูปธรรมอันเด่นชัดอย่างยิ่งสัมผัสผ่านคะแนน “รวม” อันเป็นรากฐานและเป็นดัชนีชี้ถึง “ชัยชนะ” ในการเลือกตั้ง
14 กว่าล้านคะแนนเป็นของพรรคก้าวไกล
เมื่อผนวกรวมเข้ากับ 10 กว่าล้านคะแนนของพรรคเพื่อไทยก็เป็นจำนวนกว่า 24 ล้าน
เมื่อเปรียบเทียบกับกว่า 4 ล้านเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ
ยืนยันให้เห็นความแตกต่างของคะแนนและความนิยมอย่างไม่ธรรมดาเพราะแตกต่างกันถึง 6 เท่า
ปมเงื่อนอยู่ที่จะยอมรับหรือไม่
ความน่าสนใจอยู่ที่เมื่อผลโพลปรากฏขึ้นในฐานะเป็นเครื่องมือชี้ให้เห็น “ดัชนี” ในทางสังคม
เริ่มต้นจาก “เพื่อไทย” นำ ตามด้วย “ก้าวไกล”
ไม่ว่าจะมาจาก “นิด้าโพล” ไม่ว่าจะมาจาก “สวนดุสิตโพล” ไม่ว่าจะมาจาก “มติชน เดลินิวส์ โพล” ไม่ว่าจะมาจาก “ไทยรัฐโพล”
“สังคม” ตื่นตะลึง แต่ยัง “ไม่เชื่อ”
แม้เมื่อเกิด ปรากฏการณ์ สามย่านมิตรทาวน์ แม้เมื่อเกิดปรากฏการณ์ สะพานหิน ภูเก็ต แม้เมื่อเกิดปรากฏการณ์ลานสามกษัตริย์ เชียงใหม่
สังคม “ตื่นตะลึง” แต่ก็ยังเห็นว่า “วูบๆ วาบๆ”
คำถามในทางสังคมก็คือ นี่เสมอเป็นเพียง “แฟชั่น” มิได้จำหลักหนักแน่น ไม่อาจแปรเป็น “คะแนนเสียง” ได้ในทางเป็นจริง
คำตอบเห็นได้จากในวันที่ 14 พฤษภาคม
ผลจากการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤษภาคม เท่ากับเป็นการยืนยัน “ผลึก” อันสะท้อนชัยชนะของพรรคก้าวไกลอย่างเด่นชัด
เด่นชัดด้วย “คะแนน” เด่นชัดอย่างเป็น “รูปธรรม”
เป็นความเด่นชัดด้วยจำนวนกว่า 14 ล้านเสียง เหนือกว่า 10 ล้านเสียง เหนือทั้งกว่า 4 ล้านเสียง
ถามว่าทำให้ “ยอมรับ” ด้วยความ “สุกงอม” พร้อมใจหรือไม่
หากประเมินผ่านน้ำเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ หากประเมินผ่านน้ำเสียงของพรรคพลังประชารัฐ
แม้จะ “จำนน” แต่ก็มิได้ “ยอมรับ”
ไม่เพียงไม่ยอมรับว่าเป็น “ชัยชนะ” ของพรรคก้าวไกล หากยังเป็นการไม่ยอมรับในความ “พ่ายแพ้” ของตนเอง
ยังจมอยู่กับ “ความเชื่อเดิม” ยังจมอยู่กับ “โลกเก่า”
การถกเถียงในเรื่องความชอบธรรมที่พรรคก้าวไกลสามารถรวมเสียงจากพันธมิตรในแนวร่วมได้ 310 เสียงสะท้อนอะไร
สะท้อนถึงการไม่ยอมรับ ยืนยันถึงการไม่เชื่อ
ไม่ว่าจะมาจากภายในองค์ประกอบแห่ง 250 ส.ว. ไม่ว่าจะมาจากภายในองค์ประกอบแห่งพรรคร่วมรัฐบาล
นี่คือศึกในทาง “ความคิด” ศึกในทาง “การเมือง”

