‘ก้าวไกล’ นำทีมแถลงตั้งรัฐบาล ยันตั้งได้แน่ เผย เปิด MOU อีกครั้ง 22 พ.ค. บอก เน้นปัญหาปชช.เป็นหลักวางตัวคนคุมกระทรวง ลั่น หากเน้นกระทรวง ปชช.ก็ไม่ได้อะไร ชี้ ไม่กังวลเสียงส.ว.-นักร้องต่างๆ
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 18 พฤษภาคม ที่โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ ถนนวิทยุ เขตปทุมวัน พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะพรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค, นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค ร่วมกับพรรคเพื่อไทย (พท.) นำโดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค, พรรคเสรีรวมไทย (สร.) นำโดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช หัวหน้าพรรค, พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรค, พรรคประชาชาติ (ปช.) นำโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค, พรรคเป็นธรรม(ปธ.) นำโดย นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรค, นายกัณวีร์ สืบแสง ว่าที่ส.ส.พรรค, พรรคเพื่อไทรวมพลัง(พทล.) นายวสวรรธน์ พวงพรศรี หัวหน้าพรรค , และพรรคพลังสังคมใหม่(พ.ส.ม.) นายเชาวฤทธิ์ ขจรพงศ์กีรติ หัวหน้าพรรค แถลงข่าวการจัดตั้งรัฐบาล
นายพิธา กล่าวว่า พวกเราทุกพรรคขอขอบคุณทุกเสียงที่ประชาชนมอบให้ เสียงของประชาชนทุกเสียงคือเสียงแห่งความหวัง คือเสียงแห่งความเปลี่ยนแปลง หน้าที่รัฐบาลชุดใหม่จะทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์ต่ออำนาจของประชาชน และเราจะเป็นรัฐบาลของคนไทยทุกคน ทุกพรรคประกาศจัดตั้งรัฐบาลของประชาชนร่วมกัน ดังนี้ 1.ทุกพรรคเห็นชอบที่จะสนับสนุนตนเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ตามเสียงข้างมากตามกลไกการเลือกตั้งของประชาชน 2.ทุกพรรคจะร่วมกันจัดตั้งข้อตกลงร่วม หรือ MOU เพื่อแสดงแนวทางการทำงานร่วมกัน และสาระร่วมของทุกพรรค ซึ่งจะแถลงอีกครั้งในวันที่ 22 พฤษภาคม 3.ทุกพรรคจะจัดตั้งคณะทำงานเพื่อเปลี่ยนผ่านรัฐบาล เพื่อเตรียมความพร้อมให้สามารถบริหารราชการแผ่นดินต่อจากรัฐบาลเดิมได้อย่างไร้รอยต่อ
นายพิธา กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ สำหรับจุดยืนเรื่องมาตรา 112 นั้น ก่อนการเลือกตั้งมีการดีเบตและพูดคุยเรื่องนี้กันเยอะแล้ว ซึ่งแต่ละพรรคคงมีจุดยืนชัดเจนในเรื่องนี้แล้ว พื้นที่นี้คงไม่เหมาะที่จะพูดคุย ส่วนกรณีที่เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทย ออกแถลงการณ์ว่า จะไม่ร่วมโหวตตนเป็นนายกรัฐมนตรีนั้น เป็นเรื่องของพรรค ภท. ทั้ง 8 พรรคที่อยู่ตรงนี้ มีความชัดเจน และมีความเป็นเอกภาพในการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว
เมื่อถามถึง ความกังวลถึงการสนับสนุนจากส.ว. นายพิธา กล่าวว่า ไม่มีความห่วงใย ขณะนี้เรากำลังจัดทำเรื่องของคณะทำงานที่จะใช้เจรจาในการเข้าร่วมรัฐบาล และคณะทำงานที่จะมีการเปลี่ยนผ่านอำนาจ เปลี่ยนผ่านพลังของประชาชน ซึ่งขณะนี้ยังมีเวลา ซึ่งเราจะมีการปรึกษาหารือกันอีกครั้ง
เมื่อถามถึง แนวทางเมื่อหากเข้าสู่สภาแล้ว ไม่สามารถโหวตนายพิธาเป็นนายกรัฐมนตรีได้ นายพิธา กล่าวว่า เรามีการวางแผนไว้หลายรูปแบบ ว่าในอนาคตจะมีฉากทัศน์แบบไหนเกิดขึ้นบ้าง แล้วฉากทัศน์แบบนี้เราจะบริหารจัดการสถานการณ์อย่างไร ฉะนั้นเราสามารถที่จะลดความเสี่ยงต่างๆ ที่จะทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล ย้ำว่าเราไม่ได้กังวลอะไร ปล่อยให้คณะทำงานตามที่ตนกล่าวไปข้างต้นบริหาร ในเรื่องของคะแนนที่เหมาะสมและสานต่อในนโยบายที่เหมาะสม นอกจากนี้ จะต้องพิจารณาจุดยืนนโยบายของพรรคที่จะมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับเรา

ถามย้ำว่า แสดงว่าไม่กังวลเรื่องของคะแนเสียงใช่หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า “ยืนยันว่าผ่านครับ และคิดว่าวันนี้ 313 เสียง ณ วันนี้เป็นความปกติของระบอบประชาธิปไตยที่เพียงพอ ฉะนั้น การที่เราจะมานั่งคิดหรือบอกว่า เราจะต้องได้ 376 เสียง ที่จะต้องหาเพิ่มเติม ยังไม่เป็นประเด็นสำคัญในตอนนี้
อย่างไรก็ตาม อย่างที่ได้เรียนไปแล้วว่า มีหลายฉากทัศน์ที่เราอาจจะคาดไม่ถึง เราอาจจะต้องหากรอบเจรจาเพื่อหาตัวเลข เพื่อที่จะหาความแน่นอนในการจัดตั้งรัฐบาล และลดความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ฉะนั้น ไม่ต้องกังวลใจ มั่นใจว่าจัดตั้งได้แน่นอน”
ถามย้ำอีกว่า หากไม่ผ่านและมีการโหวตรอบ 2 จะมีการปรับเปลี่ยนอะไรหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า หากเราไม่มีโร้ดแมพหรือฉากทัศน์ที่ชัดเจน ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างก็คงกังวล แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรที่กังวล เพราะเรามีโรดแมป ฉากทัศน์และเป้าหมายที่ชัดเจน หากฉากทัศน์ที่หลุดออกมาเป็นเรื่องที่เราคาดไม่ถึง เป็นไปไม่ได้ เพราะเราคาดมาก่อนแล้วว่า หากเกิดกรณีเช่นนี้ เราจะทำอย่างไรให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ด้วยดี
เมื่อถามถึง กระแสข่าวว่าเมื่อวานนี้มีการดีลกระทรวงสำคัญๆ บ้างแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร นายพิธา กล่าวว่า เราเอาประชาชนและนโยบายเป็นที่ตั้ง แล้วค่อยว่ากันว่าจะมีกระทรวงไหน ที่สามารถทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพได้ และเป็นองคาพยพเดียวกันได้ ซึ่งคงจะต้องมีการพูดคุยกันต่อไป แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา
ถามย้ำว่า สุดท้ายต้องมีการต่อรองเอากระทรวงที่จำเป็นและสำคัญเป็นของตนเอง และมีการคุยกับพรรคเพื่อไทยแล้วจริงหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า ที่เราคุยกันไม่ได้เน้นไปที่กระทรวงทบวงกรม แต่เราเน้นที่วาระของประชาชน ที่เรามานั่งตรงนี้ก็เพราะมีแนวทางใกล้เคียงกัน ซึ่งหากเราสามารถตกลงกันได้ เรื่องที่ใครจะคุมกระทรวงไหนก็เป็นเรื่องที่ปลายเหตุ แต่หากเราเอากระทรวงเป็นที่ตั้ง ตนคิดว่าประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไร
เมื่อถามว่า มีความกังวลถึงเรื่องต่างๆ ที่จะมีคนไปร้องเรียนหรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า “ไม่กังวลครับ แต่ก็ไม่ประมาทเช่นเดียวกัน เข้าใจดีว่าการเมืองมีมิติใดบ้าง เราก็ต้องพร้อมที่จะรับได้ทุกมิติ เมื่อเราเป็นคนสาธารณะก็ต้องยอมรับการตรวจสอบ ขณะเดียวกันหากมีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง เราก็ต้องพร้อมรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ย้อนอ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
- แกนนำพรรค ตบเท้าร่วมแถลงตั้งรัฐบาลของปชช. ‘พิธา’ ซ้อนมอ’ไซค์ เผย ยังไม่เซ็นเอ็มโอยู
- วิษณุ ชี้รบ.ก้าวไกล มั่นคง ยิ่งกว่าเรือเหล็ก แนะเอาไมตรีไปแลกเสียงโหวต อย่าด่าทอกัน
- พิธา ประกาศลงเอ็มโอยู 22 พ.ค.นี้ เอาวันบิ๊กตู่ทำรัฐประหาร มาจัดตั้งรบ.ประชาชน

