‘ธนพร’ จี้ กกต.รับรองผลให้ไว เห็นด้วย ‘พิธา’ ไปหา ส.ว. ปิดสวิตช์ ‘รัฐบาลเสียงข้างน้อย’ ได้เด็ดขาด

18.05.23 | 17:09 น.

‘ธนพร’ ปลื้ม สำเร็จไปแล้ว 2 เรื่อง – จี้ กกต.รับรองผลให้ไวขึ้น ชี้จุดเปลี่ยนที่น่าจับตา เห็นด้วย ‘พิธา’ ไปหา ส.ว. ปิดสวิตช์ ‘รัฐบาลเสียงข้างน้อย’ ได้เด็ดขาด

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 พฤษภาคม ที่ห้องประชุมจิตติ ติงศภัทิย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เครือข่ายนักวิชาการเสียงประชาชนจาก 10 สถาบัน ร่วมกับสื่อมวลชน 10 สำนัก ได้แก่ มติชน, เวิร์คพอยท์, เนชั่น, ไทยรัฐทีวี, ช่องวัน, PPTV, The Reporters, The Standard, The Matter และ The Momentum ร่วมจัดแถลงผลการลงคะแนน ‘เสียงประชาชน’ และอภิปราย ‘ประชาธิปไตย การตั้งรัฐบาล และการเมืองหลังเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566’

นำโดย ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ภาควิชากฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย, รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว มหาวิทยาลัยบูรพา, ผศ.ดร.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต, รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ในตอนหนึ่ง รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย และนายกสมาคมรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาสังคมได้ทำสำเร็จไปแล้ว 2 เรื่อง คือ 1.การตั้งรัฐบาลตามลำดับคะแนน ส.ส. และ 2.เราสามารถที่จะช่วยกันปิดสวิตช์เรื่องรัฐบาลเสียงข้างน้อยได้อย่างเด็ดขาด

“จะเห็นว่าก่อนการเลือกตั้งก็จะมีสูตรต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย เป็นผลของสังคมที่ช่วยกันส่งเสียงว่า พรรคนี้ได้อันดับ 1 นะ ต้องได้รับสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน อันนี้ผมถือว่าเป็นความสำเร็จร่วมกันของคนไทยทุกคน ส่วนความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็มีแทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้นแล้ว แม้ว่าจะมีการเอาไปพูดกัน แต่ในการปฏิบัติกล่าวได้ว่าไม่มีแล้ว หรือไม่สามารถกระทำได้” รศ.ดร.ธนพรกล่าว

Advertisement

ส่วนประเด็นของการจัดตั้งรัฐบาล รศ.ดร.ธนพรกล่าวว่า ตนคิดว่าช่วงนี้บรรยากาศดี พรรคที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลสามารถที่จะเปลี่ยนโหมดจากที่เคยเป็นฝ่ายค้าน มาเป็นโหมดของเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศ ซึ่งจะต้องระดมความร่วมมือ ความคิดเห็นที่ต่าง มาเป็นความเข้าอกเข้าใจแล้วขับเคลื่อนประเทศ

นอกจากนี้ รศ.ดร.ธนพรยังกล่าวถึงวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ ที่วุฒิสมาชิก (ส.ว.) จะจัดประชุมเพื่อเลือกคณะกรรมการองค์กรอิสระ ซึ่งตนมีความเห็นว่าพรรคที่ร่วมรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แกนนำพรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีความคิดที่จะไปพบสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งตนก็คิดว่าเป็นท่าทีที่ดี

“ส.ว.ผมคิดว่าก็สามารถที่จะไถ่ถามจากเอกสารเผยแพร่ ท่านสามารถติดตามโรดแมปต่างๆ แต่ละพรรค โดยเฉพาะพรรคก้าวไกลได้ทำไว้เผยแพร่ ในบทบาทหน้าที่ ส.ว.ในฐานะเป็นผู้ที่ติดตามตรวจสอบวุฒิสภาก็สามารถทำได้อีก 1 ปี ซึ่งผมคิดว่าเรื่องนี้มันก็ทำให้ระบบการเมืองของเรามันเป็นระบบที่เป็นไปตามปกติ ทุกฝ่ายได้รับการตรวจสอบอย่างเท่าเทียม ขณะเดียวกันสังคมก็กำกับพฤติกรรมของรัฐบาลใหม่ได้ด้วยเทคโนโลยี การเมืองภาคประชาชนโดยตรงก็จะเกิดขึ้น” รศ.ดร.ธนพรกล่าว และว่า

อย่างไรก็ตามในช่วงวันนี้ ตนพบว่ามีจุดเปลี่ยนที่น่าสนใจอยู่ 1 เรื่อง คือ กรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่า พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 พ.ศ.2566 นั้น ขัดรัฐธรรมนูญ ก็ทำให้พระราชกำหนดฉบับนี้ตกไป ผลคือ พ.ร.บ.อุ้มหายฯ ก็ต้องมีผลใช้บังคับตามวันเดิม แต่ปัญหาคือ ในทางการเมืองแล้ว พ.ร.ก.เป็นกฎหมายของฝ่ายบริหารโดยแท้

“วันนี้ศาลได้ตัดสินแล้ว โดยใช้คำว่า ‘พระราชกำหนดฉบับนี้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ’ ดังนั้นก็ต้องถามความรับผิดชอบ รัฐบาลก็ต้องแสดงความรับผิดชอบด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง และไม่ต้องกังวลเพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 167 วรรคสุดท้ายได้รับการออกแบบไว้เรียบร้อยแล้ว

“หากมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้นมันก็ไม่เกิดสุญญากาศ เพราะปลัดกระทรวงสามารถที่จะดำเนินการได้ ส่วน กกต.ก็รับรองผลกันให้เร็วขึ้น ผมไม่คิดว่าจะต้องไปรอรับรองผลกันในวันสุดท้าย ผมเชื่อว่าความเป็นสุญญากาศไม่มี เพราะฉะนั้นแล้ว สถานการณ์เรื่องการพิจารณารับผิดชอบของรัฐบาล เนื่องจากพระราชกำหนดไม่ผ่านนั้น สถานการณ์ทางการเมืองที่แทรกเข้ามาในช่วงนี้ ไม่ต้องกังวล เพราะรัฐธรรมนูญได้ออกแบบในมาตรา 167 วรรค 2 เอาไว้แล้ว” รศ.ดร.ธนพรกล่าว

อ่านข่าว : ต้องฟังเสียง! เครือข่ายนักวิชาการฯ แนะชู ‘นโยบายว่าที่รบ.’ ขาย ส.ว. – จี้ กกต.เร่งประกาศผลกู้ศรัทธา